| 1 |
|
2. แอสไพริน |
|
เป็นยาซาลิซิเลต มักใช้เป็นยาระงับปวด ยาลดไข้และยาแก้อักเสบ |
เป็นยาซาลิซิเลต มักใช้เป็นยาระงับปวด ยาลดไข้และยาแก้อักเสบ แอสไพรินยังมีฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดโดยยับยั้งการผลิตทรอมบ็อกเซน ซึ่งปกติเชื่อมโมเลกุลเกล็ดเลือดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างปื้นเหนือผนังหลอดเลือดที่เสียหาย |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
3. สิ่งมีชีวิตมีการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมเป็นไปตามกฎเมนเดล |
|
มีการแยกเพื่อให้เกืดการถ่ายทอด |
ยีนในสิ่งมีชีวิตจะอยู่เป็นคู่เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยีนเหล่านี้จะแยกออกจากกันอย่างอิสระไปสู่เซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์ |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
3. เข้าทำลาย Complex IV ของระบบถ่ายทอดอิเล็กตรอน |
|
ทำให้ไม้สามารถสร้างพลังงานในร่างกายได้ |
พิษของ cyanide เกิดจาก CN- จะจับกับโมเลกุลที่มีประจุบวก ที่สำคัญคือ โมเลกุลของ เหล็ก (Fe) ซึ่งมีทั้ง Ferrous (Fe 2+) ซึ่งอยู่ใน hemoglobin ปกติ และ Ferric ion (Fe 3+) ซึ่งอยู่ใน myoglobin ปกติ แต่ CN- จะจับกับ Ferric ion ได้ดีกว่า Ferrous ทำให้เมื่อ CN- เข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปจับกับ Ferric ion ใน myoglobin เนื่องจาก myoglobin ทำงานในระบบ electron transport ที่ mitochondria ทำให้ได้ พลังงาน น้ำ และ carbon dioxide เมื่อ CN- จับกับ myoglobin ก็จะขัดขวางไม่ให้ขบวนการ electrontransport |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
1. ไขมัน ที่เคลื่อนลงสู่ Duodenum |
|
ถุงดีทำหน้าที่หลักคือการละลายไขมัน |
ถุงน้ำดีมีหน้าที่ในการเก็บสะสมน้ำดีได้ประมาณ 50 มิลลิลิตร (1.7 ออนซ์)[2] โดยการหลั่งของน้ำดีจะถูกกระตุ้นเมื่ออาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบถูกลำเลียงเข้ามาในลำไส้เล็ก ซึ่งจะทำให้มีการหลั่งของฮอร์โมนคอลิซิสโทไคนิน (cholecystokinin) ทำให้มีการหลั่งน้ำดีออกมา นอกจากนี้ ถุงน้ำดียังมีหน้าที่ในการทำให้น้ำดีที่ผลิตจากตับมีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งอาศัยการดูดซึมน้ำโดยเซลล์เยื่อบุผิวของถุงน้ำดี |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
5. IgG |
|
สร้างภูมิคุ้มกันเริ่มต้นให้เด็ก |
ทำหน้าที่กำจัดแบคทีเรีย ไวรัส และสารพิษในเลือดและน้ำเหลือง |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
1. การถ่ายทอดไม่เป็นไปตามกฎของเมนเดล |
|
1:3 |
กฎการแยกตัวของยีน (Law of segregation) เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยีนของแต่ละลักษณะที่อยู่เป็นคู่จะแยกไปอยู่ในแต่ละเซลล์สืบพันธุ์เพียงตัวเดียว ดังนั้นภายในเซลล์สืบพันธุ์จะไม่มียีนที่เป็นคู่เลย เมื่อเกิด การปฏิสนธิเป็นไซโกตจึงมารวมกันอีกครั้ง
กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of independent assortment) ยีนของแต่ละลักษณะที่แยกไปอยู่ในแต่ละเซลล์สืบพันธุ์สามารถจะไปจับคู่รวมกลุ่มกับยีนอื่นใดก็ได้อย่างอิสระในระหว่างการปฏิสนธิ
กฎของลักษณะเด่น (Law of dominance) เมื่อยีนลักษณะเด่นจับคู่กับยีนลักษณะด้อยลักษณะที่ปรากฏจะเป็นลักษณะเด่น (พันทาง) ส่วนลักษณะด้อยจะถูกข่มการแสดงออกเอาไว้ แต่ยีนลักษณะด้อยนั้นไม่ได้หายไปไหน เมื่อใดที่ยีนลักษณะด้อยจับคู่กับยีนลักษณะด้อยด้วยกันเอง ก็จะปรากฏลักษณะด้อย (พันธุ์แท้) นั้นออกมา |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
5. ไม่สามารถสรุปได้ |
|
ไม่มีการบอกรุ่น |
กฎการแยกตัวของยีน (Law of segregation) เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยีนของแต่ละลักษณะที่อยู่เป็นคู่จะแยกไปอยู่ในแต่ละเซลล์สืบพันธุ์เพียงตัวเดียว ดังนั้นภายในเซลล์สืบพันธุ์จะไม่มียีนที่เป็นคู่เลย เมื่อเกิด การปฏิสนธิเป็นไซโกตจึงมารวมกันอีกครั้ง
กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of independent assortment) ยีนของแต่ละลักษณะที่แยกไปอยู่ในแต่ละเซลล์สืบพันธุ์สามารถจะไปจับคู่รวมกลุ่มกับยีนอื่นใดก็ได้อย่างอิสระในระหว่างการปฏิสนธิ
กฎของลักษณะเด่น (Law of dominance) เมื่อยีนลักษณะเด่นจับคู่กับยีนลักษณะด้อยลักษณะที่ปรากฏจะเป็นลักษณะเด่น (พันทาง) ส่วนลักษณะด้อยจะถูกข่มการแสดงออกเอาไว้ แต่ยีนลักษณะด้อยนั้นไม่ได้หายไปไหน เมื่อใดที่ยีนลักษณะด้อยจับคู่กับยีนลักษณะด้อยด้วยกันเอง ก็จะปรากฏลักษณะด้อย (พันธุ์แท้) นั้นออกมา |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
4. สร้าง ATP ด้วยกลไก Phosphorylation |
|
มีการส้ราง ATP |
จากปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารชีวโมเลกุล (คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน) และปฏิกิริยาออกซิเดชันของ acetyl-CoA ในวัฏจักรกรดซิตริก จะมีการปล่อยอิเล็กตรอนออกมา โดยที่ NAD+ และ FAD จะทำหน้าที่นำอิเล็กตรอนในรูปของ NADH และ FADH2 ไปยังลูกโซ่การหายใจในไมโทคอนเดรีย โดยมี O2 เป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย และได้ผลิตภัณฑ์เป็น H2O และยังมีการเกิดฟอสโฟริเลชันของ ADP ได้เป็น ATP ดังนั้นพลังงานที่ได้จากออกซิเดชันของสารชีวโมเลกุลก็จะอยู่ในรูปของ ATP |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
3. 60 cc |
|
เพราะร่างการสามารถรับได้ |
คือปริมาตรของเลือดที่ถูกสูบฉีดออกจากหัวใจห้องล่างซ้ายหรือห้องล่างขวาในระยะเวลาหนึ่งนาที อาจวัดผลได้หลายหน่วย เช่น ลูกบาศก์เดซิเมตรต่อนาที |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
3. เอา whole B Positive Blood จ่ายแก่ผู้ป่วย |
|
เพราะตรงกับหมู่เลือดผู้ป่วย |
หมู่เลือด B+ สามารถบริจาคเลือดให้หมู่เลือด B+ และ AB+เท่านั้นและสามารถรับเลือดจากหมู่เลือด B+, B-, O+ และ O- เท่านั้น |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
1. ลำดับการถ่ายทอด e- ของโคเอนไซม์ NADH บน Inner Membrane ของ Chloroplast ทำให้เกิดพลังงานเคลื่อนย้าย H+ เข้าสู่ Inter Membrane Space |
|
เพราะทำให้เกิดการสร้าง ATP |
ในแต่ละล าดับขั้นของการส่งถ่ายอิเล็กตรอนพลังงานที่ปลดปล่อย
ออกมาจะถ
ู
กน
าไปใช
้ในการสร
้
างพ
ั
นธะเคม
ีในโมเลกุลของ ATP
เรียกการสร้าง ATP จากปฏิกิริยา redox เช่นนี้ว่า “oxidative
phosphorylation” ออกซิเจนท าหน้าที่เป็ นตัวรับอิเล็กตรอนตัว
สุดท้ายหลังจากรับอิเล็กตรอนแล้วออกซิเจนจะรวมตัวกับ
ไฮโดรเจนอิออน ได้เป็ นโมเลกุลของน ้า |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
1. Nucleolus ประกอบด้วย RNA และโปรตีน Histone จำนวนมาก พบมากในเซลล์ที่มีกิจกรรมการทำงานสูง และเกี่ยวข้องกับการสร้าง Ribosome โดยสังเคราะห์สารและเคลื่อนที่ผ่าน Annulus ของ Cell Membrane |
|
เป็นแหล่งสร้างพลังงานและสร้าง Ribosome |
นิวคลีโอไลประกอบด้วยโปรตีน, DNA และ RNA |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
5. ICSI เป็นการแก้ปัญหาความผิดปกติของเพศชาย ทำให้ Sperm มีคุณภาพและปริมาณไม่เหมาะสม จัดเป็น Micromanipulation ประเภทหนึ่ง |
|
ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเอง |
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นการช่วยปฎิสนธิโดยวิธีฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในเซลล์ไข่ ช่วยเพิ่มอัตราการปฎิสนธิและโอกาสการตั้งครรภ์ |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
1. ความถี่ของ IA = 0.39 |
|
เพราะมีหมู่ O เลยมีความถี่เยอะที่สุด |
(p IA + q IB + r i)2 = p2 IA IA + 2pr IAi + 2pq IA IB + q IB IB + 2qr IBi + r2ii |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
4. Bioluminescence ส่งผลให้น้ำทะเลตอนกลางคืนเป็นสีฟ้า เกิดจากแพลงก์ตอนพวก Diatom |
|
เพราะ Bioluminescence ส่งผลให้น้ำทะเลตอนกลางคืนเป็นสีฟ้า |
การสร้างพลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมีภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของ “แสงสว่าง” |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
1. SA-node สามารถถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้าและสาร Acetylcholine หรือ Adrenalin จากปลายประสาท Sympathetic |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
4. ปลาการ์ตูนสามารถเปลี่ยนเพศได้ โดยตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
5. HCG |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
1. การเกิด IgG หรือ IgA เกิดจากกระบวนการ VDJ joining โดยการ class switch ของยีน exon และ intron บริเวณ C-domain ของ heavy chain |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|