| 1 |
|
1. Biguanides |
|
ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินอาหารควรใช้ความระมัดระวังเมื่อรับประทานยาบางชนิดสำหรับโรคเบาหวาน เช่น Biguanides, DPP4 inhibitors, Α-Glucosidase inhibitors, GLP-1 agonists และ SGLT-2 inhibitors ยาเหล่านี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และไม่สบายท้อง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่จะพูดคุยกับแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพก่อนที่จะใช้ยาใหม่ |
ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินอาหารควรใช้ความระมัดระวังเมื่อรับประทานยาบางชนิดสำหรับโรคเบาหวาน เช่น Biguanides, DPP4 inhibitors, Α-Glucosidase inhibitors, GLP-1 agonists และ SGLT-2 inhibitors ยาเหล่านี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และไม่สบายท้อง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่จะพูดคุยกับแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพก่อนที่จะใช้ยาใหม่ |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
2. DPP4 |
|
ผู้ป่วย UTI ที่กำลังใช้ยาเช่น Biguanides, DPP4, Α-Glucosidase Inhibitors, GLP-1 และ SGLT-2 ควรปรึกษาแพทย์ ยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด UTIs หรืออาจทำให้อาการของ UTI ที่มีอยู่แย่ลง สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเสมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม |
ผู้ป่วย UTI ที่กำลังใช้ยาเช่น Biguanides, DPP4, Α-Glucosidase Inhibitors, GLP-1 และ SGLT-2 ควรปรึกษาแพทย์ ยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด UTIs หรืออาจทำให้อาการของ UTI ที่มีอยู่แย่ลง สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเสมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
4. YAS |
|
โทนาไลด์เกี่ยวข้องกับ YAS |
โทนาไลด์เกี่ยวข้องกับ YAS |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
3. CBL |
|
ไดอะแกรมที่เกี่ยวข้องกับ EGFR คือ CBL |
ไดอะแกรมที่เกี่ยวข้องกับ EGFR คือ CBL |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
5. IRB |
|
ตัวเลือก "5. IRB" ไม่เกี่ยวข้องกับยาลดความดันโลหิต IRB ไม่ใช่คำที่ใช้กันทั่วไปในบริบทของความดันโลหิตสูงหรือการใช้ยา เป็นไปได้ว่านี่เป็นข้อผิดพลาดในการพิมพ์ และตัวเลือกที่ตั้งใจไว้คือ "สารยับยั้ง ACE (สารยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้เกิดแองจิโอเทนซิน)" ซึ่งเป็นยาลดความดันโลหิตที่ใช้กันทั่วไปเช่นกัน |
ตัวเลือก "5. IRB" ไม่เกี่ยวข้องกับยาลดความดันโลหิต IRB ไม่ใช่คำที่ใช้กันทั่วไปในบริบทของความดันโลหิตสูงหรือการใช้ยา เป็นไปได้ว่านี่เป็นข้อผิดพลาดในการพิมพ์ และตัวเลือกที่ตั้งใจไว้คือ "สารยับยั้ง ACE (สารยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้เกิดแองจิโอเทนซิน)" ซึ่งเป็นยาลดความดันโลหิตที่ใช้กันทั่วไปเช่นกัน |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
5. CCB |
|
คำตอบคือ 5 CCB CCB ซึ่งย่อมาจาก Calcium Channel Blocker ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของยาต้านไวรัส ตัวเลือกอื่นๆ - การแปล การแตกหน่อ โปรตีน และการไม่เคลือบผิว - ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของยาต้านไวรัส |
คำตอบคือ 5 CCB CCB ซึ่งย่อมาจาก Calcium Channel Blocker ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของยาต้านไวรัส ตัวเลือกอื่นๆ - การแปล การแตกหน่อ โปรตีน และการไม่เคลือบผิว - ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของยาต้านไวรัส |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
2. CN3 |
|
CN3 ไม่เกี่ยวข้องกับการดื้อยา ตัวเลือกอื่นๆ ที่ระบุไว้ ได้แก่ เอนไซม์ เป้าหมาย โปรตีน และการปรับเปลี่ยนไซต์ ล้วนมีบทบาทในการต่อต้านยา |
CN3 ไม่เกี่ยวข้องกับการดื้อยา ตัวเลือกอื่นๆ ที่ระบุไว้ ได้แก่ เอนไซม์ เป้าหมาย โปรตีน และการปรับเปลี่ยนไซต์ ล้วนมีบทบาทในการต่อต้านยา |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
3. MALT2 |
|
MALT2 ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาต้านมะเร็งจากทางเดินด้านล่าง ปัจจัยอื่นๆ (ROS, NQO1, P53 และ ER Stress) ล้วนเกี่ยวข้องกับการผลิตยาต้านมะเร็ง |
MALT2 ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาต้านมะเร็งจากทางเดินด้านล่าง ปัจจัยอื่นๆ (ROS, NQO1, P53 และ ER Stress) ล้วนเกี่ยวข้องกับการผลิตยาต้านมะเร็ง |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
5. NRTs |
|
ตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับกลไกการดื้อยาของเอชไอวีคือ NRTs NRTs หรือสารยับยั้ง nucleoside reverse transcriptase เป็นยาต้านไวรัสประเภทหนึ่งที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี พวกมันทำงานโดยการปิดกั้นเอนไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทสที่เอชไอวีใช้ในการจำลองตัวเอง อย่างไรก็ตาม เอชไอวีสามารถพัฒนาความต้านทานต่อ NRT ได้โดยการกลายพันธุ์ของเอนไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทส |
ตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับกลไกการดื้อยาของเอชไอวีคือ NRTs NRTs หรือสารยับยั้ง nucleoside reverse transcriptase เป็นยาต้านไวรัสประเภทหนึ่งที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี พวกมันทำงานโดยการปิดกั้นเอนไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทสที่เอชไอวีใช้ในการจำลองตัวเอง อย่างไรก็ตาม เอชไอวีสามารถพัฒนาความต้านทานต่อ NRT ได้โดยการกลายพันธุ์ของเอนไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทส |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
Vitamin C ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับโรคเบาหวาน
|
1. เป็นตัวเพิ่มน้ำตาลในเลือด |
|
คำตอบที่ถูกต้องคือ 1. เพิ่มน้ำตาลในเลือด มีการแสดงวิตามินซีเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดในการศึกษาบางชิ้น ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าวิตามินซียังคงเป็นสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระด้วย |
เพิ่มน้ำตาลในเลือด มีการแสดงวิตามินซีเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดในการศึกษาบางชิ้น ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าวิตามินซียังคงเป็นสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระด้วย |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ Astrocyte reactivity
|
4. longitudinal tau tangle accumulation |
|
ข้อที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของ Astrocyte คือ Longitudinal Tau Tangle Accumulation |
ข้อที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของ Astrocyte คือ Longitudinal Tau Tangle Accumulation |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ combination of drugs targeting Aβ
|
5. ถูกมากกว่า 1 ข้อ |
|
ถูกมากกว่า1ข้อ การรวมกันของยาที่กำหนดเป้าหมาย Aβ นั้นเกี่ยวข้องกับทั้ง Reactive Astrocyte Mediators และ Early Tau Pathology |
การรวมกันของยาที่กำหนดเป้าหมาย Aβ นั้นเกี่ยวข้องกับทั้ง Reactive Astrocyte Mediators และ Early Tau Pathology |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
ข้อใดคือ population-based study cohort
|
1. MYHAT |
|
population-based study cohortหมายถึงกลุ่มการศึกษาตามประชากร ซึ่งก็คือ MYHAT (การทดลอง Multicenter Isradipine Diuretic Atherosclerosis) |
population-based study cohortหมายถึงกลุ่มการศึกษาตามประชากร ซึ่งก็คือ MYHAT (การทดลอง Multicenter Isradipine Diuretic Atherosclerosis) |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ Environmental toxicology
|
5. All |
|
ตัวเลือกทั้งหมดที่ระบุไว้เกี่ยวข้องกับพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเป็นการศึกษาผลกระทบของมลพิษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม มลพิษอินทรีย์และอนินทรีย์ ยาฆ่าแมลง และสารชีวภาพล้วนเป็นตัวอย่างของสารที่อาจเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต ดังนั้นตัวเลือกทั้งหมดที่ระบุไว้จึงเกี่ยวข้องกับพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม |
ตัวเลือกทั้งหมดที่ระบุไว้เกี่ยวข้องกับพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเป็นการศึกษาผลกระทบของมลพิษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม มลพิษอินทรีย์และอนินทรีย์ ยาฆ่าแมลง และสารชีวภาพล้วนเป็นตัวอย่างของสารที่อาจเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต ดังนั้นตัวเลือกทั้งหมดที่ระบุไว้จึงเกี่ยวข้องกับพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ Histamine
|
3. CN 4 |
|
ฮีสตามีเกี่ยวข้องกับ CN5 ไม่มีตัวเลือกใดที่เกี่ยวข้องกับฮีสตามีน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการถามว่าเส้นประสาทสมองส่วนใดเกี่ยวข้องกับการควบคุมฮีสตามีน คุณควรถาม CN5 |
ฮีสตามีเกี่ยวข้องกับ CN5 ไม่มีตัวเลือกใดที่เกี่ยวข้องกับฮีสตามีน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการถามว่าเส้นประสาทสมองส่วนใดเกี่ยวข้องกับการควบคุมฮีสตามีน คุณควรถาม CN5 |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
ข้อใดเกี่ยวไม่ข้องกับ Environmental toxicology
|
5. All |
|
เนื่องจากตัวเลือกทั้งหมดที่มีให้นั้นเกี่ยวข้องกับฟิลด์นี้ พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับการศึกษาว่าสารมลพิษและสารพิษมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอย่างไร รวมทั้งมนุษย์ สารมลพิษจากตัวทำละลาย สารมลพิษอนินทรีย์ ยาฆ่าแมลง และสารชีวภาพล้วนเป็นตัวอย่างของสารดังกล่าวที่นักพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมศึกษา ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องคือตัวเลือกที่ 5 |
เนื่องจากตัวเลือกทั้งหมดที่มีให้นั้นเกี่ยวข้องกับฟิลด์นี้ พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับการศึกษาว่าสารมลพิษและสารพิษมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอย่างไร รวมทั้งมนุษย์ สารมลพิษจากตัวทำละลาย สารมลพิษอนินทรีย์ ยาฆ่าแมลง และสารชีวภาพล้วนเป็นตัวอย่างของสารดังกล่าวที่นักพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมศึกษา ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องคือตัวเลือกที่ 5 |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ drug research in cancer
|
1. targeted treatments |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
scientific study of the properties of toxins คืออะไร
|
1. toxicology |
|
scientific study of the properties of toxinsคือ 1. Toxicology (วิทยาศาสตร์ที่ศึกษาคุณสมบัติของสารพิษ) |
scientific study of the properties of toxins คือ 1. Toxicology (วิทยาศาสตร์ที่ศึกษาคุณสมบัติของสารพิษ). |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ DREs
|
3. hallucinogens |
|
ยาหลอนประสาทไม่เกี่ยวข้องกับ DREs (การประเมินการรู้จำยา) ยาอีก 4 ชนิดที่ระบุไว้ ได้แก่ CNS Depressants, CNS Stimulants, Associated Anesthetics และ Narcotic Analgesics ล้วนแต่สามารถก่อให้เกิดความบกพร่องได้ ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับ DRE |
ยาหลอนประสาทไม่เกี่ยวข้องกับ DREs (การประเมินการรู้จำยา) ยาอีก 4 ชนิดที่ระบุไว้ ได้แก่ CNS Depressants, CNS Stimulants, Associated Anesthetics และ Narcotic Analgesics ล้วนแต่สามารถก่อให้เกิดความบกพร่องได้ ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับ DRE |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับ Amphiphilic polymers
|
5. มีข้อผิดมากกว่า 1 ข้อ |
|
โดยทั่วไปแล้ว Amphiphilic polymers จะมีแกนที่ไม่ชอบน้ำและเปลือกที่ชอบน้ำ ซึ่งช่วยให้พวกมันรวมตัวกันเป็นไมเซลล์ในสารละลายที่เป็นน้ำได้ ดังนั้น ตัวเลือก 1, 2 และ 3 จึงถูกต้อง อย่างไรก็ตาม CZL-80 ไม่เกี่ยวข้องกับแอมฟิฟิลิกโพลิเมอร์ ดังนั้นตัวเลือกที่ 4 จึงไม่ถูกต้อง ดังนั้น คำตอบคือตัวเลือก 1 2 และ 3 |
โดยทั่วไปแล้ว Amphiphilic polymers จะมีแกนที่ไม่ชอบน้ำและเปลือกที่ชอบน้ำ ซึ่งช่วยให้พวกมันรวมตัวกันเป็นไมเซลล์ในสารละลายที่เป็นน้ำได้ ดังนั้น ตัวเลือก 1, 2 และ 3 จึงถูกต้อง อย่างไรก็ตาม CZL-80 ไม่เกี่ยวข้องกับแอมฟิฟิลิกโพลิเมอร์ ดังนั้นตัวเลือกที่ 4 จึงไม่ถูกต้อง ดังนั้น คำตอบคือตัวเลือก 1 2 และ 3 |
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|