ตรวจข้อสอบ > ณัฐจิรา บุญยงค์ > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 22 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


เป้าหมายหลักของการใช้การสัมผัสปลายนิ้วของมนุษย์ในกระบวนการประกอบหุ่นยนต์คืออะไร

เพื่อกำจัดความล้มเหลวในการประกอบ เช่น การกัดเพลาและรู

ความรู้สึกทางสัมผัส (Tactile Sense) ของมนุษย์มีความละเอียดสูงมากในการตรวจจับความผิดปกติเล็ก ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการประกอบ (เช่น รูที่ไม่ตรงกัน การขรุขระ หรือการสึกหรอเล็กน้อยที่เรียกว่า "การกัดเซาะ") ซึ่งเป็นจุดบกพร่องที่ทำให้เกิด ความผันผวน (Variability) และลดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การใช้มือมนุษย์จึงเข้ามาเพื่อ ควบคุมคุณภาพ ในระดับที่ละเอียด หลักการควบคุมคุณภาพด้วยประสาทสัมผัส (Sensory Quality Control) ในกระบวนการผลิต และการประยุกต์ใช้ ความละเอียดของแรงสัมผัส (Force and Tactile Resolution) ในวิศวกรรมการประกอบ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


อุปกรณ์ใดใช้วัดข้อมูลแรงระหว่างงานประกอบ

อุปกรณ์วัดแรงด้วยเซ็นเซอร์ความดัน

ในงานประกอบ (Assembly) ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์หรือการควบคุมด้วยมือ การวัด แรง (Force) ที่ใช้ในการจับหรือกดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เซ็นเซอร์ความดัน (Pressure Sensor) หรือ เซ็นเซอร์แรง (Force Sensor / Load Cell) ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแปลงแรงทางกายภาพให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ทำให้สามารถวัดและควบคุมแรงในกระบวนการประกอบได้อย่างแม่นยำ หลักการวัดแรง (Force Measurement Principle) โดยใช้ทรานสดิวเซอร์ (Transducer) ประเภทเซ็นเซอร์ความดันหรือสเตรนเกจ (Strain Gauge) ในแขนกลและงานหุ่นยนต์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


จากการศึกษาวิจัยได้อธิบายวิธีการใดเพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในการประกอบระบบหุ่นยนต์

การวัดข้อมูลแรงสัมผัสและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์

วิธีนี้เป็นกลไกการแก้ไขแบบวงจรปิด (Closed-Loop Correction) การวัดแรง (Force) และ สัมผัส (Tactile) ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถตรวจจับความผิดปกติในการประกอบได้ทันที (เช่น แรงเสียดทานที่สูงผิดปกติ การชน หรือการจัดตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง) และสามารถ ปรับพฤติกรรมการประกอบ (Assembly Behavior) ได้แบบ เรียลไทม์ เพื่อป้องกันความล้มเหลว ก่อนที่ชิ้นส่วนจะเสียหายหรือเกิดข้อบกพร่องถาวร หลักการควบคุมป้อนกลับทางสัมผัส (Tactile Feedback Control) และ ระบบการควบคุมหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Intelligent Robotic Control Systems) ที่เน้นการทำงานร่วมกับโลกทางกายภาพ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


การวัดวิถีการเคลื่อนที่ของชิ้นงานระหว่างงานประกอบมีความสำคัญอย่างไร

เพื่อประเมินความแม่นยำของเส้นทางของหุ่นยนต์และป้องกันการเยื้องศูนย์

วิถีการเคลื่อนที่ (Trajectory) หรือเส้นทางที่ชิ้นส่วนเคลื่อนที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการประกอบ การวัดวิถีช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่าแขนกล/หุ่นยนต์กำลังเคลื่อนที่ชิ้นส่วนตามเส้นทางที่กำหนดอย่าง แม่นยำ (Accuracy) หรือไม่ ซึ่งจำเป็นต่อการจัดวางชิ้นส่วนให้เข้ากันได้อย่างถูกต้องและ ป้องกันการเยื้องศูนย์ (Misalignment) ของชิ้นส่วน หลักการควบคุมวิถี (Trajectory Control Principle) และ ความแม่นยำทางจลนศาสตร์ (Kinematic Accuracy) ในระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ส่วนประกอบใดที่จำเป็นสำหรับการคำนวณแรงปฏิกิริยาแนวนอนระหว่างกระบวนการจับยึด

เซ็นเซอร์วัดแรงกดบนปลายนิ้ว

ในกระบวนการจับยึด (Gripping) หรือการประกอบที่ละเอียดอ่อน การคำนวณ แรงปฏิกิริยาแนวนอน (Normal Reaction Force) ที่เกิดขึ้นระหว่างชิ้นงานและเครื่องมือจับยึด (Gripper) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมไม่ให้ชิ้นงานลื่นหรือเสียหาย เซ็นเซอร์วัดแรงกด/แรงสัมผัสที่ปลายนิ้ว (Tactile Force Sensor) คืออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บข้อมูลแรงสัมผัสในทิศทางต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ณ จุดสัมผัสจริง หลักการควบคุมแรงสัมผัส (Tactile Force Control) และ ทฤษฎีการจัดการการจับยึด (Grasp Planning and Management Theory) ในวิศวกรรมหุ่นยนต์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


เหตุใดจึงใช้โพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometers) ในอุปกรณ์ตรวจวัดการเคลื่อนไหว

เพื่อกำหนดมุมการหมุนของข้อต่อชุดประกอบ

โพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer) เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ (Variable Resistor) ชนิดหนึ่งที่ทำงานเป็น เซ็นเซอร์วัดตำแหน่งเชิงมุม (Angular Position Sensor) เมื่อแกนหมุนของข้อต่อหุ่นยนต์หมุน มันจะเปลี่ยนค่าความต้านทานไฟฟ้าที่วัดได้ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับ มุม (Angle) ของข้อต่อ ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของข้อต่อได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ หลักการทำงานของโพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer Working Principle) ในฐานะทรานสดิวเซอร์ (Transducer) ที่แปลงการเคลื่อนที่เชิงมุมให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า (ความต้านทาน/แรงดันไฟฟ้า) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


การทดลองสอบเทียบที่อธิบายไว้ในการศึกษานี้มีหน้าที่อะไร?

เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของเอาต์พุตเซนเซอร์กับมุมที่ทราบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


การศึกษาเสนอแนะเพื่อเพิ่มความสามารถของหุ่นยนต์ในการประกอบชิ้นส่วนโดยไม่เกิดข้อผิดพลาดอย่างไร

โดยการบูรณาการความรู้สึกสัมผัสของมนุษย์เข้ากับระบบหุ่นยนต์

งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การบูรณาการ ความสามารถทางสัมผัส (Tactile Sense) ของมนุษย์ ซึ่งมีความไวสูงในการตรวจจับความคลาดเคลื่อนหรือแรงเสียดทานเล็กน้อย เข้ากับระบบอัตโนมัติของหุ่นยนต์ (เช่น การประกอบร่วมกันระหว่างมนุษย์-หุ่นยนต์ หรือการใช้ข้อมูลสัมผัสของมนุษย์ในการฝึกหุ่นยนต์) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ ลดข้อผิดพลาด และ เพิ่มความแม่นยำ ในงานประกอบที่ซับซ้อน หลักการควบคุมแบบมนุษย์-ใน-วงจร (Human-in-the-Loop Control) และ ทฤษฎีการเลียนแบบทักษะการสัมผัสของมนุษย์ (Human Tactile Skill Emulation) ในวิทยาการหุ่นยนต์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จากการศึกษาวิจัยพบว่าระบบหุ่นยนต์มีเป้าหมายที่จะเอาชนะปัญหาหลักอะไรบ้าง

ความล้มเหลวในการประกอบ เช่น การเยื้องศูนย์และความเสียหายของชิ้นส่วน

ปัญหาหลักที่ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติพยายามแก้ไขในงานประกอบที่ซับซ้อนคือ ข้อบกพร่องทางกายภาพ (Physical Defects) ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ซึ่งรวมถึง การเยื้องศูนย์ (Misalignment) ของชิ้นส่วน และ ความเสียหาย (Damage) ที่อาจเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนที่อ่อนไหว การใช้เซ็นเซอร์และการควบคุมที่ซับซ้อนมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความแม่นยำและป้องกันความเสียหายเหล่านี้ หลักการความแม่นยำในการประกอบ (Assembly Precision Principle) และ การควบคุมความคลาดเคลื่อน (Tolerance Control) ในวิศวกรรมการผลิตที่ใช้หุ่นยนต์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


อุปกรณ์ใดใช้บันทึกแรงดันเอาต์พุตจากอุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหวและแรง

ไมโครคอมพิวเตอร์ Arduino Mega

เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่หลักในการ รับสัญญาณไฟฟ้า (แรงดันเอาต์พุต) จากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ (วัดการเคลื่อนไหวและแรง) เพื่อทำการ แปลงสัญญาณ (Analog-to-Digital Conversion) และ บันทึกข้อมูล ที่ได้ลงในหน่วยความจำ เพื่อนำไปประมวลผลหรือควบคุมระบบต่อไป | หลักการเก็บข้อมูลและการประมวลผล (Data Acquisition and Processing Principle) โดยใช้ชิปประมวลผลขนาดเล็กในระบบเซ็นเซอร์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


แนวทางการใช้ชีวิตกล่าวถึงความท้าทายเฉพาะอะไรบ้างในบริบทของการแพร่ระบาด เช่น COVID-19?

มีการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้น

ในช่วงการแพร่ระบาดอย่าง COVID-19 ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการ ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จากการศึกษาพบว่า อะไรคืออุปสรรคสำคัญในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

วิธีการรวบรวมข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน

ในบริบทของการแพทย์และการวิจัยทางคลินิก การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ (เช่น การทดลองทางคลินิก) ต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลที่มีมาตรฐานเดียวกันและสามารถเปรียบเทียบกันได้ วิธีการเก็บข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน (Inconsistent Data Collection) เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษาได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด หลักการรวบรวมข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standardized Data Collection Principle) ในการวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) และ อุปสรรคในการแปลผลงานวิจัย (Translational Bottlenecks) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


การศึกษาชี้ให้เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างไรในการปรับปรุงการดำเนินการตามแนวทางการดำรงชีวิต

การปรับปรุงการแปลและการปรับให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น

แนวทางการปฏิบัติงานหรือแนวทางการดำรงชีวิตที่กำหนดในระดับสากลหรือระดับประเทศ มักจะต้องมีการ ปรับปรุง (Improvement) และ ปรับให้เหมาะสม (Adaptation) กับ บริบทท้องถิ่น (Local Context) เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับทรัพยากร วัฒนธรรม และความต้องการเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ ได้จริง หลักการปรับใช้แนวปฏิบัติ (Guideline Adaptation Principle) ในการสาธารณสุขและการบริหารจัดการ ซึ่งเน้นความสำคัญของการแปลผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติงานในพื้นที่ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


แนวทางการใช้ชีวิตมีบทบาทอย่างไรตามบทความ Australian living guidelines for the clinical care of people with COVID-19?

ข้อมูลเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นข้อมูลอ้างอิงหลักสำหรับ การรักษา โควิด -19

แนวทางการดำเนินชีวิต (Living Guidelines) สำหรับการดูแลทางคลินิก ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (เช่น ในช่วงการระบาดของ COVID-19) ข้อมูลจากชีววิถี (Biological Data) ที่อัปเดตอย่างต่อเนื่องจึงถูกนำมาใช้เป็น หลักฐานอ้างอิงหลัก เพื่อช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สามารถตัดสินใจรักษาได้อย่างทันท่วงทีและมีข้อมูลสนับสนุน หลักการแพทย์เชิงประจักษ์แบบไดนามิก (Dynamic Evidence-Based Medicine) และ แนวคิดแนวทางการดำเนินชีวิต (Living Guidelines Concept) ในการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


แนวทางการใช้ชีวิตได้รับการปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีความเกี่ยวข้องในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น โรคระบาด

ผ่านการเฝ้าระวังหลักฐานอย่างต่อเนื่องและการอัปเดตเป็นประจำ

เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติ (Guidelines) มีความเกี่ยวข้อง (Relevant) และทันต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอย่างรวดเร็ว (เช่น ในช่วงโรคระบาด) จึงจำเป็นต้องมีการ เฝ้าระวังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง (Continuous Surveillance) และมีการ อัปเดตแนวทางปฏิบัติเป็นประจำ (Regular Updates) เพื่อให้สะท้อนถึงหลักฐานใหม่ ๆ ล่าสุด หลักการแนวทางการดำเนินชีวิต (Living Guidelines Principle) ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงคำแนะนำอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


อะไรคือจุดแข็งของแนวทางการใช้ชีวิตในช่วงโควิด -19 ของออสเตรเลีย

พวกเขาได้รับความไว้วางใจว่าเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้และมีหลักฐานเชิงประจักษ์

จุดแข็งหลักของ แนวทางการดำเนินชีวิต (Living Guidelines) คือการที่พวกเขาสามารถบูรณาการ หลักฐานเชิงประจักษ์ (Empirical Evidence) ที่ทันสมัยที่สุด ในสถานการณ์ที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และผู้กำหนดนโยบายเชื่อถือและนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว หลักการความน่าเชื่อถือทางคลินิก (Clinical Credibility Principle) ในการจัดการภาวะวิกฤต และ ความสำคัญของการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


แนวทางปฏิบัติทางคลินิกตามการศึกษาวิจัยนี้มีผลกระทบอะไรบ้าง?

ลดเวลาที่ต้องใช้ในการตัดสินใจทางคลินิก

แนวทางปฏิบัติทางคลินิก (Clinical Guidelines) ที่จัดทำขึ้นตามหลักฐานเชิงประจักษ์ มีบทบาทสำคัญในการ รวมและกลั่นกรองข้อมูล ที่ซับซ้อนให้เป็นคำแนะนำที่ชัดเจน ซึ่งช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สามารถ ตัดสินใจ (Decision-Making) ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตที่ต้องใช้เวลาอย่างจำกัด หลักการลดความซับซ้อนในการตัดสินใจ (Decision Complexity Reduction Principle) และ การนำหลักฐานเชิงประจักษ์ไปใช้ (Evidence-Based Practice) ในงานทางคลินิก 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


บทความ Australian living guidelines for the clinical care of people with COVID-19 นี้เสนอแนะแนวทางการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างไร

สิ่งเหล่านี้อาจมีผลผูกพันทางกฎหมาย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


แนวทางการใช้ชีวิต (Living Guideline) คืออะไร

ทรัพยากรแบบไดนามิกที่ได้รับการอัปเดตเป็นประจำเมื่อมีข้อมูลใหม่

แนวทางการใช้ชีวิต (Living Guideline) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (เช่น โรคระบาด) แนวคิดแนวทางการดำเนินชีวิต (Living Guidelines Concept) ในการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและการแพทย์ที่ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


แนวทางปฏิบัติทั่วไปในสถานพยาบาลใช้ร่วมกันมีอะไรบ้าง

เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจในการรักษา

แนวทางปฏิบัติ (Clinical Guidelines) ทั่วไปในสถานพยาบาล มีบทบาทหลักในการให้คำแนะนำที่เป็นมาตรฐานและอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถ ตัดสินใจ (Decision-Making) เกี่ยวกับการวินิจฉัย การรักษา และการจัดการผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร หลักการมาตรฐานการดูแล (Standard of Care Principle) และ การนำแนวทางปฏิบัติไปใช้ (Guideline Implementation) ในระบบการดูแลสุขภาพ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 109.7 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา