| 1 |
|
ข้อ ค. |
|
ตอนที่ 1 ทำ ณ อุณหภูมิห้องก็คืออุณหภูมิคงที่ดังนั้น C = E = คงที่ และเมื่อกดก้านหลอดฉีดยาความดันจะเพิ่มขึ้น ปริมาตรจะลดลง ก็คือ B ลดลง
เมื่อดึงก้านหลอดฉีดยาเมื่อความดันลดลง แสดงว่าปริมาตรจะเพิ่มขึ้นคือ D เพิ่มขึ้น
ตอนที่ 2 จุ่มหลอดแต่ไม่ได้ปรับหลอดคือความดันคงที่คือ R = X = คงที่ ดังนั้นเมื่อ ปริมาตรเพิ่มขึ้นอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น คือ S เพิ่มขึ้น
เมื่อปริมาตรลดลงอุณหภูมิจะลดลง คือ Y ลดลง
|
ตามกฎของชาวน์ ปริมาตรจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิ
ตามกฎของบอยล์ ความดันจะแปรผกผันกับปริมาตร |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ข้อ ค. |
|
ความชันที่ได้คือ P/RT |
จากสมการ PV = nRT และ n = g/Mw เมื่อย้ายข้างจะได้
PMw = dRT
d = Mw(P/RT) |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข้อ ก. |
|
สังเกตุจากสมการ 1. และ 2. จะเกิดแก๊ส H2 และ O2 และสมการที่ 3 เกิดตะกอน CaCO3 จึงตอบข้อ ก |
1. เกิดแก๊ส H2 ขึ้น
2. เกิดแก๊ส O2 ขึ้น
3. เกิดตะกอน CaCO3 |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ข้อ ค. |
|
เมื่อเวลาผ่านไปสารที่ไม่เกิดปฏิกิริยาคือ C นั่นคือ C น่าจะเป็นตัวเร่ง
และเมื่อเวลา ผ่านไป 1 นาที A จะลดลง 1 โมล B จะลดลง 0.5 โมล Dจะเพิ่มขึ้น 0.5 โมล
นั่นคือ 2:1:1 จะได้สมการเป็น 2A + B --> D
และสารที่หมดก่อนตัวแรกคือ B จะหมดที่ 4 นาทีจะเหลือ A 1 โมล และจะมี D 2 โมล |
หาสมการเคมีที่เกิดขึ้น และดูจำนวณโมลที่ลดลงไปต่อนาที และเมื่อ B หมดหมายความว่าปฏิกิริยานั้นสิ้นสุดลงแล้ว |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ข้อ จ. |
|
ตัวเร่งปฏิกิริยา ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ผิว จำนวนโมเลกุล พลังงานของผลิตภัณฑ์ แะละพลังงานจลน์ของสารตั้งต้น |
เมื่อเติมตัวเร่งจะทำให้พลังงานก่อกัมมันต์มีค่าลดลง สารตั้งต้นที่มีพลังงานจลน์มากกว่าพลังงานก่อกัมมันต์จะมีจำนวนมากขึ้น |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
ข้อ ข. |
|
ค่าคงที่สมดุลมีค่า เยอะมากๆ ทำให้ไม่เกิดปฏิกิริยาผันกลับ สีจึงคงที่คือ ไม่มีสี |
K = [ผลิตภัณฑ์] / [สารตั้งต้น]
ดังนั้นเมื่อ K มาก หมายความว่าเกิดผลิตภัณฑ์มากๆ |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข้อ จ. |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ ง. |
|
Kc ที่ได้คือ 0.52 และเมื่อเติม CO2 เพื่มสมดุลจะเลื่อนไปข้างหน้านั่นคือ H2 เข้มข้นลดลง CO เข้มข้นขึ้น และ H2O เข้มข้นขึ้น |
K = [ผลิตภัณฑ์] / [สารตั้งต้น] |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข้อ ข. |
|
HCO3 - ให้โปรตอนไปจึงกลายเป็น CO3 2-
H2O ให้โปรตอนไปจึงกลายเป็น OH- |
ทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี ให้นิยามว่า กรด คือ สารที่ให้โปรตอน และ เบส คือ สารที่รับโปรตอน |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ข้อ ข. |
|
เมื่อ O เพิ่ม จะมีความเป็นกรดมากขึ้น |
O เยอะ มีขั้วเยอะขึ้น แตกตัวได้ดีขึ้นจึงมาความเป็นกรดมากขึ้น |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข้อ ง. |
|
หาความเข้มข้นของกรดไดโปรติกโดยติด Mw ไว้และใช้สมการ
aCaVa = bCbVb |
aCaVa = bCbVb |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ข้อ ง. |
|
เนื่องจากมีอินดิเคเตอร์อื่นที่ใช้ตรวจสอบไม่มีอันไหนที่มีค่า pH มากกว่า 7.6 |
ได้ค่า pH ดังนี้
ก 3.0 - 4.6
ข 1 - 4.2
ค 1 - 5.0
ง 7.6 - 14
จ 1 - 7.0 |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ข้อ จ. |
|
จุดยุติ 1 ใช้ปริมาตร NaOH = 10 cm3 ดังนั้น
จุดยุติ 2 ใช้ปริมาตร 2 เท่าของจุดยุติหนึ่งก็คือที่ปริมาตรของ NaOH = 20 cm3
ในขั้น I หาโมลของ H2A และ NaHA และใช้สูตร [H+] = Ka x [ กรด ] / [ เกลือ ] หาความเข้มข้น H+
เมื่อได้ความเข้มข้นแล้วก็หาค่า pH |
C1V1 = C2V2
[H+] = Ka x [ กรด ] / [ เกลือ ]
pH = -log(H+) |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ข้อ ง. |
|
เนื่องจากข้อ 3 สีฟ้าจากลง และสีฟ้าเป็นของสารละลาย Cu2+ แสดงว่า Cu2+ รับ e- จาก Zn เพราะฉะนั้น E0r Cu2+ > Zn2+
จาก 2 สารละลายเป็นสีฟ้าอ่อนก็คือ Cu เสีย e- ให้ Ag + เพราะฉะนั้น E0r Ag+ > Cu 2+
นั่นคือ Ag + > Cu 2+ > Zn 2+
มีข้อเดียวคือข้อ ง
|
ยิ่งชิงอิเล็กตรอนเก่งค่า E0r จะยิ่งมาก |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ข้อ ง. |
|
เนื่องจากค่า E0 ของ D>C>B>A
เพราะฉะนั้นตัวที่มีค่า E0 มากกว่าต้องเป็นตัวรับ e- นั่นก็คือ ข้อ ง |
ยิ่ง E0 มากจะยิ่งชิง e- เก่ง |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|