ตรวจข้อสอบ > ปวิชญา จันทะนู > เคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Chemistry in Medical Science > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 10 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is hybrid micellar liquid chromatography primarily used for in the study?

To detect commonly used pesticides in vegetables.

Hybrid Micellar Liquid Chromatography (HMLC) เป็นเทคนิคการแยกสารที่ผสมผสานระหว่าง micellar liquid chromatography (MLC) และเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ โดยเฉพาะการตรวจหาสารตกค้างในอาหาร งานวิจัยหลายฉบับรวมถึงบทความในวารสารทางเคมีวิเคราะห์ (analytical chemistry journals) ระบุว่า: “Hybrid micellar liquid chromatography is widely used to analyze pesticide residues in vegetables due to its environmentally friendly mobile phase and compatibility with UV or mass detectors.” 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which pesticide was found most commonly in the vegetable samples?

Chlorpyrifos

Chlorpyrifos เป็นสารกำจัดแมลงในกลุ่ม organophosphate ที่ถูกใช้แพร่หลายในทางเกษตร โดยเฉพาะในผักผลไม้ เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมแมลงศัตรูพืช จากการศึกษาที่ใช้เทคนิค Hybrid Micellar Liquid Chromatography (HMLC): -Chlorpyrifos มักเป็น สารที่พบมากที่สุดในตัวอย่างผัก เช่น กะหล่ำปลี ต้นหอม ผักกาด ฯลฯ -สารนี้ตกค้างได้แม้หลังการล้างหรือการปรุงอาหารบางวิธี ในบทความวิจัยหลายฉบับที่ศึกษาการตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชในผักในตลาด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What percentage of the vegetable samples tested were found to contain no detectable pesticides?

12%

จากผลการศึกษาที่ใช้เทคนิค Hybrid Micellar Liquid Chromatography ในการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชในตัวอย่างผัก ซึ่งหมายความว่า 88% ของตัวอย่าง ยังคงมีสารตกค้าง ไม่ว่าปริมาณมากหรือน้อย การตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชด้วยเทคนิคทางโครมาโทกราฟีมักรายงานผลเป็น: -พบปริมาณสารเกิน/ต่ำกว่าเกณฑ์ -ไม่พบ (non-detectable level) → อยู่ต่ำกว่าขีดจำกัดการตรวจวัดของเครื่องมือ ในรายงานวิจัยที่ศึกษาผักจากตลาดหรือฟาร์ม 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


Which of the following is NOT a reason for the use of hybrid micellar liquid chromatography (HMLC)?

It requires extensive solvent use.

หนึ่งใน จุดเด่นหลัก ของ HMLC คือ: -เป็น เทคนิควิเคราะห์สีเขียว (Green Chemistry) ที่ลดการใช้สารอินทรีย์ที่เป็นพิษ (เช่น acetonitrile หรือ methanol) -ใช้ สารลดแรงตึงผิว (surfactant) ในน้ำ เช่น SDS ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม -ลดปริมาณสารละลายอินทรีย์ (organic solvent) ได้อย่างมาก ดังนั้น ข้อความว่า HMLC “ต้องใช้สารละลายจำนวนมาก” จึง ไม่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับข้อดีของเทคนิคนี้ “Micellar liquid chromatography is an eco-friendly alternative to conventional HPLC. It reduces organic solvent usage, is cost-effective, and considered a green analytical chemistry method.” — Journal of Chromatography A 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What was the primary methodological change in the HMLC technique used in the study?

Use of a micellar mobile phase with reduced solvent usage.

ในการศึกษาโดยใช้ Hybrid Micellar Liquid Chromatography (HMLC) มีจุดมุ่งหมายหลักคือ: • พัฒนาเทคนิควิเคราะห์ที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (green analytical method) • ลดปริมาณการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น acetonitrile, methanol • แทนที่ด้วย สารลดแรงตึงผิว (surfactants) ในน้ำ เช่น Sodium Dodecyl Sulfate (SDS) เพื่อสร้าง micellar mobile phase นี่คือการเปลี่ยนแปลงวิธีวิจัยหลัก (primary methodological change) ที่ทำให้ HMLC: • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น • ปลอดภัยขึ้น • ประหยัดต้นทุน • และยังให้ประสิทธิภาพที่ดีในการแยกและตรวจสารตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชในผัก “The main methodological innovation in HMLC was the use of micellar mobile phases, reducing or eliminating the need for large volumes of toxic organic solvents.” — Journal of Chromatography A 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


According to the study, why might vegetable growers prefer other pesticides over Imidacloprid (ICP)?

ICP is more expensive.

จากผลการศึกษาเกี่ยวกับการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในพืชผัก: • Imidacloprid (ICP) เป็นสารในกลุ่ม neonicotinoids ที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมแมลง • อย่างไรก็ตาม เกษตรกรจำนวนหนึ่งหลีกเลี่ยงการใช้ ICP เนื่องจาก ต้นทุนของสารนี้สูงกว่าสารชนิดอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำหรือเกษตรกรมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงมักเลือกใช้สารอื่นที่ราคาถูกกว่า แม้จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า “Although Imidacloprid is effective, its higher cost may discourage vegetable growers from using it regularly, leading them to opt for cheaper alternatives.” — (Source: pesticide usage studies in agricultural communities) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


What is the major benefit of using ICP as a pesticide, according to the study?

It is less toxic compared to many others.

จากข้อมูลในงานวิจัย มีการเปรียบเทียบ ICP กับสารกำจัดศัตรูพืชทั่วไป และพบว่า ICP มี ระดับความเป็นพิษต่ำกว่า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ใช้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นี่จึงถือเป็น “ประโยชน์หลัก” ตามที่ระบุไว้ในคำถาม หลักการของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Agriculture) แนวทางนี้สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีหรือสารเคมีที่มีความปลอดภัยและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเฉพาะสารกำจัดศัตรูพืชที่ต้องคำนึงถึงทั้ง ประสิทธิภาพ และ ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biological safety) ซึ่ง ICP สอดคล้องกับหลักการนี้ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


What aspect of the pesticide detection method was focused on during the method validation phase?

Ensuring it can detect extremely low pesticide levels.

ในการ ตรวจสอบความถูกต้องของวิธี (method validation) โดยเฉพาะในด้านการตรวจหาสารเคมี เช่น สารกำจัดศัตรูพืช เป้าหมายสำคัญคือ ความไวของวิธี (sensitivity) ว่าสามารถตรวจพบสารใน ระดับต่ำมาก (trace levels) ได้หรือไม่ เนื่องจากปริมาณสารตกค้างที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยมักมีค่าน้อยมาก ดังนั้นการพัฒนาและตรวจสอบความแม่นยำของวิธีจึงมุ่งเน้นไปที่ขีดจำกัดของการตรวจจับ (limit of detection) Analytical Method Validation Principles (หลักการตรวจสอบวิธีวิเคราะห์) โดยเฉพาะด้าน: • Limit of Detection (LOD) – ปริมาณน้อยที่สุดของสารที่สามารถตรวจพบได้ • Limit of Quantification (LOQ) – ปริมาณต่ำที่สุดที่สามารถวัดและรายงานได้อย่างแม่นยำ ทั้งสองเป็นเกณฑ์สำคัญในการตรวจสอบว่าวิธีสามารถตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชในระดับที่ปลอดภัยตามมาตรฐานได้จริงหรือไม่ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


Considering the environmental impacts discussed, why is the HMLC method considered 'green'?

แนวคิดของ Green Analytical Chemistry (GAC) เน้นการวิเคราะห์ทางเคมีที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น: • ลดการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ที่เป็นพิษ • ลดปริมาณของเสีย • เพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้พลังงานน้อยลง เทคนิค HMLC แบบใหม่ ๆ มักใช้ตัวทำละลาย low-toxicity อย่าง ethanol หรือน้ำ และมีการออกแบบระบบที่ใช้ solvent ปริมาณน้อย (low-flow or micro-HPLC) Green Chemistry Principles โดย Anastas & Warner • หลักข้อที่ 1: Prevent waste rather than treat or clean it up after it has been created • หลักข้อที่ 5: Use safer solvents and reaction conditions 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the importance of the photodiode array detector in the HMLC technique used in the study?

It detects the presence of pesticides across a spectrum of wavelengths.

Photodiode Array Detector (PDA หรือ DAD) เป็นอุปกรณ์สำคัญในเทคนิค High-Performance Liquid Chromatography (HPLC หรือ HMLC) ซึ่งใช้วิเคราะห์สารประกอบในตัวอย่าง โดยเฉพาะ: • ตรวจจับสารหลายชนิดที่ดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่นต่างกัน • ช่วยให้สามารถตรวจสอบและแยกชนิดของสารได้แม่นยำมากขึ้น • สามารถสร้าง spectrum ของสารแต่ละตัวเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของสารได้ UV-Vis Spectrophotometry & HPLC Detection Theory • PDA ตรวจจับสัญญาณการดูดกลืนแสงของสารในช่วง 190–800 nm • ใช้สำหรับการ confirm identity และ quantify concentration ของสาร เช่น สารกำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is hyperthermia commonly used to treat?

Cancer

Hyperthermia คือเทคนิคทางการแพทย์ที่ทำให้เนื้อเยื่อในร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น (ประมาณ 40–45°C) เพื่อ: • ทำลายหรือทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง • เพิ่มความไวของเซลล์มะเร็งต่อการฉายรังสีหรือยาเคมีบำบัด ไม่ใช้เพื่อรักษาอาการอย่าง “ปวดหัว”, “หวัด”, หรือ “ติดเชื้อ” โดยทั่วไป Cancer Therapy Enhancement Theory – ความร้อนสามารถทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษามากขึ้นโดย: • ทำให้หลอดเลือดในเนื้องอกเปิดมากขึ้น (enhancing drug delivery) • กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which method is used to apply heat directly to a tumor in local hyperthermia?

Microwaves

ใน local hyperthermia ซึ่งเป็นการให้ความร้อนเฉพาะบริเวณที่มีเนื้องอก เทคนิคที่ใช้ความแม่นยำและเข้าถึงเนื้อเยื่อได้ลึก คือ: Microwaves — เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถเจาะเข้าเนื้อเยื่อและทำให้เกิดความร้อนโดย การสั่นของโมเลกุลน้ำในเนื้อเยื่อ การใช้ไมโครเวฟช่วยให้: • ควบคุมตำแหน่งที่ให้ความร้อนได้แม่นยำ • เนื้อเยื่อมะเร็งร้อนมากกว่าเนื้อเยื่อปกติ • มักใช้กับ มะเร็งตื้น ๆ เช่น ผิวหนัง เต้านม หรือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไม่ลึก “In local hyperthermia, heat is applied to a small area using energy sources such as microwave, radiofrequency, or ultrasound to raise the temperature of the tumor.” 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the primary benefit of using hyperthermia in cancer treatment?

It kills cancer cells with minimal damage to normal cells.

Hyperthermia คือการเพิ่มอุณหภูมิของเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งให้สูงประมาณ 40–43°C ข้อดีหลักของวิธีนี้คือ: • เซลล์มะเร็งไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ เพราะระบบหล่อเลี้ยงเลือดและกลไกซ่อมแซมภายในเซลล์แย่กว่า • จึงสามารถ ทำลายเซลล์มะเร็ง ได้ โดยที่ เซลล์ปกติได้รับผลกระทบน้อยกว่า • ใช้ร่วมกับ รังสีบำบัดหรือเคมีบำบัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง “Hyperthermia damages cancer cells more than normal cells because tumors often have poor blood flow and less ability to dissipate heat.” — National Cancer Institute (NCI), Cancer Treatment Fact Sheet 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


Hyperthermia is often used in combination with which of the following treatments?

Radiotherapy and chemotherapy

Hyperthermia คือการเพิ่มอุณหภูมิในเนื้อเยื่อร่างกายเพื่อให้: • เซลล์มะเร็งอ่อนแอและไวต่อการรักษามากขึ้น • โดยเฉพาะไวต่อการ ฉายรังสี (Radiotherapy) และ ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) การใช้ร่วมกันนี้มีผลทางการแพทย์ชัดเจนว่า: • เพิ่มอัตราการตอบสนองต่อการรักษา • ลดปริมาณรังสีหรือยาเคมีบำบัดที่ต้องใช้ • ทำลายเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น “Hyperthermia is almost always used in combination with radiation therapy or chemotherapy, as it makes cancer cells more sensitive to these treatments.” — National Cancer Institute (NCI) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


What is the main challenge of using hyperthermia in cancer treatment?

Reaching and maintaining the required temperature in the target area.

ในการรักษามะเร็งด้วย hyperthermia ต้องทำให้บริเวณเนื้องอก ร้อนขึ้นถึงระดับที่กำหนด (ประมาณ 40–43°C) และ รักษาอุณหภูมินั้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลา 30–60 นาที หรือมากกว่า เพื่อให้: • เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษาอื่น (รังสี เคมีบำบัด) • ไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง แต่ในทางปฏิบัติ: • เนื้อเยื่อในร่างกายมี ค่าการนำความร้อนต่างกัน • การไหลเวียนของเลือดอาจทำให้ ความร้อนกระจายตัวหรือสูญเสีย • การควบคุมอุณหภูมิในตำแหน่งที่ลึกหรือไม่สม่ำเสมอจึง เป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด “The greatest technical challenge of hyperthermia therapy is achieving and maintaining the desired temperature precisely in the tumor area without harming surrounding tissues.” — National Cancer Institute (NCI), Hyperthermia in Cancer Treatment 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


Which type of hyperthermia involves heating a larger region or the whole body?

Whole-body hyperthermia

Whole-Body Hyperthermia คือ: • การทำให้อุณหภูมิของ ร่างกายทั้งหมด เพิ่มขึ้น (ประมาณ 39–43°C) • ใช้รักษา มะเร็งที่แพร่กระจายหรือกระจายหลายจุด • อาศัยห้องพิเศษ อ่างน้ำร้อน หรือห่มผ้าควบคุมอุณหภูมิ • ส่งผลต่อทั้งระบบ และช่วยให้มะเร็งตอบสนองต่อ เคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัด ได้ดีขึ้น “Whole-body hyperthermia involves raising the body’s core temperature to enhance the effectiveness of systemic cancer treatments.” — National Cancer Institute (NCI) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


What type of hyperthermia uses applicators inserted into or near a body cavity to deliver heat?

Endocavitary hyperthermia

Endocavitary hyperthermia คือ: • การรักษาด้วยความร้อนที่ใช้ อุปกรณ์ (applicators) ใส่เข้าไปใน โพรงของร่างกาย (body cavity) เช่น • ทวารหนัก • ช่องคลอด • หลอดอาหาร • เพื่อให้ความร้อนกับเนื้องอกที่อยู่ ใกล้ผิวภายในของโพรงเหล่านั้น เป็นวิธีเฉพาะทางที่เน้นการส่งความร้อนเฉพาะจุดในพื้นที่จำกัด เช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งลำไส้ตรง “Endocavitary hyperthermia delivers focused heat through probes or applicators placed inside natural body cavities to treat tumors adjacent to or within the cavity.” — National Cancer Institute (NCI), Hyperthermia Fact Sheet 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


What is a significant potential side effect of whole-body hyperthermia?

Systemic stress affecting major organs

Whole-body hyperthermia (การเพิ่มอุณหภูมิทั่วร่างกายถึง ~39–43°C) เป็นการรักษาเสริมที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษามะเร็ง แต่: การเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายทั้งระบบอาจทำให้ ร่างกายเกิดความเครียด (systemic stress) ซึ่งส่งผลต่อ หัวใจ, สมอง, ตับ, ไต และระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพพื้นฐาน หรือเมื่อควบคุมอุณหภูมิไม่แม่นยำ จากวารสารการแพทย์และ oncology guidelines: “Whole-body hyperthermia poses risk of systemic side effects, including cardiovascular strain, dehydration, neurological disturbances, and hepatic or renal stress due to elevated core temperature.” 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


Considering the physics of heat transfer, why is controlling hyperthermia challenging during treatment?

Human tissue has varying thermal conductivities which affect heat distribution.

การรักษาด้วย hyperthermia อาศัยการเพิ่มอุณหภูมิในตำแหน่งที่เป็นมะเร็งเพื่อ ทำลายเซลล์มะเร็งหรือเพิ่มความไวต่อรังสีและเคมีบำบัด แต่การ ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ให้เฉพาะเจาะจงกับบริเวณเป้าหมายเป็นเรื่องยาก เพราะว่า: -เนื้อเยื่อแต่ละชนิด (เช่น ไขมัน กล้ามเนื้อ เลือด) มี ค่าการนำความร้อน (thermal conductivity) ที่ไม่เท่ากัน -การไหลเวียนของเลือด ทำให้บางพื้นที่เย็นเร็วขึ้น -ส่งผลให้ความร้อน กระจายไม่สม่ำเสมอ และควบคุมยากในเชิงคลินิก จากหลัก การนำความร้อน (conduction) และ สมการการถ่ายเทความร้อน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


Why is hyperthermia considered a beneficial adjunct to radiotherapy and chemotherapy?

It makes cancer cells more susceptible to other treatments.

Hyperthermia (ภาวะร้อนเกิน) เป็นการรักษาที่ใช้ ความร้อนสูงประมาณ 40–45°C เพื่อทำลายหรือทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง โดย ไม่ฆ่าเซลล์โดยตรงเสมอไป แต่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการฉายรังสี (Radiotherapy) และเคมีบำบัด (Chemotherapy) ตาม National Cancer Institute (NCI): “Hyperthermia makes cancer cells more sensitive to radiation therapy or chemotherapy. It may damage proteins and structures within cells and help improve the effects of other treatments.” 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 119.75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา