ตรวจข้อสอบ > วรรณวิภา รัตนพันธ์ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 0 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


4 คำนวณ การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ (Urine analysis หรือ Urinalysis หรือ UA) เป็นการตรวจพื้นฐานทางการแพทย์ ที่นิยมใช้ตรวจในการตรวจสุขภาพประจำปี เนื่องจากเป็นการตรวจที่ทำได้ค่อนข้างง่าย ไม่ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจเจ็บตัว และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของไตและระบบปัสสาวะของผู้เข้ารับการตรวจหลายอย่าง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ค. กลูโคส,นํ้าตาลทราย

จากการทอสอบ น้ำตาลกลูโคส (glucose) เป็น คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ประเภท น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) มีคาร์บอน 6 อะตอม (hexose) ชนิดแอลโดส (aldose) น้ำตาลกลูโคสที่พบอยู่ในรูป D-glucose ซึ่งเป็นน้ำตาลรีดิวซ์ (reducing sugar) น้ำตาลกลูโคส อาจเรียกว่า dextrose (หมายถึง D-glucose) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข. 1 และ 2

จากการพิจารณา เอนไซม์มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต เพราะว่าปฏิกิริยาเคมีส่วนใหญ่ในเซลล์จะเกิดช้ามาก หรือถ้าไม่มีเอนไซม์อาจทำให้ผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยากลายเป็นสารเคมีชนิดอื่น ซึ่งถ้าขาดเอนไซม์ระบบการทำงานของเซลล์จะผิดปกติ (malfunction) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ค. ไก่ทอดหาดใหญ่ที่กินพร้อมหอมเจียว

โปรตีนไม่ถูกทำลาย โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่จำเป็น สำหรับร่างกายมนุษย์ [1]พวกมันเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อร่างกายและยังสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งเชื้อเพลิงได้อีกด้วย ในฐานะที่เป็นเชื้อเพลิง โปรตีนจะให้ความหนาแน่นของพลังงาน มากพอๆ กับคาร์โบไฮเดรต : 4 kcal (17 kJ ) ต่อกรัม; ในทางตรงกันข้าม ลิปิดให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี (37 กิโลจูล) ต่อกรัม ลักษณะที่สำคัญที่สุดและการกำหนดลักษณะเฉพาะของโปรตีนจากมุมมองทางโภชนาการคือองค์ประกอบ ของ กรดอะมิโน [2] 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อ ข.

จากการวิเคราะห์ กรดสามารถระบุได้ด้วยรสเปรี้ยว, สมบัติทำปฏิกิริยากับโลหะอย่างแคลเซียม และเบสอย่างโซเดียมคาร์บอเนต กรดที่ละลายน้ำมี pH น้อยกว่า 7 โดยที่กรดจะแรงขึ้นตามค่า pH ที่ลดลง และเปลี่ยนกระดาษลิตมัสสีน้ำเงินเป็นแดง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


2 คำนวณ เปปไทด์คือสายพอลิเมอร์ของกรดอะมิโนที่มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ ปลายด้านที่มีหมู่อะมิโนเป็นอิสระเรียกว่าปลายเอ็น (N-terminal) ส่วนปลายที่มีหมู่คาร์บอกซิลเป็นอิสระเรียกว่าปลายซี (C-terminal) การเรียกชื่อเปปไทด์จะเรียกตามลำดับกรดอะมิโนจากปลายเอ็นไปหาปลายซี เปปไทด์ขนาดเล็กหลายชนิดมีความสำคัญในสิ่งมีชีวิต 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


2,5,7,12,8,10 คำนวณ เปปไทด์คือสายพอลิเมอร์ของกรดอะมิโนที่มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ ปลายด้านที่มีหมู่อะมิโนเป็นอิสระเรียกว่าปลายเอ็น (N-terminal) ส่วนปลายที่มีหมู่คาร์บอกซิลเป็นอิสระเรียกว่าปลายซี (C-terminal) การเรียกชื่อเปปไทด์จะเรียกตามลำดับกรดอะมิโนจากปลายเอ็นไปหาปลายซี เปปไทด์ขนาดเล็กหลายชนิดมีความสำคัญในสิ่งมีชีวิต 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ จ.

จากการวิเคราะห์ แป้ง วิธีการทดสอบ : หยดสารละลายไอโอดีน 1 หยดลงใน สารละลายที่ต้องการทดสอบ ผลการทดสอบ : ถ้าน้าไปทดสอบสารใด ๆ แล้วเปลี่ยนจากสีน้าตาลเหลือง เป็นสีน้าเงินเข้มหรือสีน้าเงินปนม่วง แสดงว่ามีแป้ง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


โพลีเปปไทด์ วิเคาระห์ เปปไทด์ คือสายพอลิเมอร์ของกรดอะมิโนที่มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ ปลายด้านที่มีหมู่อะมิโนเป็นอิสระเรียกว่าปลายเอ็น (N-terminal) ส่วนปลายที่มีหมู่คาร์บอกซิลเป็นอิสระเรียกว่าปลายซี (C-terminal) การเรียกชื่อเปปไทด์จะเรียกตามลำดับกรดอะมิโนจากปลายเอ็นไปหาปลายซี เปปไทด์ขนาดเล็กหลายชนิดมีความสำคัญในสิ่งมีชีวิต 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ข. สาร X เป็นสารประกอบเอสเทอร์

จากการวิเคราะห์ สารประกอบ เป็นสารเคมีที่เกิดจากธาตุเคมีตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมารวมตัวกันโดย พันธะเคมีด้วยอัตราส่วนของส่วนประกอบที่แน่นอน ตัวอย่าง เช่น ไดไฮโรเจนโมน็อกไซด์ หรือ น้ำ มีสูตรเคมีคือ H2Oซึ่งเป็นสารที่ประกอบด้วย ไฮโดรเจน 2 อะตอม และ ออกซิเจน 1 อะตอม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข้อ ข. 2 ชนิด

จากการวิเคราะห์ กรดไขมัน (อังกฤษ: Fatty acid) เป็นกรดคาร์บอกซิลิก (carboxylic acid) ซึ่งมีหางเป็นโซ่แบบ อะลิฟาติก (aliphatic) ยาวมีทั้งกรดไขมันอิ่มตัว (saturated) และกรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated) กรดไขมันจะมีคาร์บอน อย่างน้อย 8 อะตอม และส่วนใหญ่จะเป็นจำนวนเลขคู่ เพราะกระบวนการชีวสังเคราะห์ ของกรดไขมันจะเป็นการเพิมโมเลกุลของอะซิเตต ซึ่งมีคาร์บอน อยู่ 2 อะตอม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ ก. 2 แบบ

จากการวิเคราะห์ เบสแก่ (Strong Base) คือเบสที่สามารถแตกตัวได้ 100% ในน้ำ เช่น NaOH, LiOH และ Ba(OH)2 เป็นต้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


เลซิติน (Lecithin) คือสารประกอบระหว่างกรดไขมันจำเป็น ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 2 ตัว ได้แก่ โคลีน(Choline) และอินอสซิตอล (Inositol) สามารถพบเลซิตินได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ สำหรับร่างกายของมนุษย์นั้น จะพบมากในอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


X=กลีเซอรอล Y=กรดไขมัน วิเคราะห์ ไขมันและน้ำมันเป็นเอสเทอร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ จัดว่าเป็นสารอินทรีย์ประเภทเดียวกับไข (Wax) รวมเรียกว่า ไลปิด (Lipid)ไลปิด เป็นเอสเทอร์ที่โมเลกุลมีขนาดใหญ่ไม่มีขั้วจึงไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในตัวทำละลายไม่มีขั้ว คือตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คลอโรฟอร์ม อีเทอร์ โพรพาโนน เบนซีน เป็นต้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข้อ ก.

จากการวิเคราะห์ เอนไซม์ หรือ enzyme คือ กลุ่มของโปรตีนที่มีหน้าที่พิเศษแตกต่างจากโปรตีนทั่วไป คือ มีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการสังเคราะห์องค์ประกอบภายในเซลล์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


จากการวิเคราะห์ เปปไทด์ คือสายพอลิเมอร์ของกรดอะมิโนที่มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ ปลายด้านที่มีหมู่อะมิโนเป็นอิสระเรียกว่าปลายเอ็น (N-terminal) ส่วนปลายที่มีหมู่คาร์บอกซิลเป็นอิสระเรียกว่าปลายซี (C-terminal) การเรียกชื่อเปปไทด์จะเรียกตามลำดับกรดอะมิโนจากปลายเอ็นไปหาปลายซี เปปไทด์ขนาดเล็กหลายชนิดมีความสำคัญในสิ่งมีชีวิต เ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ ง.

จากการวิเคราะห์ ทำหน้าที่สร้างโปรตีน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


8 คำนวณ เปปไทด์ คือสายพอลิเมอร์ของกรดอะมิโนที่มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ ปลายด้านที่มีหมู่อะมิโนเป็นอิสระเรียกว่าปลายเอ็น (N-terminal) ส่วนปลายที่มีหมู่คาร์บอกซิลเป็นอิสระเรียกว่าปลายซี (C-terminal) การเรียกชื่อเปปไทด์จะเรียกตามลำดับกรดอะมิโนจากปลายเอ็นไปหาปลายซี เปปไทด์ขนาดเล็กหลายชนิดมีความสำคัญในสิ่งมีชีวิต 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข้อใดไม่ถูกต้อง

จ. RNA เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อความทางพันธุกรรมจาก DNA ไปใช้ในการสร้างโปรตีนต่าง ๆ

จากการวิเคราะห์ 1.ดีเอ็นเอ(DNA)โดยทั่วไปมีสภาพเป็นสายคู่(double strand)ส่วนอาร์เอ็นเอ(RNA)โดยทั่วไปมีสภาพเป็นสายเดี่ยว(single strand) 2.ดีเอ็นเอ (DNA)มีไนโตรจีนัสเบส(nitrogenous base)เป็นองค์ประกอบ ได้แก่ A(อะดีนีน) และ G(กัวนีน)ที่เป็น พวกพิวรีนหรือเพียวรีน (Purine) และ T(ไทมีน) และ C(ไซโตซีน)ที่เป็น พวกไพริมิดีน (Pyrimidine) แต่อาร์เอ็นเอ(RNA)มีเบส U(ยูราซิล)เข้ามาแทนที่เบส T (ไทมีน) คือ มี A(อะดีนีน), G(กัวนีน), C(ไซโตซีน)และ U(ยูราซิล) 3.ดีเอ็นเอ (DNA) มีน้ำตาลดีออกซีไรโบส(deoxyribose)เป็นองค์ประกอบ ส่วนอาร์เอ็นเอ(RNA)มีน้ำตาลไรโบส(ribose)เป็นองค์ประกอบ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ง. 4 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต โปรตีน และเซลลูโลส

จากการวิเคราะห์ ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายมากที่สุด คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 7.8 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา