ตรวจข้อสอบ > พัชราภา ผู้กำจัด > เคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Chemistry in Medical Science > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 26 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


What is hybrid micellar liquid chromatography primarily used for in the study?

To detect commonly used pesticides in vegetables.

Hybrid micellar liquid chromatography (HMLC): เป็นเทคนิคทางเคมีวิเคราะห์ที่มีความละเอียดสูงและมีความไวสูงในการแยกและวิเคราะห์สารประกอบที่มีความหลากหลายทางโครงสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารประกอบที่มีความขั้วต่างกัน ซึ่งรวมถึงสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหลายชนิด หลักการของโครมาโทกราฟี: HMLC เป็นหนึ่งในเทคนิคของโครมาโทกราฟี ซึ่งอาศัยหลักการของการแบ่งตัวของสารระหว่างเฟสที่อยู่กับที่ (stationary phase) และเฟสเคลื่อนที่ (mobile phase) 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Which pesticide was found most commonly in the vegetable samples?

Imidacloprid

ตกค้างในผักผักรวม28.75เปอร์เซนต์ ศึกษาจากงานวิจัยหรือรายงานการตรวจสอบคุณภาพอาหารที่เกี่ยวข้อ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


What percentage of the vegetable samples tested were found to contain no detectable pesticides?

8%

ักผลไม้ที่พบการตกค้างรองลงมาได้แก่ กะเพรา (81%) มะระ (62%) ผักบุ้ง (62%) หัวไชเท้า (56%) บร็อกโคลี (50%) ถั่วฝักยาว (44%) แครอท (19%) กระเจี๊ยบเขียว (6%) และหน่อไม้ฝรั่ง (6%) ส่วนมันฝรั่งพบการตกค้างในระดับไม่เกินมาตรฐาน และข้าวโพดหวานไม่พบการตกค้างเลย สำหรับแหล่งจำหน่ายเมื่อเปรียบเทียบระหว่างห้างกับตลาดสดทั่วไปนั้น พบว่า ผักและผลไม้จากตลาดทั่วไป พบสารตกค้าง 60.1% ส่วนห้างพบการตกค้างน้อยกว่าเล็กน้อยที่ระดับ 56.7% ทั้งที่โดยส่วนใหญ่จะจำหน่ายผักผลไม้ราคาแพงกว่าตลาดสดทั่วไป 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


Which of the following is NOT a reason for the use of hybrid micellar liquid chromatography (HMLC)?

It requires extensive solvent use.

HMLC คือการถูกออกแบบมาเพื่อลดปริมาณการใช้ตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ไมเซลล์ (micelle) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกสาร ทำให้สามารถลดปริมาณตัวทำละลายที่ใช้ได้อย่างมาก โครงสร้างที่เกิดจากโมเลกุลของสารลดแรงตึงผิวในน้ำ ซึ่งมีส่วนที่ชอบน้ำและส่วนที่ไม่ชอบน้ำ ทำให้สามารถดักจับและเคลื่อนย้ายสารที่ไม่ละลายน้ำได้ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


What was the primary methodological change in the HMLC technique used in the study?

Increased use of organic modifiers.

เทคนิค HMLC (High-Performance Micellar Liquid Chromatography): เป็นเทคนิคโครมาโทกราฟีชนิดหนึ่งที่ใช้ไมเซล (micelle) เป็นเฟสเคลื่อนที่ ซึ่งไมเซลนี้จะทำหน้าที่คล้ายกับเฟสอยู่กับที่ ทำให้สามารถแยกสารที่มีขั้วต่างกันได้ดีขึ้น ทฤษฎีของไมเซล: ไมเซลเป็นกลุ่มของโมเลกุลแอมฟิฟิลิก (amphiphilic molecule) ที่รวมตัวกันในน้ำเพื่อลดพลังงานผิวหน้า 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


According to the study, why might vegetable growers prefer other pesticides over Imidacloprid (ICP)?

ICP has a higher environmental impact.

อิไมดาโคลพริดเป็นยาฆ่าแมลงประเภทนีโอนิคติnoid ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อแมลงผสมเกสร เช่น ผึ้ง ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการผลิตพืชผล หลักการป้องกัน: เกษตรกรต้องการป้องกันพืชผลจากศัตรูพืช แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน: การเลือกใช้ยาฆ่าแมลงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตพืชผลอย่างยั่งยืน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


What is the major benefit of using ICP as a pesticide, according to the study?

It is more effective than any other pesticide.

ปลอดภัยต่อแมลงศัตรูธรรมชาติและแมลงดีที่มีประโยชน์ อ้างอิงจากข้อมูลทางการเกษตร 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


What aspect of the pesticide detection method was focused on during the method validation phase?

Ensuring it can detect extremely low pesticide levels.

ความสำคัญของการตรวจจับในระดับต่ำ: ในการประเมินความปลอดภัยของอาหาร การตรวจจับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับต่ำมากมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้แม้ในปริมาณน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได หลักการของการตรวจสอบความถูกต้อง (Validation): เป็นกระบวนการที่ใช้ยืนยันว่าวิธีการวิเคราะห์นั้นเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ความถูกต้อง แม่นยำ ความจำเพาะ ความไว ความเป็นเชิงเส้น และช่วงการตรวจวัด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


Considering the environmental impacts discussed, why is the HMLC method considered 'green'?

It involves less waste and uses low-toxicity solvents.

ของเสียที่น้อยลง: หมายถึงกระบวนการนี้ผลิตของเสียออกมาในปริมาณที่น้อยกว่าวิธีการอื่นๆ ซึ่งจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด การลดมลพิษทางน้ำ และลดการใช้พื้นที่ในการจัดเก็บของเสีย หลักการของเคมีสีเขียว (Green Chemistry): เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการออกแบบกระบวนการทางเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการลดปริมาณของเสีย การใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายน้อยลง และการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


What is the importance of the photodiode array detector in the HMLC technique used in the study?

It detects the presence of pesticides across a spectrum of wavelengths.

Photodiode array detector (PDA) ในเทคนิค HMLC (High-Performance Liquid Chromatography) มีบทบาทสำคัญในการตรวจวัดสารเคมีต่างๆ โดยเฉพาะสารปนเปื้อนในอาหาร เช่น สารกำจัดศัตรูพืช (pesticides) หลักการของการดูดกลืนแสง (Absorption spectroscopy): สารเคมีแต่ละชนิดจะมีการดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่นที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสารนั้นๆ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


What is hyperthermia commonly used to treat?

Cancer

ไฮเปอร์เทอร์เมียใช้รักษามะเร็ง ทำลายเซลล์มะเร็ง: ความร้อนสูงที่ใช้ในการรักษาด้วยไฮเปอร์เทอร์เมียนั้นสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ เซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติเนื่องจากมีความผิดปกติในกระบวนการเมตาบอลิซึม ทำให้ความร้อนสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติมากนัก ความร้อนและระบบภูมิคุ้มกัน: ความร้อนจะกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันหลั่งสารที่ช่วยในการทำลายเซลล์มะเร็ง และช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


Which method is used to apply heat directly to a tumor in local hyperthermia?

Microwaves

การทำงานของไมโครเวฟ: ไมโครเวฟจะทะลุผ่านเนื้อเยื่อและดูดซับโดยโมเลกุลของน้ำในเซลล์เนื้องอก ทำให้เกิดความร้อนขึ้นภายในเนื้องอกโดยตรง ซึ่งจะช่วยทำลายเซลล์มะเร็งและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น เคมีบำบัดหรือรังสีรักษา หลักการของ Hyperthermia: การให้ความร้อนกับเซลล์มะเร็งในอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้เซลล์มะเร็งเสียหายและตายได้ง่ายขึ้น เนื่องจากโปรตีนและกรดนิวคลีอิคในเซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


What is the primary benefit of using hyperthermia in cancer treatment?

It kills cancer cells with minimal damage to normal cells.

เซลล์มะเร็งไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ: เซลล์มะเร็งมักมีกลไกในการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากความร้อนได้น้อยกว่าเซลล์ปกติ ทำให้เมื่อได้รับความร้อนสูง เซลล์มะเร็งจะตายได้ง่ายกว่าลดผลข้างเคียง: เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาแบบดั้งเดิม ความร้อนและเซลล์มะเร็ง: เซลล์มะเร็งมีอัตราการเผาผลาญสูงกว่าเซลล์ปกติ ทำให้มีความไวต่อความร้อนมากกว่า เมื่อได้รับความร้อน เซลล์มะเร็งจะเกิดความเสียหายที่โปรตีนและกรดนิวคลีอิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ ทำให้เซลล์ตายในที่สุด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


Hyperthermia is often used in combination with which of the following treatments?

Radiotherapy and chemotherapy

การใช้ไฮเปอร์เทอร์เมีย (Hyperthermia) ร่วมกับการฉายรังสีและเคมีบำบัดเป็นวิธีการรักษามะเร็งที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีกลไกการทำงานที่เสริมซึ่งกันและกัน ความร้อนและเซลล์มะเร็ง: เซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ เนื่องจากระบบการควบคุมอุณหภูมิของเซลล์มะเร็งมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ผลซินเออร์จี (Synergy): การใช้ไฮเปอร์เทอร์เมียร่วมกับการฉายรังสีและเคมีบำบัดจะทำให้เกิดผลซินเออร์จี คือ ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าผลรวมของการใช้แต่ละวิธีเพียงอย่างเดียว ความจำเพาะของความร้อน: การใช้ความร้อนในระดับที่เหมาะสมจะทำลายเซลล์มะเร็งได้โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติมากเกินไป 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


What is the main challenge of using hyperthermia in cancer treatment?

Reaching and maintaining the required temperature in the target area.

ความเฉพาะเจาะจงของอุณหภูมิ: การรักษามะเร็งด้วยไฮเปอร์เทอร์เมียจำเป็นต้องเพิ่มอุณหภูมิในบริเวณเนื้องอกให้สูงขึ้นในช่วงอุณหภูมิที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เนื้อเยื่อปกติได้รับความร้อนสูงเกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง ความร้อนและเซลล์มะเร็ง: เซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ เนื่องจากเซลล์มะเร็งมีกลไกในการซ่อมแซมความเสียหายจากความร้อนที่ด้อยกว่าเซลล์ปกติ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


Which type of hyperthermia involves heating a larger region or the whole body?

Whole-body hyperthermia

Whole-Body Hyperthermia คือการให้ความร้อนในบริเวณที่กว้างที่สุด คือ ทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากประเภทอื่นๆ ที่ให้ความร้อนในบริเวณที่จำกัดกว่า Hyperthermia คือการใช้ความร้อนในการรักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็ง โดยอาศัยหลักการที่ว่าเซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ การให้ความร้อนจะทำให้เซลล์มะเร็งตายในขณะที่เซลล์ปกติยังคงอยู่รอดได้ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


What type of hyperthermia uses applicators inserted into or near a body cavity to deliver heat?

Endocavitary hyperthermia

Endocavitary hyperthermia หมายถึงการให้ความร้อนโดยตรงกับเนื้อเยื่อมะเร็งภายในอวัยวะหรือช่องของร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์ให้ความร้อน (applicators) ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สอดเข้าไปในหรือใกล้กับช่องว่างนั้น ความร้อนฆ่าเซลล์มะเร็ง: เซลล์มะเร็งมีความไวต่อความร้อนมากกว่าเซลล์ปกติ เมื่อเซลล์มะเร็งได้รับความร้อนสูงขึ้น จะทำให้โปรตีนและกรดนิวคลีอิกเสียหาย ทำให้เซลล์ตาย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


What is a significant potential side effect of whole-body hyperthermia?

Systemic stress affecting major organs

การทำความร้อนร่างกายทั่วทั้งตัว เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ต้องปรับตัวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายไม่คุ้นเคยความร้อนสูง สามารถส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดความเครียดต่ออวัยวะเหล่านี้ Physiology: การศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของร่างกายในระดับเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่างๆ Thermoregulation: กลไกการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย Stress Response: ปฏิกิริยาของร่างกายต่อสภาวะที่ก่อให้เกิดความเครียด 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


Considering the physics of heat transfer, why is controlling hyperthermia challenging during treatment?

Human tissue has varying thermal conductivities which affect heat distribution.

การควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น (hyperthermia) เพื่อรักษาโรคมะเร็งนั้นเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากเนื้อเยื่อของมนุษย์มีค่าการนำความร้อนที่แตกต่างกัน ทำให้การกระจายความร้อนไม่สม่ำเสมอ การนำความร้อน (Thermal conductivity): เป็นสมบัติของวัสดุที่บ่งบอกถึงความสามารถในการนำความร้อนผ่านตัวกลาง การกระจายความร้อน (Heat distribution): เป็นการกระจายความร้อนจากแหล่งกำเนิดไปยังบริเวณรอบข้าง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


Why is hyperthermia considered a beneficial adjunct to radiotherapy and chemotherapy?

It makes cancer cells more susceptible to other treatments.

การรักษาด้วยความร้อน (Hyperthermia) ทำงานโดยการเพิ่มอุณหภูมิของเซลล์มะเร็งให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เซลล์มะเร็งมีความอ่อนแอต่อการทำลายจากรังสีและยาเคมีบำบัดมากขึ้น ความร้อนและเซลล์มะเร็ง: มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่าความร้อนสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ และเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ความร้อนและการซ่อมแซม DNA: ความร้อนจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม DNA ของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากรังสีหรือยาเคมีบำบัดได้ ความร้อนและการดูดซึมยา: ความร้อนจะทำให้เซลล์มะเร็งดูดซึมยาเคมีบำบัดได้มากขึ้น ทำให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 106.25 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา