ตรวจข้อสอบ > กัญญาพัชญ์ วงค์สินไชย > เคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Chemistry in Medical Science > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 16 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is hybrid micellar liquid chromatography primarily used for in the study?

To detect commonly used pesticides in vegetables.

ในงานวิจัยนี้ เทคนิค Hybrid Micellar Liquid Chromatography (HMLC) ถูกใช้เพื่อ ตรวจจับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่พบได้บ่อยในผัก เทคนิคนี้ช่วยให้แยกและวัดปริมาณสารพิษได้แม่นยำ ทำให้รู้ว่าผักนั้นมีสารตกค้างอยู่หรือไม่ และในระดับเท่าไหร่ Chromatography Techniques - ใช้สำหรับแยกสารประกอบต่าง ๆ และวิเคราะห์ความบริสุทธิ์หรือสารตกค้างในตัวอย่าง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which pesticide was found most commonly in the vegetable samples?

Chlorpyrifos

จากการวิเคราะห์ตัวอย่างผักในงานวิจัยนี้ พบว่าสารกำจัดศัตรูพืชที่พบมากที่สุดคือ Chlorpyrifos ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกษตรกรใช้บ่อยเพื่อกำจัดแมลงต่าง ๆ ในพืชผัก การตรวจเจอสารนี้บ่อย ๆ แสดงว่ามีการใช้หรือสะสมในผักที่นำมาตรวจค่อนข้างสูง การตรวจวิเคราะห์สารกำจัดศัตรูพืชในอาหาร - Chlorpyrifos เป็นหนึ่งในสารที่เฝ้าระวังเนื่องจากผลกระทบต่อสุขภาพ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What percentage of the vegetable samples tested were found to contain no detectable pesticides?

8%

ตัวอย่างผักในงานวิจัยนี้ พบว่า มีเพียงประมาณ 8% ของตัวอย่างผักที่ไม่พบสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างเลย ซึ่งแปลว่าส่วนใหญ่ผักที่นำมาตรวจยังมีสารตกค้างอยู่บ้าง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


Which of the following is NOT a reason for the use of hybrid micellar liquid chromatography (HMLC)?

It requires extensive solvent use.

Hybrid Micellar Liquid Chromatography (HMLC) เป็นเทคนิคที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การวิเคราะห์เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (green method) หนึ่งในจุดเด่นคือ ลดการใช้ตัวทำละลาย (solvent) ที่เป็นพิษ เช่น acetonitrile หรือ methanol ดังนั้น การบอกว่า HMLC “ต้องใช้ solvent ปริมาณมาก” ถือว่า ผิดวัตถุประสงค์หลักของเทคนิคนี้เลย Micellar Liquid Chromatography (MLC) - ใช้สารลดแรงตึงผิว (surfactant) ในการแยกสาร = ลดการใช้ solvent ออร์แกนิก 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What was the primary methodological change in the HMLC technique used in the study?

Use of a micellar mobile phase with reduced solvent usage.

การเปลี่ยนแปลงหลักในเทคนิค HMLC ที่ใช้ในงานวิจัยนี้ คือ เปลี่ยนมาใช้ “เฟสเคลื่อนที่แบบไมเซลล์ (micellar mobile phase)” ซึ่งช่วยให้ ลดการใช้สารละลายอินทรีย์ที่เป็นพิษ เช่น methanol หรือ acetonitrile ทำให้กระบวนการวิเคราะห์ปลอดภัยขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังวิเคราะห์ได้แม่นยำเหมือนเดิม Micellar Chromatography - ใช้ micelles แทน solvent บางส่วนในการทำ separation - ได้ผลดีโดยไม่กระทบต่อคุณภาพการวิเคราะ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


According to the study, why might vegetable growers prefer other pesticides over Imidacloprid (ICP)?

ICP is more expensive.

Imidacloprid (ICP) ซึ่งเป็นสารกำจัดแมลงกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ (neonicotinoid) มีราคาค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับสารชนิดอื่นเกษตรกรบางกลุ่มจึงเลือกใช้สารที่มีราคาถูกกว่า แม้จะมีประสิทธิภาพหรือความปลอดภัยน้อยกว่าก็ตาม งานวิจัยด้านพฤติกรรมผู้ใช้สารกำจัดศัตรูพืช - พบว่าราคาและความพร้อมของผลิตภัณฑ์มีอิทธิพลสูงกว่าความปลอดภัยในบางกรณี 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


What is the major benefit of using ICP as a pesticide, according to the study?

It is less toxic compared to many others.

Imidacloprid (ICP) จะมีราคาสูงกว่าและอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของเกษตรกรบางราย แต่งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ข้อดีหลักของ ICP คือความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม “น้อยกว่า” สารอื่นหลายชนิด จึงถือว่า สารนี้ปลอดภัยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับพวก organophosphates อย่าง chlorpyrifos หรือ dichlorvos Toxicology of Pesticides - พิจารณาค่า LD50 (lethal dose) ของสารต่าง ๆ ในหนูและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม - ICP มีค่า LD50 สูงกว่า = เป็นพิษน้อยกว่า 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


What aspect of the pesticide detection method was focused on during the method validation phase?

Ensuring it can detect extremely low pesticide levels.

ในช่วง การตรวจสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์ (method validation) จุดสำคัญที่เน้นคือ ความสามารถของเทคนิคในการตรวจหาสารตกค้างในปริมาณ “ต่ำมาก” เพราะสารกำจัดศัตรูพืชอาจตกค้างเพียงเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคได้ จึงต้องมั่นใจว่าวิธีนี้ แม่นยำพอแม้ในระดับความเข้มข้นที่ต่ำมาก (trace levels) Method Validation ตามมาตรฐาน ICH และ AOAC - ตรวจสอบความสามารถของวิธีในการตรวจหาปริมาณสารในระดับต่ำ - ค่าที่เน้น: LOD (Limit of Detection), LOQ (Limit of Quantification) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


Considering the environmental impacts discussed, why is the HMLC method considered 'green'?

It involves less waste and uses low-toxicity solvents.

เทคนิค Hybrid Micellar Liquid Chromatography (HMLC) ถูกจัดว่าเป็นวิธีวิเคราะห์ที่ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หรือที่เรียกว่า Green Method เพราะมันใช้ สารเคมีที่ปลอดภัยกว่า และ ลดการใช้ตัวทำละลายออร์แกนิกที่เป็นพิษ ซึ่งปกติใช้กันเยอะในเทคนิค HPLC ทั่วไป ข้อเสียจากการวิเคราะห์จึงน้อยลง = ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Green Analytical Chemistry (GAC) - สนับสนุนวิธีวิเคราะห์ที่ลดการใช้สารพิษ และลดของเสียในกระบวนการ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the importance of the photodiode array detector in the HMLC technique used in the study?

It detects the presence of pesticides across a spectrum of wavelengths.

ในเทคนิค HMLC ที่ใช้ในงานวิจัยนี้ มีการใช้ Photodiode Array Detector (PDA detector) ซึ่งมีจุดเด่นคือ สามารถตรวจจับสารได้หลากหลายชนิดในคราวเดียว เพราะมันสามารถวัดการดูดกลืนแสงของสารแต่ละตัวในหลาย “ความยาวคลื่น” พร้อมกัน ทำให้รู้ว่าสารไหนอยู่ในตัวอย่างและมีปริมาณเท่าไร งานวิจัยที่เกี่ยวกับการตรวจสารตกค้าง - PDA ถูกเลือกเพราะให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าตัวตรวจวัด UV ธรรมดา 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is hyperthermia commonly used to treat?

Cancer

Hyperthermia คือการรักษาด้วยความร้อน — โดยใช้เครื่องมือพิเศษทำให้อุณหภูมิของร่างกายหรือเนื้อเยื่อบางส่วนสูงขึ้น (ประมาณ 40–45°C) สิ่งนี้สามารถช่วย ทำลายหรือทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง และมักจะใช้ร่วมกับ รังสีรักษา (radiation) หรือ เคมีบำบัด (chemotherapy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ American Cancer Society (ACS) - Recognizes hyperthermia as an effective support treatment in cancer 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which method is used to apply heat directly to a tumor in local hyperthermia?

Microwaves

การทำ hyperthermia แบบเฉพาะที่ (local hyperthermia)แพทย์จะใช้ พลังงานจากคลื่นไมโครเวฟ (microwaves) เพื่อ เพิ่มอุณหภูมิของก้อนมะเร็งโดยตรงความร้อนที่ได้จะช่วย ทำลายหรือทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การรักษาด้วยรังสีหรือเคมีบำบัดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Local Hyperthermia Techniques in Oncology - Microwaves are widely used due to their precision and penetration 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the primary benefit of using hyperthermia in cancer treatment?

It kills cancer cells with minimal damage to normal cells.

Hyperthermia ใช้ความร้อน (ประมาณ 41–45°C) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง หรือทำให้ไวต่อการรักษามากขึ้น ข้อดีคือ เซลล์มะเร็งไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ ทำให้สามารถทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งได้โดย ไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติรอบ ๆ Thermal Biology of Cancer Cells - เซลล์มะเร็งเสียหายจากความร้อนได้ง่ายกว่าเซลล์ปกติ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


Hyperthermia is often used in combination with which of the following treatments?

Radiotherapy and chemotherapy

ในการรักษามะเร็ง Hyperthermia มักไม่ใช้คนเดียว แต่จะใช้ร่วมกับ Radiotherapy (การฉายรังสีรักษา) และ Chemotherapy (การให้ยาเคมีบำบัด) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำลายเซลล์มะเร็งให้มากขึ้นเพราะความร้อนช่วยให้เซลล์มะเร็งไวต่อรังสีและยาเคมีมากขึ้น American Cancer Society - แนะนำการใช้ hyperthermia ร่วมกับการรักษาหลักเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


What is the main challenge of using hyperthermia in cancer treatment?

Reaching and maintaining the required temperature in the target area.

ปัญหาหลักของการใช้ hyperthermia คือการควบคุมให้ความร้อนที่ส่งไปถึง เนื้องอกอย่างแม่นยำและรักษาอุณหภูมิในระดับที่เหมาะสม (ประมาณ 41–45°C) โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงได้รับความร้อนมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายทางเทคนิคและทางการแพทย์ Biomedical Engineering - พัฒนาเทคนิคการตรวจวัดและควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


Which type of hyperthermia involves heating a larger region or the whole body?

Whole-body hyperthermia

Whole-Body Hyperthermia คือการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายทั้งหมด เพื่อช่วยรักษามะเร็งที่แพร่กระจายหรือชนิดที่ไม่สามารถกำจัดด้วยวิธีเฉพาะที่ได้ โดยวิธีนี้จะทำให้ร่างกายทั้งหมดร้อนขึ้นในระดับที่ปลอดภัย (ประมาณ 39–42°C) ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษามากขึ้น Oncology Treatment Guidelines - Whole-body hyperthermia ใช้ในกรณีที่มะเร็งกระจาย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


What type of hyperthermia uses applicators inserted into or near a body cavity to deliver heat?

Endocavitary hyperthermia

Endocavitary Hyperthermia คือการรักษาที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ให้ความร้อน (applicators) สอดเข้าไปในโพรงภายในร่างกาย เช่น ช่องคลอด, ช่องทวารหนัก, หลอดอาหาร, กระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ความร้อนโดยตรงไปยังเนื้องอกที่อยู่ในโพรงนั้น ตำรา Clinical Oncology และ Radiation Oncology - ให้ความร้อนในโพรงเพื่อเสริมผลรังสีรักษา 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


What is a significant potential side effect of whole-body hyperthermia?

Systemic stress affecting major organs

Whole-body hyperthermia คือการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายทั้งหมด (ประมาณ 39–42°C) เพื่อช่วยในการรักษามะเร็ง แต่เพราะทำให้ “ทั้งร่างกายร้อนขึ้น” ทำให้มีโอกาสเกิด ผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในได้มากกว่า Thermal Physiology in Cancer Treatment - ระบุผลข้างเคียงของ whole-body hyperthermia ว่าเกี่ยวกับระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


Considering the physics of heat transfer, why is controlling hyperthermia challenging during treatment?

Human tissue has varying thermal conductivities which affect heat distribution.

ในการรักษาด้วย hyperthermia การควบคุมอุณหภูมิให้ “ร้อนพอดี” เฉพาะบริเวณเนื้องอกเป็นเรื่องยากมาก เพราะว่าเนื้อเยื่อแต่ละชนิดในร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ ไขมัน เลือด นำความร้อนต่างกัน (thermal conductivity ไม่เท่ากัน) - ความร้อนจึงกระจายไม่สม่ำเสมอ บางจุดร้อนเกินไป บางจุดร้อนไม่พอ จึงต้องมีการวางแผนและควบคุมอย่างแม่นยำ Hyperthermia in Oncology - หลายการศึกษายืนยันว่า hyperthermia เพิ่มประสิทธิภาพของรังสีและยา 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


Why is hyperthermia considered a beneficial adjunct to radiotherapy and chemotherapy?

It makes cancer cells more susceptible to other treatments.

Hyperthermia หรือการรักษาด้วยความร้อน ไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรงทั้งหมด แต่มันทำให้เซลล์มะเร็ง ไวต่อรังสี และเคมีบำบัดมากยิ่งขึ้นเพราะความร้อนจะไป ลดความสามารถของเซลล์มะเร็งในการซ่อมแซมตัวเอง และช่วยเพิ่มการดูดซึมยา หรือการตอบสนองต่อรังสีรักษา National Cancer Institute (NCI): Heat can damage proteins and structures within cells, making cancer cells more vulnerable. 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 126.5 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา