ตรวจข้อสอบ > ตติยา คงเย็น > ชีววิทยาเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biology > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 44 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


3 หน่วย Pro-Gly-Phe-Ser เพปไทด์ชนิดหนึ่งที่ร่างกายหลั่งออกมาเมื่อเกิดการกระทบกระเทือนหรือเกิดบาดแผล มีผลให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัวและทำให้สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบมาคั่งอยู่ที่บริเวณนี้ อีกทั้งยังทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงด้วย โดยแบรดีไคนิน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข้อ ข.

เป็นขั้นตอนการทำสบู่ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ก.

เพราะคือพันธะเอไมด์เชื่อมกับการสร้างกับหมู่คาร์บอกซิล 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข้อ ค.

เกลือโซเดียมแอลคิล- ซัลโฟเนต โซเดียมแอลคิลเบนซิลซัลโฟเนต ผสมอยู่ประมาณ 30% 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


CO2 กับO2 เส้นผมมีเคราตินเป็นส่วนประกอบหลัก และไบโอตินเป็นสิ่งที่ช่วยให้โครงสร้างของเคราตินแข็งแรง จึงมีส่วนสำคัญทำให้เส้นผมแข็งแรง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


เลซิตินมีจำนวนเยอะไปถึงทำให้เกิดการอุดตันที่เส้นเลือด เป็นสารธรรมชาติที่ประกอบด้วยฟอสฟอรัส กรดไขมัน และวิตามินในกลุ่มวิตามินบี 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข้อ ข. 4 แบบ

กรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acids) หมู่แอลคิลจะมีแต่พันธะเดี่ยว 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ ข. 2 ชนิด

กรดคาร์บอกซิลิก ซึ่งมีหางเป็นโซ่แบบ อะลิฟาติก ยาวมีทั้งกรดไขมันอิ่มตัว และกรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดไขมันจะมีคาร์บอน อย่างน้อย 8 อะตอม และส่วนใหญ่จะเป็นจำนวนเลขคู่ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จ. สาร Y เป็นสารที่สามารถละลายได้ดีทั้งในน้ำและในไขมัน

สารประกอบอัลเคนตรงที่มีจำนวนคาร์บอน 6 อะตอม เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ที่พบบ่อยในห้องปฏิบัติการและในอุตสาหกรรม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


เพปไทด์ ะสูตรโครงสร้างทั่วไปของกรดแอมิโน ประกอบด้วยหมู่แอมิโนอยู่ที่ต าแหน่งแอลฟา- ของ หมู่คาร์บอกซิล ดังภาพที่ 3.1 จึงเรียกว่า แอลฟา-กรดแอมิโน และโซ่ข้าง (side chain) หรือหมู่แทนที่ (R) ซึ่งแตกต่างกันในกรดแอมิโนแต่ละชนิด ในธรรมชาติส่วนมากพบกรดแอมิโนโครงแบบชนิดแอลโดยเทียบกับภาพฉายแบบฟิสเชอร์ของเซอรีน (Serine) มีหมู่แอมิโนอยู่ด้านซ้าย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ แอล-กลีเซอแรลดีไฮด์ ยกเว้น ในแบคทีเรียและแมลงบางชนิดจะพบกรดแอมิโนโครงแบบชนิดดี- มากกว่า 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข้อ ก.

เพราะไม่การเกิดตะกอน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ไดเพปไทด์ สร้างระหว่างหมู่คาร์บอกซิลของโมเลกุลหนึ่งกับหมู่อะมิโนของอีกโมเลกุลหนึ่ง และมีการปล่อยน้ำออกไปหนึ่งโมเลกุล จัดเป็นการสังเคราะห์แบบสูญเสียน้ำ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


3 โครม 6 หรือโครเมี่ยมประจุบวก 6 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อ จ.

ปฏิกิริยาระหว่างเกลือกับน้ำ ซึ่งเกลือเป็นอิเล็กโทรไลต์แก่เมื่อละลายน้ำแล้วจะแตกตัวออกเป็นไอออนบวกและลบทั้งหมด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

เพราะทุกอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ค. 1 และ 4

เอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารประกอบฟีนอลกับออกซิเจนได้เป็นสารสีน้ำตาล 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ค. กลูโคส,นํ้าตาลทราย

ถ้าน้าไปทดสอบสารใด ๆ แล้วเปลี่ยนจากสีน้าตาลเหลือง เป็นสีน้าเงินเข้มหรือสีน้าเงินปนม่วง แสดงว่ามีแป้ง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


5 ธาตุคาร์บอนทั้งหมดบนโลกจะสะสมอยู่ในรูปของคาร์โบไฮเดรต 2 ตัว คือ แป้ง (Starch) และเซลลูโลส (Cellulose) สารทั้ง 2 ชนิดนี้มีโครงสร้างพื้นฐานที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลกลูโคส แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างแป้งและเซลลูโลสคือ การจับกันของพันธะที่มีความแตกต่างกัน โดยกลูโคสจะถูกสร้างจากพืชสีเขียวและสะสมไว้ในรูปของแป้ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะมนุษย์ ส่วนเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ในพืชหรือเส้นใยพืช และมนุษย์ไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้ เพราะไม่มีเอนไซม์เซลลูเลส (Cellulase) ซึ่งเอนไซม์เซลลูเลสจะพบในโพรโทซัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวก (Trichonympha) ที่สามารถย่อยเนื้อไม้ได้ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ง. 4 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต โปรตีน และเซลลูโลส

ข้าวคือคาร์โบไฮเดต กะหลำ่าปลีผักน้ำมัน คือไขมัน แกงจืดเต้าหู้หมูสับคือ โปรตีนและเซลลูโลส 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ ส่วนมากพบใน DNA และ RNA

ต่อกันด้วยพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ ( phosphodiester bond ) โดยที่หมู่ของฟอสเฟตที่เป็นส่วนประกอบของพันธะจะเชื่อมโยงระหว่างหมู่ ไฮดรอกซิลที่ตำแหน่ง 5 ของนิวคลีโอไทด์โมเลกุลหนึ่งกับหมู่ไฮดรอกซิลที่ตำแหน่ง 3 ในโมเลกุลถัดไป จึงทำให้นิวคลีโอไทด์มีโครงสร้างของสันหลัง ( backbone ) เป็นฟอสเฟตกับน้ำตาลและมีแขนงข้างเป็นเบส อาจจำแนกได้เป็น DNA และ RNA 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 16.15 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา