| 1 |
|
มี 9 หน่วย และมีปลายด้านคาร์บอกซิลิกเป็น Arg |
|
จากข้อมูลการเรียงตัวของสายเพปไทด์จะเริ่มต้นด้วยปลายด้านหมู่อะทิโนและไปสิ้นสุดที่ปลายด้านคาร์บอนซิลิก ดังนั้น กรดอะมิโนตัวแรกคือ Arg คือสายที่ 4 ตามด้วยสายที่ 1 สายที่ 2 สายที่ 6 สายที่ 5 และสายที่ 3 เป็นสายสุดท้าย |
กรดอะมิโนตัวสุดท้ายคือ Arg และมีกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ตัว การเลียงตัวของกรดอะมิโน ดังนี้
Arg - Pro - Pro - Gly - Phe - Ser - Pro - Phe - Arg |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ข้อ ค. |
|
โดยความเป็นจริงไนโตรซามีนไม่ได้ใส่ในอาหารโดยตรงแต่เกิดจากสารประเภทไนไตรต์ที่ใส่ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เพื่อให้มีสีแดงทำปฏิกิริยากับสารเอมีนในอาหาร |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข้อ ง. |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ข้อ ค. |
|
เพราะสารที่ช่วยลดความกระด้างของน้ำคือสารประกอบฟอสเฟต |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข้อ ข. 4 แบบ |
|
|
เนื่องจาก C12 H14 O6 สามารถเกิดปฏิกิริยารวมตัวกับโบรมีนได้ 6 โมลอะตอม แสดงว่าใน C12 H14 O6 มี C=C3 พันธะ หรือ C=C1 พันธะและ C=C1 พันธะ เมื่อต้ม C12 H14 O6 กับสารละลาย NaOH ได้กลีเซอรอลและเกลือโซเดียมของกรดคาร์บอนซิลิกที่มีจำนวนคาร์บอนชนิดละ 3 อะตอม แสดงว่า C12 H14 O6 เป็นสารประกอบประเภทเอสเทอร์ที่เกิดจากกลีเซอรอลทำปฏิกิริยากับกรดคาร์บอนซิลิกที่มีคาร์บอน 3 อะตอม และในกรดคาร์บอนซิลิกมี C=C อยู่ด้วย C12 H14 O6 มีสูตรโครงสร้างเป็นไปได้ 4 แบบ |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ ข. 2 ชนิด |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ง. เมื่อนำน้ำมันหยดลงในสาร Y สาร Y จะหันไออนลบไปล้อมรอบเกิดเป็นสารอิมัลชัน |
|
X คือไขมันหรือน้ำมัน ส่วน Y คือเกลือของกรดไขมันหรือสบู่ ปฏิกิริยาที่กำหนดให้จึงเป็นปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข้อ ข. |
|
กรดกลูตามิดไม่มีพันธะเพปไทด์จึงไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4/NaOH แป้งมันฝรั่งเมื่อไฮโดรไลส์แล้วจะได้น้ำตาลกลูโคสจึงทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐของ Cu2O น้ำตาลซูโครส ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลาย |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
1 ไอโซเมอร์ |
|
|
N = n1*n2*n3*n4 % t
N = 1*2*1*2 %4
= 1 ไอโซเมอร์
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ข้อ ค. |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ง. ไข่ขาวดิบที่ถูกกลืนเข้าไปเพื่อขจัดยาพิษ |
|
โปรตีนในไข่ขาวเกิการแปลงสภาพเพราะโปรตีนในไข่ขาวรวมตัวกับโลหะหนักในยาพิษ |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ง. 1, 2 และ 4 |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ง. กลูโคส,แป้ง |
|
น้ำตาลกลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐ และแป้งทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนเกิดสารสีน้ำเงินY เมื่อถูกไฮโดรไลส์ จะได้กลูโคส กลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์ได้ตะกอนสีแดงอิฐ |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง
|
ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน |
|
สารชีวโมเลกุลที่ให้พลังงาน คือ ไขมัน คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน เมื่อรับประทานข้าวกับกะหล่ำปีผัดน้ำมันและแกงจืดเต้าหู้หมูสับจะได้รับชีวโมเลกุลทั้งสามชนิด เพราะข้าวมีคาร์โบไฮเดรต เต้าหู้และหมูสับมีโปรตีน ส่วนไขมันได้จากน้ำมันและหมูสับ |
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
ข้อใดไม่ถูกต้อง
|
จ. RNA เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อความทางพันธุกรรมจาก DNA ไปใช้ในการสร้างโปรตีนต่าง ๆ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|