ตรวจข้อสอบ > ขนิษฐา เนาว์ประเสริฐ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 6 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ค. น้ำตาลทราย , ไข่ขาว , เอทิลแอซิเตต

X เป็นน้ำตาลทราย เมื่อต้มน้ำตาลทรายกับสารละลาย HCl น้ำตาลทรายจะถูก ย่อยออกเป็นน้ำตาลกลูโคสกับน้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลที่ได้ทั้ง 2 ชนิด เมื่อต้ม กับสารละลายเบเนดิกต์จะเกิดตะกอนสีแดงอิฐของCu OY เป็นสารจำพวกโปรตีน เพราะเมื่อต้มกับสารละลาย NaOH + CuSO เกิดสารสีม่วง ดังนั้น Y จึงเป็น ไข่ขาวได้เพราะไข่ขาวมีโปรตีน เมื่อต้ม Z กับสารละลาย HCI เกิดสารที่มีกลิ่น คล้ายน้ำส้มสายชู แสดงว่า 2 คือ เอทิลแอซีเตต เพราะเมื่อต้มเอทิลแอซีเตตกับ สารละลาย HCI จะเกิดแอทิลแอลกอฮอล์และกรดแอซีติกซึ่งมีกลิ่นคล้าย น้ำส้มสายชู O HCI O CH-C-O-CH2-CH3+H2OลูกศรไปมาCH3-C-OH+CH3-CH2-OH3 เอทิลแอซีเตต กรดแอซีติก แอทิลแอลกอฮอล์ 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

เพราะทั้งน้ำมันมะกอกน้ำมันหมูและไขวัว ต่างก็มีโอเลอิก และไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ทั้งน้ำมันมะกอก น้ำมันหมู และไขวัวจึงสามารถ ฟอกจางสีโบรมีนได้แต่น้ำมันมะกอกจะฟอกได้มากที่สุด เพราะมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว มากที่สุด เพราะทั้งน้ำมันมะกอกน้ำมันหมูและไขวัว ต่างก็มีโอเลอิก และไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ทั้งน้ำมันมะกอก น้ำมันหมู และไขวัวจึงสามารถ ฟอกจางสีโบรมีนได้แต่น้ำมันมะกอกจะฟอกได้มากที่สุด เพราะมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว มากที่สุด 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ จ.

เพราะน้ำมัน A มี จุดหลอมเหลวสูงกว่า แสดงว่าน้ำมัน A มีกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่า ส่วนน้ำมัน B มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า แสดงว่าน้ำมัน B มีกรดไข มันไม่อิ่มตัวมากกว่า ข้อ ค ถูก เพราะน้ำมัน B มีกรดไขมันไม่อิ่ม ตัวมากกว่าน้ำมัน A หรือน้ำมัน B มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน (C = C) มากกว่าน้ำมัน A ทำให้น้ำมัน B ทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนตรงตำแหน่งพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน เกิดกรดไขมันและ แอลดีไฮด์ ซึ่งมีกลิ่นเหม็นได้ง่ายกว่าน้ำมัน A เพราะน้ำมัน A มี จุดหลอมเหลวสูงกว่า แสดงว่าน้ำมัน A มีกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่า ส่วนน้ำมัน B มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า แสดงว่าน้ำมัน B มีกรดไข มันไม่อิ่มตัวมากกว่า ข้อ ค ถูก เพราะน้ำมัน B มีกรดไขมันไม่อิ่ม ตัวมากกว่าน้ำมัน A หรือน้ำมัน B มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน (C = C) มากกว่าน้ำมัน A ทำให้น้ำมัน B ทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนตรงตำแหน่งพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน เกิดกรดไขมันและ แอลดีไฮด์ ซึ่งมีกลิ่นเหม็นได้ง่ายกว่าน้ำมัน A 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข้อ ข.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข.โครงสร้างแบบทุติยภูมิของโปรตีนแบบเกลียวแอลา เกิดจากการสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่าง C=O ของกรดอะมิโนหนึ่ง N-H ของกรดอะมิโนระหว่างโพลิเพปไทด์ที่อยู่คู่กัน

โครงสร้างแบบทุติยภูมิของโปรตีนแบบเกลียวแอลา เกิดจากการสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่าง C=O ของกรดอะมิโนหนึ่ง N-H ของกรดอะมิโนระหว่างโพลิเพปไทด์ที่อยู่คู่กันเสมอ 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จ. เพปไทด์ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดXกรดYและกรดZจะได้โมเลกุลของนํ้าออกมา3โมเลกุล

คาดเดา 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ค. เอนไซม์ทํางานได้ภายในช่วง pH ที่จํากัด

จากการทดลองแสดงว่า เอนไซม์ทำให้เจลาตินแข็งตัวยากขึ้น (ใช้เวลาในการแข็งตัวนานขึ้น) ดูจาก pH 7 ที่เติมเอนไซม์และไม่เติมเอนไซม์ (หลอดที่ 2 และหลอดที่ 4) การที่สารละลายเจลาตินแข็งตัวยากขึ้นเมื่อเติมเอนไซม์ เพราะเอนไซม์ย่อยเจลาตินได้สารที่ขนาด โมเลกุลเล็กลง ยิ่งเอ็นไซม์ย่อยเจลาตินได้มาก จะยิ่งแข็งตัวยากขึ้น แสดงว่าเอนไซม์ทำงาน (ย่อย) ได้ ดีที pH 7 เอนไซม์ทำให้เจลาตินแข็งตัวยากขึ้น (ใช้เวลาในการแข็งตัวนานขึ้น) ดูจาก pH 7 ที่เติมเอนไซม์และไม่เติมเอนไซม์ (หลอดที่ 2 และหลอดที่ 4) การที่สารละลายเจลาตินแข็งตัวยากขึ้นเมื่อเติมเอนไซม์ เพราะเอนไซม์ย่อยเจลาตินได้สารที่ขนาด โมเลกุลเล็กลง ยิ่งเอ็นไซม์ย่อยเจลาตินได้มาก จะยิ่งแข็งตัวยากขึ้น แสดงว่าเอนไซม์ทำงาน (ย่อย) ได้ ดีที pH 7 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ง. 2 และ 3

เพราะการฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกาย เพื่อต้องการให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาล กลูโคสเป็นไกลโคเจน ทำให้ปริมาณกลูโคสในเลือดลดลงและ การลด อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด เพราะการฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกาย เพื่อต้องการให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาล กลูโคสเป็นไกลโคเจน ทำให้ปริมาณกลูโคสในเลือดลดลงและ การลด อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ค. กรดนิวคลีอิก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


4. สามารถเพิ่มจำนวนโดยไม่จำเป็นต้องอาศัย host

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


5. Ferredoxin และ plastoquinone ถูกสร้างออกมามากขึ้นเพื่อทดแทนการทำงาน cytochrome ในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


จ. กรดอะมิโน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ค. W, Y และ Z

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ง. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แอลกอฮอล์ กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ก. มีข้อถูกเพียง 1 ข้อ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


3ชนิด 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

ข้อ 1 ผิดเพราะสารคอเลสเทอรอลทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศ กรดน้ำดีไม่ใช่น้ำดี ข้อ 4 ผิด เพราะวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน C วิตามิน B ไม่ละลายในไตรกลีเซอไรด์หรือไขมันในเลือด ข้อ 1 ผิดเพราะสารคอเลสเทอรอลทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศ กรดน้ำดีไม่ใช่น้ำดี ข้อ 4 ผิด เพราะวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน C วิตามิน B ไม่ละลายในไตรกลีเซอไรด์หรือไขมันในเลือด 6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


ง. ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ค. อะไมโลส เปลี่ยนสีสารละลายไอโอดีนเป็นสีน้ำเงิน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


2. Inducer

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


2. Lac operon เกี่ยวข้องกับกระบวนการ breakdown ของ lactose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


4. Cellular metabolism

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 29.3 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา