| 1 |
|
ง. Antibiotic ใช้สำหรับกำจัดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อของส่งมีชีวิต |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ค. ควรมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณอาคารที่มีคนหนาแน่นสูง เช่น ศูนย์การค้า อย่างน้อยวันละครั้ง |
|
วันละ2ครั้ง |
แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 ) ฉบับที่ ๑ |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
จ. 01% Sodium hypochlorite |
|
จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ถ้าเป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว ฆ่าเชื้อโรค |
ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกกระดาษและสิ่งทอ
เป็นน้ำยาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค
ใช้ซักล้างทำความสะอาดเสื้อผ้า |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
สบู่ละลายในน้ำ จับกับสิ้งสกปรก สบู่ทำการแยกสิ่งสกปรกออกจากผิวหนังของเรา แล้วลอยไปกับน้ำ |
|
เมื่อสบู่ละลายน้ำ สบู่จะหันส่วนที่ไม่มีขั้วเข้าหากัน และจับกันเป็นกลุ่มๆส่วนทางด้าน (-COO-Na+) จะแตกตัวออกเป็นโซเดียมไอออน (Na+) และคาร์บอนออกซิเลตไอออน(-COO-) โซเดียมไอออนที่เกิดขึ้นถูกโมเลกุลของน้ำล้อมรอบกลายเป็นไอออนที่ถูกไฮเดรต (Na+(aq)) ส่วนทางด้านคาร์บอกซิเลตไอออน (-COO-) ซึ่งยังจับอยู่กับส่วนที่ไม่มีขั้ว จะชี้ออกไปยังโมเลกุลของน้ำที่อยู่ล้อมรอบ
|
สบู่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้ เพราะว่าสิ่งสกปรกส่วนใหญ่จะถูกห่อหุ้มด้วยไขมันหรือน้ำมัน ดังนั้นการกำจัดสิ่งสกปรกจึงเสมือนเป็นการกำจัดก้อนไขมันหรือน้ำมันนั้นเอง เนื่องจากไขมันและน้ำมันไม่ละลายน้ำ จึงไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่า แต่สบู่สามารถชำระล้างน้ำมัน หรือไขมันได้เพราะสบู่จะหันปลายข้างที่ไม่มีขั้ว ไปละลายในน้ำมันหรือไขมัน ส่วนด้านที่มีขั้วคือ ด้านคาร์บอกซิเลตไอออนจะละลายในน้ำ โมเลกุลของสบู่จึงล้อมรอบน้ำมันกลายเป็นหยดน้ำมัน
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
น้ำกระด้างเกิดจากในน้ำนั้นมี เกลือคาร์บอเนต เกลือคลอไรด์ และเกลือซัลเฟตของโลหะบางชนิดละลายอยู่ |
|
น้ำกระด้าง หมายถึง น้ำที่ไม่เกิดฟองกับสบู่ หรือเกิดฟองสบู่น้อย และมีไคลสบู่เกิดขึ้น เช่น น้ำคลอง น้ำบ่อ น้ำบาดาล น้ำทะเล เป็นต้น |
น้ำกระด้างมีไอออนของแคลเซียมและแมกนีเซียม น้ำยาปรับสภาพน้ำจะกำจัดไอออนเหล่านั้นออกโดยการแลกเปลี่ยนเป็นโซเดียมหรือโพแทสเซียมไอออน |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข. จำเป็นต้องใช้เอนไซม์ตัดจำเพาะที่ได้จากแบคทีเรียในน้ำพุร้อนมาใช้ตัดชิ้นส่วนของ DNA เนื่องจากสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ค. Polymerase chain reaction technique |
|
เพิ่มปริมาDNA |
Denaturing เป็นการแยกสายดีเอ็นเอต้นแบบจากสภาพที่เป็นสายคู่ ให้เป็นดีเอ็นเอสายเดี่ยวโดยใช้อุณหภูมิสูง 92-95° C
Annealing เป็นขั้นตอนที่ทำให้ไพรเมอร์ ซึ่งเป็นดีเอ็นเอสายสั้น ๆ (ประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์จำนวน 10-14 เบส) ที่มีลำดับเบสเป็นคู่สมกับดีเอ็นเอที่เป็นต้นแบบจับคู่กัน ซึ่งนิยมใช้อุณหภูมิในช่วง 37-60° C
Extension เป็นขั้นตอนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่ โดยสังเคราะห์ต่อจากส่วนปลาย 5’ ของไพรเมอร์ โดยอาศัยการทำงานของเอนไซม์ดีเอ็นเอโพลิเมอร์เรส ซึ่งเอนไซม์นี้ สามารถทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิ 72-75° C |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
จ. ทั้ง Antibody test kit และ Antigen test kit เมื่อใช้แล้วไม่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ข้อ ค |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข้อ ง |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|