ตรวจข้อสอบ > พีรวัสส์ จันทร์โป๊ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 42 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข.นํ้าตาลทาราย,แป้ง

เพราะไอโอดีนทำปฏิกิริยากับแป้งได้สีน้ำเงิน แล้วสารละลายไอโอดีน ทำ เบเนดิกต์เทส ได้สารมีตะกอนสีแดงอิฐ Benedict's test เป็นวิธีทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) และน้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ที่เป็นน้ำตาลรีดิวซิงทุกชนิด ยกเว้น น้ำตาลซูโครส (sucrose) โดยเมื่อต้มน้ำตาลรีดิวซิงกับสารละลาย Benedict ในภาวะที่เป็นด่าง น้ำตาลจะใช้หมู่แอลดีไฮด์ในการรีดิวซ์คิวพริกไอออน (Cu2+) ในสารละลาย Benedict เกิดเป็นตะกอนสีแดงอิฐ การทดสอบด้วยไอโอดีน (iodine test) เฉพาะอะไมโลสในแป้งเท่านั้น จะท้าปฏิกิริยา กับไอโอดีน โดยอะไมโลสจะบิดเป็นเกลียว แล้วเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับไอโอดีน ได้สารละลาย สีน้้าเงินหรือสีน้้าเงินเข้ม ซึ่งความเข้มของสีจะขึ้นอยู่กับปริมาณอะไมโลส 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ก. 1 เท่านั้น

เพราะจากการศึกษาตารางพบว่าช่วง ph 6-7 เกิดได้ดีอุณหภูมิ 35°C จากการสังเกตตารางที่โจทย์กำหนดให้ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข. ธนนท์แช่เนื้อไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมทำอาหาร

การแช่แข็งไม่ส่งผลต่อการแปรสภาพและการทำลายของโปรตีน การสูญเสียสภาพธรรมชาติของโปรตีน การเปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติของโปรตีน มีผลทำให้โครงสร้างทางเคมีเปลี่ยนไปแต่ไม่ทำลายพันธะเพปไทด์ (peptide bond) ซึ่งเป็นพันธะระหว่างกรดแอมิโน (amino acid) ในโมเลกุลของโปรตีน แต่มีพันธะไฮโดรเจนซึ่งทำให้เกิดโครงสร้างระดับต่างๆ ของโปรตีน (protein stucture) ถูกทำลาย โครงสร้างจึงเกิดการคลายตัว (unfolded) เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมตามธรรมชาติเป็นโครงสร้างใหม่ มี 4 สาเหตุ 1.ความร้อน 2.การปรับ Ph 3.แรงกล 4.โลหะหนัก 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


4 ไอโซเมอร์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


เพราะกรดกลูตามิกเป็นสารจำพวกกรดอะมิโนจึงไม่เกิดกับสารCuSO4 หรือ NaOH ส่วนแป้งเมื่อไฮโดรไลซิสจะได้น้ำตาลซึ่งเกิดปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์ และซูโครสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน ทดสอบไบยูเรต (Biuret test) คือนำโปรตีนมาทำปฏิกิริยากับ สารละลาย CuSO4 (copper sulfate) ในเบสจะได้สารประกอบเชิงซ้อนสีม่วง ความเข้มของสีเป็นสิ่งที่บอกให้ทราบว่า โปรตีน ที่นำมาวิเคราะห์มีพันธะเพปไทด์มากหรือน้อย Benedict's test เป็นวิธีทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) และน้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ที่เป็นน้ำตาลรีดิวซิงทุกชนิด ยกเว้น น้ำตาลซูโครส (sucrose) โดยเมื่อต้มน้ำตาลรีดิวซิงกับสารละลาย Benedict ในภาวะที่เป็นด่าง น้ำตาลจะใช้หมู่แอลดีไฮด์ในการรีดิวซ์คิวพริกไอออน (Cu2+) ในสารละลาย Benedict เกิดเป็นตะกอนสีแดง การทดสอบด้วยไอโอดีน (iodine test) เฉพาะอะไมโลสในแป้งเท่านั้น จะท้าปฏิกิริยา กับไอโอดีน โดยอะไมโลสจะบิดเป็นเกลียว แล้วเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับไอโอดีน ได้สารละลาย สีน้้าเงินหรือสีน้้าเงินเข้ม ซึ่งความเข้มของสีจะขึ้นอยู่กับปริมาณอะไมโลส 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


จ. สาร Y เป็นสารที่สามารถละลายได้ดีทั้งในน้ำและในไขมัน

เพราะ Y เป็นกลีเซอรอลไม่ละลายในน้ำมัน กลีเซอรีน เป็นของเหลวที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืด และ มีรสหวาน โดยปกติมาจากน้ำมันของพืช ซึ่งโดยทั่วไป คือ น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม กลีเซอรีนสามารถละลายได้ดีในแอลกอฮอล์และน้ำ แต่ไม่ละลายในไขมัน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


6 ไอโซเมอร์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


6 isomer 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


เปลี่ยนสารไขมันให้เป็นไขมันอิ่มตัว เพราะไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันดี ไม่ส่งผลต่อหลอดเลือด กรดไขมันอิ่มตัว คือ ไขมันที่เป็นไขมันเต็มตัว คือ ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนจับกันเป็นลูกโซ่โดย สมบูรณ์ และไม่มีช่องว่างเหลือที่จะทำปฏิกิริยากับสารใด ๆ ในร่างกาย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


กรดไขมัน กับ แอลกอฮอล์อื่นๆ(ที่ไม่ใช่กลีเซรอล) เพราะกลีเซรอลเป็นแอลกอฮอล์ จึงทำให้กรดไขมันอาจจะไปรวมกับแอลกอฮอล์ชนิดอื่นได้ ไข (wax) คือสารในกลุ่มลิพิด (lipid) ไขที่พบในธรรมชาติเป็นเอสเทอร์ของกรดไขมันกับแอลกอฮอล์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง และเป็นแอลกอฮอล์ที่มีหมู่ไฮดรอกซิลเพียงหมู่เดียว (monohydric alcohol) มีจุดหลอมเหลวสูงเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ไม่มีข้อใดผิด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ก และ จ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


3 หน่วย ปลายสายคือ Proline 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ง. การนำโปรตีนมาทำปฏิกิริยากับคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตในเบสจะทำให้โปรตีนเกิดการแปลงสภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน

เพราะโจทย์ต้องการถามหาวารที่ให้พลังงาน จากโจทย์กำหนดเมนู จึงมี 3 อย่าง คือโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน การแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่ เกลือแร่ และวิตามินต่างๆ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 17 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา