ตรวจข้อสอบ > พิมพ์มาดา ศรีธีรวงศ์ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 92 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


1.2 64.35 / 50.05 นำปริมาณกลูโคสที่ได้หารด้วยมอลโทส เทียบร้อย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. กลูโคส,แป้ง

สาร x ไม่มีแป้งหรือไกลโคเจน มีน้ำตาลที่ไม่ใช่ซูโครส เพราะไม่ผ่านการย่อยด้วยกรดหรือเอนไซม์ เเละ สาร y มีเเป้ง น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเเละคู่ยกเว้นซูโครส ถ้ามีน้ำตาล จะทดสอบน้ำตาลได้สีเเดงอิฐ เเละไอโอดีน ทดสอบเเป้งเเละไกลโคเจน ถ้ามีแป้งได้สีน้ำเงินเเละเเดง ตามลำดับ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ก. 1 เท่านั้น

ข้อ 1 ช่วง pH 6-7 ที่ 35 องศาเซลเซียส ได้สีเเดงเข้ม เเสดงว่าทำปฏิกิริยาได้ดีที่สุด เเละข้อสอง ไม่สามารถสรุปได้ว่าที่ pH 3 เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพสมบูรณ์ เเละข้อสี่ ที่ pH4 เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า pH5 สังเกตจากความเข้มของสีแดง โดยที่ความเข้มสีเเดงน้อยไปมาก เเสดงถึงความสามารถในการทำปฏิกิริยาจากน้อยไปมากเช่นเดียวกัน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข. ธนนท์แช่เนื้อไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมทำอาหาร

ความร้อนจากการทอด หรือการเปลี่ยนแปลง pH เช่นการบีบมะนาว หรือการกลืนไข่ขาวลงท้อง ทำให้โปรตีนเสียสภาพได้ โดยทั่วไป การลดอุณหภูมิเช่นการเเช่ในตู้เย็น เป็นการรักษาเสถียรภาพของโปรตีนไว้ให้ดียิ่งขึ้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


เพราะเมื่อไฮโดรไลซิสจะได้เบต้าอะมิโนแอซิด "กรดอะมิโน" มักหมายความถึงกรดอะมิโนแบบแอลฟา (alpha animo acids) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ทั้งหมู่อะมิโนและหมู่คาร์บอกซิลติดอยู่กับคาร์บอนอะตอมเดียวกัน เรียกว่า แอลฟา-คาร์บอน ซึ่งไม่ตรงกับลักษณะของข้อ ค 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


180 6!/4=180 จํานวนโครงสร้างที่เป็นไปได้ = n!/x เมื่อ n = จํานวนหน่วยกรดอะมิโนที่เป็นองค์ประกอบในเพปไทด์ (เฮกซะเพปไทด์ n = 6) ส่วน x = จํานวนหน่วยกรดอะมิโนที่ซํ้ากัน (ในที่นี x = 4) ดังนั้นจำนวนโครงสร้างที่เป็นไปได้ = 6!/4=180 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


3 9 10 4 1:2:1 polypeptide การดูโครงสร้างเเละชนิดของโมเลกุล polypeptide เกิดจากสายเพพไทด์หลายสายมาต่อกันเชื่อมกันหลายๆพันธะ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


สาร A เป็นโปรตีนไม่ทำปฏิกิริยากับกรดกลูตามิก สาร B เป็นแป้งทดสอบเบเนดิกต์ได้ตะกอนแดง เเละซูโครสอยู่ในกลุ่มคารโบไฮเดรตได้ไอโอดีนสีน้ำเงิน การทดสอบแป้ง : ใช้สารละลายไอโอดีน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน การทดสอบน้ำตาล : ใช้สารละลายเบเนดิกต์ ซึ่งเมื่อให้ความร้อนจะเกิด ตะกอนสีแดงอิฐ การทดสอบโปรตีน : ใช้สารละลายคอปเปอร์ (II)ซันเฟส และสารละลาย โซเดียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง การทดสอบไขมัน : ใช้การหยดบนกระดาษจะเปลี่ยนแปลงโดยมีลักษณะ โปร่งแสง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


แอลฟา เกินการทำปฏิกิริยาโดยการชูเเขนมาด้านล่างของเเต่ละสาร เมื่อโครงสรางละลายน้ำเเละขดเป็นวง จะมี -OH อยู่ด้านล่างระนาบวงแหวน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ง. เมื่อนำน้ำมันหยดลงในสาร Y สาร Y จะหันไออนลบไปล้อมรอบเกิดเป็นสารอิมัลชัน

สาร x คือ ไขมัน หรือน้ำมัน สาร y คือ เกลือโซเดียมของกรดไขมัน หรือสบู่ ปฏิกิริยาสปอนิฟิเคชั่น เกิดจากนำไขมัน หรือน้ำมันมาต้มกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ได้กลีเซอรอล กับเกลือโซเดียมของกรดไขมัน หรือสบู่ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


24 4! = 24 จำนวนไอโซเมอร์ = n! (4!) เมื่อ n = จำนวนของกรดเเต่ละชนิดที่จะสังเคราะห์กรดไขมัน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


6 สังเกตจากโครงสร้างของสารเมื่อต้มกับเบส เเละฟอกจาง จำนวนสูตรโครงสร้าง หาได้จากการนับสารเมื่อทำปฏิกิริยากับเบส หรือฟอกจางสีกับโบรมีน 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


สารอิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) เลซิตินมีลักษณะเป็นสารอิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) ที่ท้าให้น้ำและน้ำมันละลายเข้ากันได้ ด้วยคุณสมบัตินี จึงท้าให้ไขมันแขวนลอยในน้ำได้ดีขึ้น อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) ช่วยให้อิมัลชัน (emulsion) คงตัวด้วยการลดแรงตึงผิว (surface tension) ของของเหลว โดยช่วยทำให้อิมัลชันมีความคงตัว และป้องกันไม่ให้อิมัลชันแยกเป็นชั้น 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


กรดไขมัน เเละแอลกอฮอล์ชนิดอื่นที่ไม่ใช่กลีเซอรอล ไข เกิดจากกรดไขมัน เเละแอลกอฮอล์ชนิดอื่นที่ไม่ใช่กลีเซอรอล รวมตัวกัน เช่น ขี้ผึ้ง ไขของวาฬ เป็นต้น ไข (wax) คือสารในกลุ่มลิพิด (lipid) ไขที่พบในธรรมชาติเป็นเอสเทอร์ของกรดไขมันกับแอลกอฮอล์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง และเป็นแอลกอฮอล์ที่มีหมู่ไฮดรอกซิลเพียงหมู่เดียว (monohydric alcohol) มีจุดหลอมเหลวสูงเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


เอนไซม์จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายผงซักฟอกที่หนึ่งได้ เเต่ยาก ผงซักฟอกชนิดที่หนึ่ง เป็นสารที่มีโครงสร้างโซ่กิ่งมาก จุลินทรีย์จึงย่อยสลายได้ยาก ใช้วลานานในการย่อย 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


มีเปปไทด์บอนด์ 1 พันธะ เเละมีปลายเเต่ละด้านเป็น COOH เเละ NH2 ไดเปปไทด์มีพันธะเปปไทด์ 1 พันธะ ปลายด้านหนึ่งของเปปไทด์ต้องเป็น COOH เเละปลายอีกด้านต้องเป็น NH2 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


สารไนโตรซามีน ใช้ในอุตสากรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ ใส่เพื่อให้มีสีสันน่ารับประทาน เเต่ก่อมะเร็งได้ในผู้บริโภค สารบอแรกซ์ พบมากในอาหารประเภทเนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อวัว ฯลฯ เมื่อใส่สารนี้ไปแล้วจะทำให้อาการมีสีสันที่สวยงาม รสชาติดี และเก็บไว้ได้นาน สารนี้เป็นสารที่ก่อให้เกิด สารไนโตรซามีน (nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


5 Pro หน่วยกรดอะมิโนมาจากชนิดของกรดอะมิโนที่พบ เเละปลายคาร์บอกซีเป็น Pro เพราะสังเกตจากเพพไทด์สายที่ 3 ที่มีด้านปลายข้างหนึ่งเป็น Arg สายเพพไทด์เมื่อด้านหนึ่งเป็นคาร์บอกซี อีกด้านนึงย่อมเป็นหมู่อะมิโนเสมอ 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ข. ไดแซคคาไรด์ที่ได้จากการย่อยสลายเซลลูโลสและอะไมเลสมีโครงสร้างเหมือนกัน

ข ได้โครงสร้างต่างกันเมื่อผ่านการย่อย เซลลูโลสใช้กลูโคสที่เป็นอะโนเมอร์ประเภท แอลฟา ส่วนอะไมเลส มาจากแป้งใช้กลูโคสที่เป็นอะโนเมอร์ประเภท เบต้า 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

จ. 4 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต โปรตีน และกรดนิวคลีอิก

โดยหลักแล้ว ข้าวให้คาร์โบไฮเดรต น้ำมันให้ไขมัน แกงจืดเต้าหู้หมูสับได้โปรตีน ซึ่งทุกอาหารให้กรดนิวคลิอิก เพราะเป็นเซลล์ที่มีชีวิต เซลลูโลส อยู่ในพืชผัก เเต่เป็นสารชีวโมเลกุลที่ไม่ให้พลังงาน เเต่มีส่วนช่วยในการขับถ่าย เป็นกากอาหาร 7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 56.5 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา