ตรวจข้อสอบ > ธัญญลักษ์ พึ่งภพ > เคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Chemistry in Medical Science > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 16 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is hybrid micellar liquid chromatography primarily used for in the study?

To detect commonly used pesticides in vegetables.

เทคนิค hybrid micellar liquid chromatography ถูกใช้เพื่อวิเคราะห์และตรวจจับสารพิษตกค้าง เช่น ยาฆ่าแมลง ที่พบในผักต่างๆเทคนิคนี้เหมาะกับการแยกและตรวจวัดสารเคมีในตัวอย่างที่มีความซับซ้อน อ้างอิงจากบทความทางวิชาการด้านเคมีวิเคราะห์ และงานวิจัยที่ใช้เทคนิค micellar liquid chromatography ในการตรวจสอบสารตกค้างในอาหาร หลักการของเทคนิคนี้คือใช้สารลดแรงตึงผิว (micelle) ร่วมกับโครมาโตกราฟี เพื่อเพิ่มความไวและความแม่นยำในการตรวจจับสารเคมี 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which pesticide was found most commonly in the vegetable samples?

Chlorpyrifos

ในตัวอย่างผักที่ตรวจสอบโดยใช้เทคนิค hybrid micellar liquid chromatography พบว่า chlorpyrifos เป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่ตรวจพบบ่อยที่สุด โดยพบใน 76% ของตัวอย่างผัก ข้อมูลนี้มาจากงานวิจัยใน Advances in Sample Preparation (เมษายน 2022) ที่ทำการสำรวจผู้ปลูกผักในอินเดีย พบว่า chlorpyrifos ตรวจพบบ่อยที่สุด มากกว่าสารอื่นๆ เช่น profenofos, imidacloprid และ cypermethrin 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What percentage of the vegetable samples tested were found to contain no detectable pesticides?

16%

งานวิจัยใช้เทคนิค hybrid micellar liquid chromatography เพื่อตรวจหายาฆ่าแมลงในตัวอย่างผักรอบหนึ่งพบว่า 16% ของตัวอย่างไม่มีการติดสารพิษเลย ซึ่งหมายความว่ามี non-detect หรือไม่พบสารเคมีตกค้างในระดับตรวจจับได้ ข้อมูลมาจากบทคัดย่อของบทความใน Advances in Sample Preparation (เมษายน 2022) ซึ่งระบุว่า 76% พบ chlorpyrifos, 51% พบ profenofos, 8% พบ imidacloprid, 4% พบ cypermethrin และ 16% ไม่มีสารตรวจพบ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


Which of the following is NOT a reason for the use of hybrid micellar liquid chromatography (HMLC)?

It requires extensive solvent use.

HMLCถูกพัฒนาให้เป็น เทคนิคเชิงนิเวศ ที่ลดการใช้สารเคมีอันตราย โดยเฉพาะพวกตัวทำละลายอินทรีย์ ดังนั้น ข้อความว่า “It Requires Extensive Solvent Use” จึง ไม่จริง และ ขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ของการใช้ HMLC ตามงานวิจัยใน Journal of Chromatography A และ Green Analytical Chemistry เทคนิค HMLC เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคนิควิเคราะห์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What was the primary methodological change in the HMLC technique used in the study?

Use of a micellar mobile phase with reduced solvent usage.

งานวิจัยที่ใช้ HCML มีการปรับเปลี่ยนวิธีวิเคราะห์หลัก โดยใช้ mobile phase ที่มี micelle แทนการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์มี จุดประสงค์คือลดการใช้สารเคมีที่เป็นพิษ ทำให้เป็นเทคนิควิเคราะห์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมยังสามารถแยกและตรวจวัดสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากงานวิจัยของ García-Álvarez-Coque และคณะ (2022) ใน Advances in Sample Preparation 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


According to the study, why might vegetable growers prefer other pesticides over Imidacloprid (ICP)?

ICP is less effective on pests.

จากงานวิจัยที่สำรวจเกษตรกรปลูกผักในอินเดีย พบว่าเกษตรกรมักเลี่ยงไม่ใช้ Imidacloprid โดยเลือกใช้ ยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตที่มีพิษรุนแรงกว่าแทน สาเหตุสำคัญคือ เกษตรกรเห็นว่ายาอื่น ออกฤทธิ์ได้แรงกว่า ต่อศัตรูพืชจริง เมื่อเปรียบเทียบกับ ICP ทำให้เลือกใช้สารที่แรงกว่าแม้จะมีความเสี่ยงสูงกว่า มาจากบทความ “Survey-based on the use of imidacloprid on green leafy vegetables” ที่ระบุชัดว่า เกษตรกรมักเลือกใช้ยาที่แรงกว่า แทนที่จะเลือก ICP ที่ปลอดภัยกว่า 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


What is the major benefit of using ICP as a pesticide, according to the study?

It is less toxic compared to many others.

จากการศึกษาที่สำรวจการใช้ Imidacloprid ในผักใบเขียว งานวิจัยระบุว่า ข้อดีหลักของ ICP คือมีความเป็นพิษต่ำ เมื่อเทียบกับสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มอื่น โดยเฉพาะกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต แม้จะมีประสิทธิภาพการฆ่าแมลงน้อยกว่า แต่เกษตรกรที่คำนึงถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อมยังคงเลือกใช้ ICP เพราะปลอดภัยกว่า จากงานวิจัย Survey-based on the use of imidacloprid on green leafy vegetables ระบุว่า imidacloprid เป็น neonicotinoid ที่มีพิษต่ำต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


What aspect of the pesticide detection method was focused on during the method validation phase?

Ensuring it can detect extremely low pesticide levels.

งานวิจัยเน้นที่ การตรวจจับสารตกค้างในระดับต่ำมาก (เช่น ppb) ซึ่งสำคัญมากสำหรับความปลอดภัยของผู้บริโภค และเป็นขั้นตอนหลักในการตรวจสอบคุณภาพของวิธีวิเคราะห์ ว่ามีความไวพอที่จะตรวจสารพิษในผักได้ไหม งานวิจัยใน Advances in Sample Preparation และบทความจาก Journal of Chromatography A รายงานว่า “During method validation, special attention was given to the method’s limit of detection (LOD) and limit of quantification (LOQ) for each pesticide.” 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


Considering the environmental impacts discussed, why is the HMLC method considered 'green'?

It involves less waste and uses low-toxicity solvents.

เทคนิค HMLC ถูกเรียกว่าเป็นวิธีวิเคราะห์แบบ green เพราะช่วยลดการใช้สารตัวทำละลายที่มีความเป็นพิษสูง และลดปริมาณของเสียจากกระบวนการวิเคราะห์การใช้สารลดแรงตึงผิว ในรูปแบบไมเซลล์ ทำให้สามารถทดแทนตัวทำละลายอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลักการของ Green Analytical Chemistry คือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้สารเคมีที่ปลอดภัยและลดปริมาณของเสีย สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและรักษ์โลก 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the importance of the photodiode array detector in the HMLC technique used in the study?

It detects the presence of pesticides across a spectrum of wavelengths.

PDA สามารถตรวจจับการดูดกลืนแสงของสารเคมีที่ความยาวคลื่นหลายช่วงพร้อมกันได้ ทำให้สามารถระบุชนิดและปริมาณของยาฆ่าแมลงได้แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น จากวารสารวิชาการทางเคมีและโครมาโตกราฟี ระบุว่า PDA ช่วยเพิ่มความไวและความแม่นยำในการตรวจวัดสารเคมีหลากหลายชนิดพร้อมกัน PDA ช่วยให้วิเคราะห์สารได้แบบสเปกตรัมหลายความยาวคลื่น ซึ่งดีกว่าการตรวจจับแค่จุดเดียว 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is hyperthermia commonly used to treat?

Cancer

Hyperthermia คือการใช้ความร้อนในระดับสูงกว่าปกติเพื่อทำลายหรือทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษาอื่น การให้ความร้อนนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำลายเซลล์มะเร็ง และลดผลข้างเคียงของการรักษาจึงเป็นวิธีรักษาที่ใช้ควบคู่กับการรักษามะเร็งเพื่อเพิ่มโอกาสการหาย งานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า hyperthermia เป็นเทคนิคการรักษามะเร็งชนิดหนึ่งที่ใช้ควบคู่กับวิธีอื่น อ้างอิงจากวารสาร Journal of Clinical Oncology และ American Cancer Society 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which method is used to apply heat directly to a tumor in local hyperthermia?

Microwaves

ใน local hyperthermia การให้ความร้อนเฉพาะจุดที่เนื้องอกมักใช้เทคโนโลยี ไมโครเวฟ เพราะสามารถเจาะลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อและให้ความร้อนอย่างแม่นยำกับตำแหน่งของเนื้องอก งานวิจัยทางการแพทย์และเทคนิคการรักษาในวารสาร Cancer Treatment Reviews และ ต่างจากวิธีอื่น ๆ เช่น รังสีอินฟราเรดที่ให้ความร้อนผิวหนัง หรือการใช้ความร้อนจากน้ำร้อนที่ไม่สามารถเจาะลึกเท่าไมโครเวฟ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the primary benefit of using hyperthermia in cancer treatment?

It kills cancer cells with minimal damage to normal cells.

Hyperthermia ทำงานโดยการเพิ่มอุณหภูมิในเนื้อเยื่อมะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลงและถูกทำลายได้ง่ายขึ้น ในขณะที่เซลล์ปกติมีความทนทานต่อความร้อนมากกว่า จึงทำให้ความเสียหายต่อเซลล์ปกติน้อยกว่า จากบทความใน Journal of Clinical Oncology และ Cancer Research ระบุว่า hyperthermia ช่วยเพิ่มความไวของเซลล์มะเร็งต่อการรักษา หลักการคือใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 40-45 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้เซลล์มะเร็งตายเร็วกว่าเซลล์ปกติ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


Hyperthermia is often used in combination with which of the following treatments?

Radiotherapy and chemotherapy

Hyperthermia มักใช้ร่วมกับการรักษาแบบ รังสีบำบัด และ เคมีบำบัด เพราะความร้อนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาทั้งสองชนิดนี้ และความร้อนจะทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการทำลายมากขึ้น ทำให้การรักษามีผลดีขึ้นและลดโอกาสการดื้อยา งานวิจัยใน Journal of Clinical Oncology และ Cancer Treatment Reviews ชี้ว่า hyperthermia ทำงานร่วมกับรังสีและเคมีบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพเทคนิคนี้จึงถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษามะเร็งแบบผสมผสาน (combined modality therapy) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


What is the main challenge of using hyperthermia in cancer treatment?

Reaching and maintaining the required temperature in the target area.

การทำ hyperthermia ต้องควบคุมให้ความร้อนถึงจุดที่ต้องการในเนื้องอกอย่างแม่นยำ ถ้าร้อนไม่พอก็ไม่ช่วยรักษา แต่ถ้าร้อนเกินไปจะทำลายเนื้อเยื่อดี จึงเป็นเรื่องยากและสำคัญที่สุด จากบทความวิชาการใน Cancer Treatment Reviews ระบุว่า “ความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิในเนื้องอกเป็นความท้าทายหลักของเทคนิค hyperthermia” การควบคุมความร้อนอย่างสม่ำเสมอสำคัญต่อประสิทธิภาพการรักษาและลดผลข้างเคียง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


Which type of hyperthermia involves heating a larger region or the whole body?

Whole-body hyperthermia

Whole-Body Hyperthermia คือการให้ความร้อนกับร่างกายทั้งหมดหรือบริเวณกว้างมาก เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา แตกต่างจาก Local Hyperthermia ที่เน้นให้ความร้อนเฉพาะจุดเล็ก ๆ หรือเนื้องอกเท่านั้น และ Regional Hyperthermia ที่ครอบคลุมบริเวณใหญ่กว่า Local แต่ไม่ใช่ทั้งร่างกาย งานวิจัยใน Cancer Treatment Reviews และหนังสือทางการแพทย์อธิบายการแบ่งประเภท hyperthermia ตามขอบเขตพื้นที่ที่ให้ความร้อน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


What type of hyperthermia uses applicators inserted into or near a body cavity to deliver heat?

Endocavitary hyperthermia

Endocavitary Hyperthermia คือวิธีให้ความร้อนโดยการใช้เครื่องมือหรือแอพพลิเคเตอร์ (applicators) ที่สอดเข้าไปในโพรงร่างกาย เช่น ช่องท้อง ช่องคลอด หรือทางเดินปัสสาวะ วิธีนี้ช่วยให้ความร้อนเข้าถึงเนื้องอกที่อยู่ลึกในร่างกายอย่างแม่นยำโดยตรง ต่างจาก local หรือ regional ที่อาจให้ความร้อนผ่านผิวหนังภายนอก อ้างอิงจากงานวิจัยและตำราทางการแพทย์ที่จำแนกประเภท hyperthermia ตามตำแหน่งและวิธีการให้ความร้อน Cancer Treatment Reviews อธิบายว่า endocavitary ใช้แอพพลิเคเตอร์สอดเข้าไปในโพรงร่างกายเพื่อให้ความร้อนเฉพาะจุดภายใน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


What is a significant potential side effect of whole-body hyperthermia?

Systemic stress affecting major organs

Whole-body hyperthermia ให้ความร้อนกับร่างกายทั้งระบบ ทำให้เกิดความเครียดทางระบบ ต่ออวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ปอด และไต การเพิ่มอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงความดันเลือดเปลี่ยนแปลงและการทำงานของอวัยวะผิดปกติจึงต้องระมัดระวังและควบคุมอย่างใกล้ชิดในกระบวนการรักษา งานวิจัยใน Cancer Treatment Reviews และ Journal of Clinical Oncology อธิบายว่าผลข้างเคียงหลักของ whole-body hyperthermia คือความเครียดทางระบบ การศึกษาทางคลินิกชี้ให้เห็นว่าอาจมีอาการไข้ หนาวสั่น และผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


Considering the physics of heat transfer, why is controlling hyperthermia challenging during treatment?

Human tissue has varying thermal conductivities which affect heat distribution.

เนื้อเยื่อในร่างกายมีการนำความร้อนไม่เท่ากัน ทำให้ควบคุมความร้อนให้สม่ำเสมอได้ยาก บางส่วนอาจร้อนไม่พอหรือร้อนเกินไป ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษา อิงจากหลักฟิสิกส์ของ การถ่ายเทความร้อน (heat transfer) โดยเฉพาะ thermal conductivity (k) ซึ่งแสดงถึงความสามารถของวัสดุในการนำพาความร้อน วารสาร International Journal of Hyperthermia ชี้ว่า ความไม่สม่ำเสมอของค่าการนำความร้อนในเนื้อเยื่อมนุษย์ เป็นอุปสรรคหลักในการควบคุม hyperthermia 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


Why is hyperthermia considered a beneficial adjunct to radiotherapy and chemotherapy?

It makes cancer cells more susceptible to other treatments.

Hyperthermia ไม่ได้ใช้เพื่อแทนที่การรักษาหลักอย่างรังสีบำบัดหรือเคมีบำบัด แต่ช่วยเสริมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่ออุณหภูมิในเนื้องอกสูงขึ้น เซลล์มะเร็งจะอ่อนแอ และ ไวต่อรังสีหรือยาเคมีบำบัดมากขึ้น ทำให้การรักษาหลักทำงานได้ดีขึ้น อ้างอิงจากวารสาร Cancer Treatment Reviews และ National Cancer Institute (NCI) ซึ่งชี้ว่า hyperthermia สามารถ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และ ทำให้ยาเข้าสู่เนื้องอกได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำลายกลไกซ่อมแซม DNA ในเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้รังสีและยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นในสภาวะอุณหภูมิสูง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 140 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา