ตรวจข้อสอบ > ณัฐพัชร์ ราชพรหม > ชีววิทยาเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biology in Medical Science > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 0 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is the primary function of AI in the medical imaging industry?

To improve diagnostic accuracy and patient outcomes

สรุปแยกรายหัวข้อ (2-3 บรรทัด) 1. 🎯 สาเหตุในการตอบ (Justification) หน้าที่หลักของ AI คือ การปรับปรุงความแม่นยำในการวินิจฉัยและผลลัพธ์ของผู้ป่วย (improve diagnostic accuracy and patient outcomes) AI ใช้อัลกอริทึมเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยตรวจจับรูปแบบและสิ่งผิดปกติเล็กน้อยที่อาจถูกมองข้ามด้วยตาของมนุษย์ หลักคิดคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์ (Augmentation) โดย AI ทำหน้าที่เป็น "ดวงตาที่สอง" ที่แม่นยำและสม่ำเสมอ AI ช่วยลด ความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) และเพิ่มความรวดเร็วในการจัดลำดับความสำคัญของกรณีเร่งด่วน เช่น การตรวจพบมะเร็งหรือภาวะหัวใจขาดเลือดในระยะเริ่มแรก 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which of the following is a key benefit of AI in radiology noted in the article?

Acts as a second medical opinion

ข้อดีหลักของ AI คือการทำหน้าที่เป็น ความเห็นทางการแพทย์ที่สอง (second medical opinion) AI ช่วยเสริมการทำงานของรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์ภาพปริมาณมากได้อย่างรวดเร็วและเป็นกลาง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการมองข้ามสิ่งผิดปกติเล็กน้อยที่อาจส่งผลต่อการวินิจฉัย หลักคิดคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์-AI (Human-AI Augmentation) ที่เน้นการร่วมมือกัน . AI ใช้ Deep Learning ในการตรวจจับรูปแบบที่ซับซ้อนและให้ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) ที่แม่นยำกว่าการประเมินเชิงคุณภาพ (Qualitative Assessment) เพียงอย่างเดียวของมนุษย์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What does AI literacy refer to according to the article?

Understanding and knowledge of AI technology

ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI หรือ AI Literacy หมายถึง ความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI สิ่งนี้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในยุคดิจิทัล โดยช่วยให้บุคคลเข้าใจหลักการทำงาน ข้อจำกัด และสามารถใช้งานเครื่องมือ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ หลักคิดคือการสร้าง ความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI (Collaboration) และการตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ. AI Literacy ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถ ประเมินผลลัพธ์ ของ AI ได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจถึง อคติ (Bias) หรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เพื่อใช้งาน AI ได้อย่างเหมาะสมตามหลักจริยธรรม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


Which factor is NOT listed as influencing the acceptability of AI among healthcare professionals?

The color of the AI machines

ปัจจัยที่ไม่ส่งผลต่อการยอมรับ AI คือ สีของเครื่อง AI , เนื่องจากเป็นปัจจัยด้านสุนทรียศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ หรือประโยชน์ใช้สอย ของระบบ. ปัจจัยที่สำคัญจริง ๆ คือความเชื่อมั่น ความเข้าใจในระบบ และความราบรื่นในการทำงานร่วมกับเครื่องมือที่มีอยู่ หลักคิดนี้อิงตาม แบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Models) ที่ระบุว่าการยอมรับขึ้นอยู่กับ การรับรู้ประโยชน์ (Perceived Usefulness) และ การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน (Perceived Ease of Use). หาก AI ไม่สามารถบูรณาการเข้ากับขั้นตอนการทำงานเดิมได้ หรือผู้ใช้ไม่เข้าใจระบบ ก็จะถูกปฏิเสธ โดยไม่เกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอก 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What role does social influence play in AI acceptability in healthcare according to the article?

Affects healthcare professionals’ decisions to use AI

อิทธิพลทางสังคมมีบทบาทสำคัญในการ ส่งผลต่อการตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้ AI . หากเพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารระดับสูงยอมรับและสนับสนุนการใช้ AI นั่นจะเป็นการสร้าง บรรทัดฐานทางสังคม ที่กระตุ้นให้แพทย์คนอื่น ๆ ตัดสินใจนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ หลักคิดนี้อ้างอิงจาก แบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Models) ที่ระบุว่าการตัดสินใจของบุคคลถูกกำหนดโดยปัจจัยทางสังคม. ความเชื่อมั่นและการรับรองจาก ผู้มีบทบาทสำคัญ (Key Opinion Leaders) ในองค์กรมีผลต่อ การรับรู้คุณค่า และความเต็มใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคลากรทางการแพทย์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


What is a perceived threat regarding AI usage in healthcare settings?

Concerns about replacing healthcare professionals

ภัยคุกคามที่รับรู้ได้มากที่สุดคือ ความกังวลเกี่ยวกับการแทนที่บุคลากรทางการแพทย์ (Concerns about replacing healthcare professionals) . เนื่องจาก AI มีความสามารถในการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์และข้อมูลซ้ำ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้เกิดความกลัวว่าบทบาทของรังสีแพทย์และพยาธิแพทย์จะถูกลดทอนลง หลักคิดนี้เกี่ยวข้องกับ ความกลัวการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี (Technological Unemployment) ซึ่งเป็นอุปสรรคทางจิตวิทยาสำคัญต่อการยอมรับ AI. แม้ว่า AI อาจจะเปลี่ยนลักษณะงานมากกว่าการทดแทนทั้งหมด แต่ความกังวลนี้บังคับให้บุคลากรต้องพิจารณา การเรียนรู้ทักษะใหม่ (Re-skilling) และความจำเป็นในการรักษาบทบาทของ การปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย ที่เน้นความเห็นอกเห็นใจ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


According to the article, what is essential for increasing AI acceptability among medical professionals?

Designing human-centred AI systems

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การออกแบบระบบ AI ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง การออกแบบเช่นนี้ทำให้ระบบสามารถ บูรณาการเข้ากับขั้นตอนการทำงานเดิม ของแพทย์ได้อย่างราบรื่น ไม่เพิ่มภาระงานที่ไม่จำเป็น และสร้างความเชื่อมั่นในระบบ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การยอมรับในสภาพแวดล้อมทางคลินิก หลักคิดคือ Human-Centred Design (HCD) ซึ่งมุ่งเน้นที่ความต้องการและข้อจำกัดของผู้ใช้ปลายทาง HCD แก้ไขปัญหาการขาด ความเข้าใจในระบบ (AI Literacy) โดยการทำให้ AI สามารถ อธิบายการตัดสินใจได้ (Explainable AI - XAI) ทำให้แพทย์สามารถตีความผลลัพธ์ได้อย่างมั่นใจและนำไปใช้ในการวินิจฉัยจริง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


What does the 'system usage' category of AI acceptability factors include according to the article?

Factors like value proposition and integration with workflows

หมวดหมู่ การใช้งานระบบ (System Usage) เน้นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ การใช้งานจริง และ คุณค่าที่รับรู้ ของ AI . การรวมปัจจัยอย่าง คุณค่าที่เสนอ และ ความราบรื่นในการทำงาน เข้าไว้ด้วยกัน เป็นการประเมินว่า AI เป็นประโยชน์และใช้งานง่ายในสภาพแวดล้อมทางคลินิกจริงหรือไม่ หลักคิดนี้อิงตาม แบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (TAM) ที่มักแบ่งปัจจัยออกเป็นกลุ่ม. System Usage เป็นตัวแทนของ ประโยชน์ที่รับรู้ (Perceived Usefulness) และ ความง่ายในการใช้งาน (Ease of Use) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความเต็มใจของบุคลากรทางการแพทย์ในการนำ AI เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


How does ethicality impact AI acceptability among healthcare professionals?

Affects views on AI based on compatibility with professional values

จริยธรรมส่งผลกระทบต่อทัศนคติของบุคลากรทางการแพทย์ต่อ AI ตาม ความเข้ากันได้กับคุณค่าทางวิชาชีพ . การปฏิบัติทางการแพทย์ตั้งอยู่บนหลักการ ไม่เป็นอันตราย (Nonmaleficence) และ ความยุติธรรม (Justice) ดังนั้นหาก AI มีอคติหรือขาดความโปร่งใส จะทำให้แพทย์ไม่ไว้วางใจและปฏิเสธการใช้งาน การวิเคราะห์นี้มาจากงานวิจัยเชิงคุณภาพที่สำรวจอุปสรรคทางจริยธรรมในการนำ AI มาใช้ในรังสีวิทยาและพยาธิวิทยา. ข้อค้นพบเหล่านี้สนับสนุนการพัฒนา AI ที่อธิบายได้ (Explainable AI - XAI) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับองค์กรกำกับดูแล เช่น คณะกรรมการจริยธรรม เพื่อรักษาความไว้วางใจและความปลอดภัยของผู้ป่วย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What methodological approach did the article emphasize for future AI acceptability studies?

Considering user experience and system integration deeply

วิธีการที่เน้นย้ำคือ การพิจารณาประสบการณ์ผู้ใช้และการบูรณาการระบบอย่างลึกซึ้ง . การวิจัยต้องมุ่งเน้นว่า AI ใช้งานได้จริงและบูรณาการเข้ากับขั้นตอนการทำงาน ของแพทย์ได้อย่างราบรื่นหรือไม่ เพราะความยากในการใช้งานเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เทคโนโลยีที่แม่นยำสูงถูกปฏิเสธ หลักคิดคือการใช้ วิธีการเชิงคุณภาพ (Qualitative Methods) ควบคู่ไปกับการวัดผลเชิงปริมาณเพื่อศึกษา ประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience - UX). การทำเช่นนี้ทำให้เข้าใจถึง อุปสรรคเชิงปฏิบัติ (เช่น ความยุ่งยากในการเชื่อมต่อกับ EHRs) ที่ส่งผลต่อการยอมรับ AI ของบุคลากรทางการแพทย์ในสภาพแวดล้อมจริง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is the primary objective of using human embryonic stem cells in treating Parkinson’s disease?

To replace lost dopamine neurons.

วัตถุประสงค์หลักคือ การแทนที่เซลล์ประสาทโดปามีนที่สูญเสียไป โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ที่สร้างโดปามีนในสมองโดยเฉพาะ การรักษาจึงมุ่งเน้นที่การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่พัฒนาไปเป็นเซลล์โดปามีนเพื่อฟื้นฟูการทำงาน ทฤษฎีนี้คือ การบำบัดด้วยการเปลี่ยนเซลล์ (Cellular Replacement Therapy) โดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนมนุษย์ (hESCs) ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนเป็นเซลล์ประสาทโดปามีน เป้าหมายคือการให้เซลล์เหล่านี้อยู่รอดในระยะยาวและปล่อยโดปามีนเพื่อบรรเทาอาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของผู้ป่วย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which animal was used to test the STEM-PD product for safety and efficacy?

Monkeys

สัตว์ที่ใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์ STEM-PD คือ ลิง (Monkeys) เนื่องจากโครงสร้างสมองและสรีรวิทยาของลิงใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด จึงเป็นแบบจำลองที่น่าเชื่อถือในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการปลูกถ่ายเซลล์ก่อนนำไปทดลองในมนุษย์ หลักคิดคือ การทดสอบก่อนคลินิกในสัตว์ที่มีวิวัฒนาการใกล้เคียง (Closest Evolutionary Model). การใช้ลิงที่ถูกกระตุ้นให้มีอาการคล้ายพาร์กินสันช่วยให้นักวิจัยสามารถประเมิน การอยู่รอด การทำงาน และการรวมตัว ของเซลล์ประสาทโดปามีนที่ปลูกถ่าย รวมถึงการเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เช่น อาการดิสไคเนเซีย (Dyskinesia) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What was the duration of the preclinical safety study in rats mentioned in the article?

6 months

ระยะเวลาในการทดสอบความปลอดภัยในหนูคือ 6 เดือน ระยะเวลานี้เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อประเมิน ความเป็นพิษในระยะยาว และ ศักยภาพในการก่อเกิดมะเร็ง (Tumorigenicity) ของผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่การทดลองในมนุษย์ หลักคิดคือ การประเมินความปลอดภัยระยะยาว โดยใช้สัตว์ฟันแทะเพื่อหาความเสี่ยงโดยรวมและโดยเฉพาะความเสี่ยงของการ เกิดเทอราโตมา (Teratoma formation) ซึ่งเป็นก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตที่ไม่สามารถควบคุมได้ของเซลล์ต้นกำเนิด. ระยะเวลา 6 เดือนถือเป็นช่วงเวลาที่เพียงพอสำหรับตรวจจับความเสี่ยงเหล่านี้ในหนู 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


What is the name of the clinical trial phase mentioned for STEM-PD?

Phase I/IIa

ระยะของการทดลองทางคลินิกที่ระบุสำหรับ STEM-PD คือ ระยะที่ I/IIa . การรวมระยะนี้เข้าด้วยกันเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปสำหรับ การบำบัดด้วยเซลล์ที่ซับซ้อน โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบ ความปลอดภัย และ การทนต่อยา (Phase I) ก่อน และเริ่มสำรวจ ประสิทธิผลเบื้องต้น (Phase IIa) หลักคิดคือ ความก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ (Accelerated Advancement) ในการทดลองทางคลินิกสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง. การเริ่มต้นด้วยการประเมินปริมาณยาที่เหมาะสมและความปลอดภัยในระยะที่ I และตามด้วยการรวบรวมข้อมูลประสิทธิผลในระยะที่ IIa ช่วยให้สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นว่าควรดำเนินการวิจัยต่อในระยะที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


How is the STEM-PD product manufactured?

Under GMP-compliant conditions

ผลิตภัณฑ์ STEM-PD ถูกผลิตภายใต้ เงื่อนไขที่สอดคล้องกับมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) . การปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP เป็น ข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์ที่ใช้ในการบำบัดมีคุณภาพคงที่ ปราศจากการปนเปื้อน และมีความปลอดภัยก่อนนำไปปลูกถ่ายในผู้ป่วย หลักคิดคือ การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย (Quality Control and Safety) ของผลิตภัณฑ์ยาชีวภาพขั้นสูง (ATMPs) การผลิตภายใต้ GMP ขจัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Variability) และการติดเชื้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบำบัดด้วยเซลล์ เนื่องจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรงต่อระบบประสาทของผู้ป่วย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


According to the article, what confirmed the safety of the STEM-PD product in rats?

There were no adverse effects or tumor formation.

สิ่งที่ยืนยันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ STEM-PD ในหนูคือ การไม่พบผลข้างเคียงหรือการเกิดเนื้องอก . การไม่พบ เทอราโตมา (Teratoma) ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของการใช้เซลล์ต้นกำเนิด เป็นหลักฐานที่แข็งแกร่งที่สุดที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยเพียงพอที่จะดำเนินการทดลองในมนุษย์ หลักคิดคือ การพิสูจน์ความไม่เป็นอันตราย (Proof of Nonmaleficence) ในระยะเวลาที่เพียงพอ. การศึกษานี้จำเป็นต้องประเมินว่าเซลล์ที่ปลูกถ่ายคงอยู่แต่ในรูปแบบที่แตกต่างแล้วอย่างสมบูรณ์ และไม่มีศักยภาพในการกลับไปเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเติบโตของเนื้องอกหรือการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


What key finding was noted in the efficacy study of STEM-PD in rats?

Transplanted cells reversed motor deficits in rats.

ผลการศึกษาด้านประสิทธิผลหลักคือ เซลล์ที่ปลูกถ่ายสามารถฟื้นฟูอาการเคลื่อนไหวบกพร่องในหนูได้ . การฟื้นฟูนี้แสดงว่าเซลล์ที่ปลูกถ่ายอยู่รอดได้ เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทโดปามีนที่ทำงานได้จริง และเริ่มปล่อยโดปามีนเพื่อปรับสมดุลวงจรประสาทในสมอง หลักคิดคือ การพิสูจน์การทำงานของเซลล์ (Proof of Cellular Functionality) โดยใช้แบบจำลองสัตว์ที่แสดงอาการโรค. ความสำเร็จในการฟื้นฟูอาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ STEM-PD มี ศักยภาพในการรักษา (Therapeutic Potential) เพียงพอที่จะพัฒนาไปสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


What specific markers were used to assess the purity of the STEM-PD batch?

GIRK2 and ALDH1A1

มาร์กเกอร์ที่ใช้คือ GIRK2 และ ALDH1A1 เนื่องจากเป็นมาร์กเกอร์ที่จำเพาะเจาะจงกับ เซลล์ประสาทโดปามีนในสมองส่วนกลางที่โตเต็มที่ . การประเมินความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องยืนยันว่าเซลล์ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นเซลล์เป้าหมาย เพื่อให้การปลูกถ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด หลักคิดคือ การประกันคุณภาพเซลล์ (Cell Quality Assurance) โดยใช้มาร์กเกอร์เฉพาะเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีเซลล์ต้นกำเนิดที่ไม่แตกต่างหรือเซลล์ที่ไม่ต้องการปะปนมา. การยืนยันความบริสุทธิ์ของเซลล์ประสาทโดปามีนผ่านมาร์กเกอร์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ ความปลอดภัย และ ประสิทธิผล ของการรักษาในสมอง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


What role do growth factors like FGF8b and SHH play in the manufacturing process of STEM-PD?

They are used in cell patterning for specific neural fates.

Growth Factors เช่น FGF8b และ SHH ถูกใช้ในการ จัดรูปแบบเซลล์เพื่อกำหนดชะตากรรมของเซลล์ประสาท . สารกระตุ้นเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมการพัฒนาในตัวอ่อน เพื่อเปลี่ยนเซลล์ต้นกำเนิดให้เป็น เซลล์ประสาทโดปามีนในสมองส่วนกลาง โดยเฉพาะ หลักคิดคือ การเหนี่ยวนำให้เกิดความแตกต่างของเซลล์ตามพัฒนาการ (Developmental Stage Specific Induction). FGF8b ช่วยกำหนดขอบเขตของ สมองส่วนกลาง และ SHH ช่วยกำหนด พื้นผิวสมองส่วนกลางด้านล่าง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเซลล์โดปามีน การควบคุมปัจจัยเหล่านี้อย่างแม่นยำจะช่วยให้ได้เซลล์ที่มีคุณภาพและหลีกเลี่ยงการเกิดเซลล์ที่ไม่ต้องการ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


What was a key outcome measured in the preclinical trials for efficacy in rats?

Recovery of motor function

ผลลัพธ์หลักที่วัดคือ การฟื้นตัวของการทำงานของกล้ามเนื้อ (Recovery of motor function) . เนื่องจากโรคพาร์กินสันเกิดจากการสูญเสียโดปามีนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การรักษาจึงถือว่าประสบความสำเร็จเมื่อเซลล์ที่ปลูกถ่ายสามารถ ฟื้นฟู อาการบกพร่องทางกลไกที่สังเกตได้ในหนู หลักคิดคือ การพิสูจน์ทางชีวภาพของการทำงาน (Biological Proof of Function). การทดสอบวัดผลด้านการเคลื่อนไหว (เช่น พฤติกรรมการหมุนตัว) ยืนยันว่าเซลล์ประสาทโดปามีนที่สร้างขึ้นใหม่นั้น อยู่รอดและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการซ่อมแซมวงจรประสาทที่เสียหาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 119.15 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา