ตรวจข้อสอบ > ศรอนงค์ เรืองวิทยาวงศ์ > รอบที่ 2 | การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ (มัธยมศึกษาตอนปลาย) > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 16 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. ไม่มีข้อผิด

ยาปฏิชีวนะข้างต้นมีคุณสมบัติตามที่โจทย์กล่าวมา https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/483/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD/ 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข. กรณีเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น พื้นห้อง แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ 01% Sodium hypochlorite

https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_other/G41.pdf 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ง. 0.1% Chlorhexidine

หากจะสามารถกำจัดเชืื้อโควิด19ได้ต้องใช้ สารChlorhexidine 0.02 เปอเซ็นต์ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/483/โควิด-19น้ำยาฆ่าเชื้อ/ https://bangpakok3.com/care_blog/view/124 https://www.pharmacy.psu.ac.th/COVID19_article1_psu.pdf 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


จะมีสารลดเเรงตึงผิวเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด สารลดแรงตึงผิว (surfactants) โมเลกุลของสารลดแรงตึงผิว ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group) และส่วนที่ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic group) ส่วนที่ไม่ชอบน้ำมักจะเป็นสายไฮโดรคาร์บอนเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะสำคัญของสารลดแรงตึงผิวคือ เมื่อใส่สารลดแรงตึงผิวลงในน้ำ สารลดแรงตึงผิวจะไปลดแรงตึงผิวของน้ำทำให้เกิดกระบวนการต่าง ๆ เช่น การเกิดฟอง การทำให้เปียก และกระบวนการทำความสะอาด เป็นต้น โดยส่วนหางของสารลดแรงตึงผิวที่ไม่ชอบน้ำจะเกาะกับไขมัน หรือสิ่งสกปรกที่ไม่ชอบน้ำที่อยู่บนผิวหนังหรือเส้นผม ส่วนหัวที่ชอบน้ำจะหันไปสัมผัสกับโมเลกุลของน้ำ ซึ่งสารลดแรงตึงผิวจะเกาะกันจำนวนมากเกิดเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ละลายตัวในน้ำได้ เรียกว่า ไมเซลล์ (micelle) โดยไขมันหรือสิ่งสกปรกจะอยู่บริเวณแกนกลางของโครงสร้างไมเซลล์ แล้วถูกชำระล้างไปกับน้ำ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/474/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหนังและเส้นผม/ 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


เกิดจากสารประกอบจำพวก แคลเซียม แมกนีเซียม ความกระด้างในน้ำ แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1.1 ความกระด้างชั่วคราว หรือความกระด้างคาร์บอเนต เกิดจากสารไบคาร์บอเนตของแคลเซียม และ แมกนีเซียม น้ำกระด้างชนิดนี้สามารถกำจัดได้โดย • การต้มให้เดือด ทำให้เกิดเป็นตะกรันในหม้อน้ำหรือเครื่องใช้ในครัว • การเติมปูนขาวและตกตะกอน ต้องมีระบบปรับ pH (ความเป็นกรด-ด่าง) ให้เป็นกลางค่อนไปทาง ด่างเล็กน้อย ด้วยการเติมกรด (H2SO4) อ่อนๆ แต่ต้องควบคุมไม่ให้ pH ลดลงไปด้านกรด 1.2 ความกระด้างถาวร หรือความกระด้างที่ไม่ได้เกิดจากคาร์บอเนต แต่เกิดจากสารพวกซัลเฟต และคลด ไรด์ ของแคลเซียมและแมกนีเซียม การแก้ไขน้ำกระด้างชนิดนี้มีความยุ่งยาก โดยมีวิธีการ ดังนี้ • กระบวนการ Lime-Soda คือเติม Ca(OH)2 และ Na2CO3 แล้วตามด้วยการตกตะกอน จากนั้นทำ การปรับ pH ให้เป็นกลาง เช่นเดียวกับวิธีข้างต้น • การกรองที่ใช้การแลกเปลี่ยนอิออน เช่น เรซิน ในแหล่งน้ำบางแห่ง ที่มีน้ำทะเลหรือน้ำกร่อยซึมเข้ามา ทำให้มีปริมาณของเกลือโซเดียม มากเกินปกติ เมื่อนำมาใช้ อาบน้ำกับสบู่ จะทำให้เกิดฟองสบู่ได้ยาก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับว่า น้ำที่ใช้มีความกระด้างมาก แต่ความจริงมีความ กระด้างต่ำมาก ปรากฎการณ์เช่นนี้เรียกว่า ความกระด้างเทียม แต่โซเดียมไม่ได้ทำให้เกิดความกระด้างขึ้นในน้ำ ขีด ความจำกัดของความกระด้าง ยังไม่มีการกำหนด อย่างไรก็ตาม น้ำประปาควรมีความกระด้างไม่เกิน 80 - 100 มก./ล. ของ CaCO3 เพื่อป้องกันการกัดกร่อนในเส้นท่อ ระดับความกระด้างของน้ำ • น้ำอ่อน 75 มก./ล. CaCO3 หรือน้อยกว่า • น้ำค่อนข้างกระด้าง 75 - 150 มก./ล. CaCO3 • น้ำกระด้าง 150 - 300 มก./ล. CaCO3 • น้ำกระด้างมาก 300 มก./ล. CaCO3 หรือมากกว่า ดังนั้น ท่านจะต้องทราบว่าน้ำที่ท่านใช้อยู่ มีความกระด้างประมาณเท่าไร และเป็นชนิดไหน เพื่อเลือกวิธีกำจัดที่ เหมาะสมต่อไป https://www.mwa.co.th/faq_print.php?fa_id=30 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข. จำเป็นต้องใช้เอนไซม์ตัดจำเพาะที่ได้จากแบคทีเรียในน้ำพุร้อนมาใช้ตัดชิ้นส่วนของ DNA เนื่องจากสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ค. Polymerase chain reaction technique

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ง. Antibody test kit ต้องตรวจที่โรงพยาบาล ส่วน Antigen test kit สามารถซื้อมาตรวจเองที่บ้านได้

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ข้อ ง

นายศุภวิชญ์ มีภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด19 ดังนั้นจึงมีผลตรวจเป็นลบ https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/How-to-use-Antigen-test-kit 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข้อ ง

https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/How-to-use-Antigen-test-kit 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/How-to-use-Antigen-test-kit 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ยังไม่สามารถเเปรผลได้ ไม่ปรากฏแทบที่c จึงต้องทำการตรวจซ้ำ https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/How-to-use-Antigen-test-kit 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ผลเป็นบวก เเสดงว่าผู้ป่วยติดเชื้อ ถ้าผลเป็นบวกจะปรากฏเเถบสีตามตำเเหน่งcและt เป็น2ขีด https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/How-to-use-Antigen-test-kit 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/How-to-use-Antigen-test-kit 8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 45 เต็ม 160

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา