| 1 |
จงอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
Nineteen-year-old Antonio is about to take his first plane flight. Shortly after he boards the plane and sits down, a man in his late sixties sits next to him n the aisle seat. About half an hour after the plane takes off, the pilot announces that she is turning the seat belt light off and that “it is now safe to move about the cabin.”
The man in the aisle seat, who has introduced himself to Antonio as Ahaya, immediately unbuckles his seat belt and paces up and down the aisle a few times before returning to his seat. After about forty-five minutes, Ahaya gets up again, walks some more, then sits back down and does some foot and leg exercises. After the third time, Ahaya gets up and paces the aisles, Antonio asks him whether he is walking so much to accumulate steps on a pedometer or fitness tracking device. Ahaya laughs and says no, he is trying to do something even more important for his health- prevent a blood clot from forming in his legs.
อยากทราบว่าจะรักษา Ahaya อย่างไร
|
4. ละลายลิ่มเลือด |
|
เหตุผลที่ใช้ละลายลิ่มเลือด เพราะ Ahaya เป็นโรค Deep Vein Thrombosis ซึ่งในการเกิดลิ่มเลือด ต้องรักษาโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือด พวก Warfarin (วาฟาริน) คือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือที่เรียกกันว่ายาละลายลิ่มเลือดป็นยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่เกิดจากฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดที่มากเกินไป ทำให้มีเลือดออกในเนื้อเยื่อต่างๆ เลือดหยุดยาก การรักษาโดยการใช้ยาละลายลิ่มเลือด
|
1.ยาละลายลิ่มเลือด มีฤทธิ์กระตุ้นให้ลิ่มเลือดที่อุดตันในหลอดเลือดละลายตัว ช่วยให้เลือดและออกซิเจนไหลเวียนไปยังบริเวณที่เคยมีการอุดกั้นของลิ่มเลือดได้อีกครั้ง และหยุดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ได้รับผลกระทบ ยาละลายลิ่มเลือดใช้รักษาผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือด ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรืออาจใช้รักษาโรคอื่น ๆ
2.การรักษา Deep Vein Thrombosis
การรักษา Deep Vein Thrombosis จะเน้นไปที่การป้องกันลิ่มเลือดที่อุดตันขยายใหญ่ขึ้นหรือแตกออก เพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย อย่างโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซ้ำอีกในภายหลัง
3.การรักษาโดยการใช้ยา
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เป็นยาที่นิยมนำมาใช้รักษาภาวะ Deep Vein Thrombosis มากที่สุด ซึ่งผู้ป่วยอาจได้รับในรูปแบบยารับประทานหรือยาฉีด เพื่อลดการจับตัวกันของเลือดเป็นลิ่มเลือด |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
จงอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
A 54- year-old man complains of recurrent burning epigastric pain for the past six weeks and, during the past two weeks, the pain has often awakened him during the night. The pain lessens after meals but gets worse if he fasts for several hours. He has not been experiencing nausea or vomiting. His vital signs are: T = 37.1 ºC, P = 90/min, RR = 16/min, BP = 130/80 mm Hg. The physical examination is unremarkable except for some slight epigastric tenderness. When asked about his family’s medical history, the patient indicates that his mother and one of his two siblings have had recurring symptoms similar to those he is experiencing now.
อยากทราบวิธีรักษาผู้ป่วยอย่างไร
|
5. ให้ยารักษาแผลในกระเพาะ |
|
1.ชายอายุ 54 ปี มีอาการปวดท้องแสบร้อนซ้ำๆ ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจากอาการทั้งหมดสันนิษฐานว่าเป็นแผลในกระเพาะอาหาร โดยต้องรักษาผุ็ป่วยด้วยการให้ยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร เพราะมีฤทธิ์ ลดกรดและเคลือบ กระเพาะอาหารรวมถึงป้อนกันการสะสมตัวของ Helicobacter pylori |
1.ชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร - Helicobacter pylori หรือเอช ไพโลไร - H. pylori เป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะ ทำให้แผลหายช้า
2.หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อเอช ไพโลไร ซึ่งติดต่อผ่านการบริโภคอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ ป้องกันโดยการกินอาหารที่สะอาดปรุงสุก ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือให้สะอาด
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เพราะมีผลให้เยื่อบุกระเพาะอ่อนแอ ทำให้แผลหายช้า และเกิดแผลกลับเป็นซ้ำได้บ่อยมาก
งดการใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ - NSAID
ผ่อนคลายความเครียดและวิตกกังวล พักผ่อนให้เพียงพอ
กินยาลดกรด หรือยารักษาแผลกระเพาะอาหารติดต่อกันอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ รวมทั้งให้ยากำจัดเชื้อ เอช ไพโลไรด้วย
ถ้ามีอาการของภาวะแทรกซ้อน ปวดท้องรุนแรง หรือเบื่ออาหารน้ำหนักลดลงมาก |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
จงอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม A 53- year- old man starts to experience bifrontal headaches. The headaches are relieved by aspirin, but they recur periodically over the next two weeks. The man and his wife begin to wonder what is going on because he has no previous history of persistent headaches. As a matter of fact, his health has been very good. He has never smoked, drinks only in moderation, and is not taking any medications. Nevertheless, the man’s periodic headaches persist for another week, at which point he suddenly starts to have focal seizures with involuntary movement of the right side of his face and arm. His wife rushes him to the ER where, While awiting treatment, he suffers a generalized seizure that is controlled with intravenous diazepam, phenytoin, and phenobarbital. The man’s vital signs are T = = 37 ºC, P = 110/min, RR = 18/min, BP = 140/80 mm Hg. On physical examination, he is sleepy and has a decreased attention span. He can move all of his extremities, although he moves his right arm less than his left. His left optic disk is slightly blurred, but there are no other remarkable physical findings. The ER physicians ask the man’s wife about his medical history. She says that, aside frome the headaches, his only recent complaint was a painfully sore tooth that resulted in an extraction and bridge work about five weeks ago. จากบทความข้างต้นอยากทราบว่าจะรักษาผู้ป่วยอย่างไร
|
3. ผ่าตัด |
|
เนื่องจากอาการที่กล่าวมาทั้งหมดของอาการคนไข้วัย 53 ปี สันนิษฐานว่าเป็นมะเร็งในสมองใช้ในการผ่าตัดมะเร็งสมอง ทำให้ได้ผลดีขึ้นกว่าในอดีต มากและมีผลแทรกซ้อนน้อยลง โดยมีการใช้เครื่องมือนำวิถี ( frame –based and frameless navigation) ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง มีการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง (endoscopic surgery) ทำให้แผลผ่าตัดเล็ก มีการทำผ่าตัดโดยไม่ดมยาสลบเพื่อทำแผนที่สมอง (awake craniotomy and brain mapping) ช่วยให้ผ่าตัดเอาเนื้องอกออกจากสมองส่วนสำคัญได้โดยปลอดภัย และ โดยหลักการการรักษามะเร็งต้องผ่าตัดก่อนจากนั้นจึงฉายแสงและให้เคมีบำบัด |
เนื้องอกร้ายแรงของสมอง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มเนื้องอกสมองร้ายแรงที่เกิดขึ้นในสมอง ไม่มีปัจจัยที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้องอกโดยตรง แต่พบว่ามีหน่วยพันธุกรรมที่ผิดปกติของเซลล์สมองเป็นปัจจัยร่วม
2. กลุ่มเนื้องอกที่แพร่มาจากที่อื่น เช่น มะเร็งของปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
การรักษามะเร็งสมอง มีหลายวิธี และอาจต้องใช้หลายวิธีในการรักษาเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด อาทิ
1. การเจาะดูดชิ้นเนื้องอกเพื่อตรวจวินิจฉัย
2. ผ่าตัดเอาเนื้องอกออก
3. การฉายแสงรักษา
4. การให้เคมีบำบัดในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการผ่าตัดมะเร็งสมอง ทำให้ได้ผลดีขึ้นกว่าในอดีต มากและมีผลแทรกซ้อนน้อยลง โดยมีการใช้เครื่องมือนำวิถี ( frame –based and frameless navigation) ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง มีการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง (endoscopic surgery) ทำให้แผลผ่าตัดเล็ก มีการทำผ่าตัดโดยไม่ดมยาสลบเพื่อทำแผนที่สมอง (awake craniotomy and brain mapping) ช่วยให้ผ่าตัดเอาเนื้องอกออกจากสมองส่วนสำคัญได้โดยปลอดภัย มีการตรวจเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้าสมองขณะผ่าตัด ทำให้สามารถผ่าตัดมะเร็งสมองได้สมบูรณ์มากขึ้น มีการตรวจเช็คประสาทสรีรวิทยาระหว่างผ่าตัด (EEG, SSEP, MEP) เพื่อป้องกันการพิการที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดเนื้องอก นอกจากนี้ความก้าวหน้าทางยา เคมีบำบัด และการฉายแสงทำให้ผู้ป่วยสะดวกสบายขึ้น มียาเคมีบำบัดสำหรับมะเร็งสมองชนิดรับประทานที่มีผลแทรกซ้อนต่ำ มีเครื่องฉายแสงฉายรังสีชนิด 3 มิติ ที่มีความแม่นยำสูง ทำให้ลดภาวะแทรกซ้อนจากการฉายแสงน้อยลง เป็นต้น
โรคมะเร็งสมองนั้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่จะป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ สังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น สมควรรีบตรวจรักษาโดยเร็ว ในระยะที่เนื้องอกมีขนาดเล็กอยู่ ซึ่งการไปพบแพทย์อาจต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะอาการอาจไม่ชัดเจนในระยะแรก ส่วนผู้ที่มีอาการแล้ว ก็อย่าสิ้นหวังหรือหมดกำลังใจและไม่ควรปฏิเสธการรักษาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เนื่องจากปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก การรักษาทั้งในแง่การผ่าตัด ให้ยา หรือฉายแสงรักษานั้นมีประสิทธิภาพอย่างมาก ที่สำคัญท่านจะต้องไม่ลืมดูแลรักษาตนเอง
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
จงอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
Hakeem is concerned about his health – he has been unusually tired, has been losing weight and most recently, found an unexpected lump on the side of his neck
Dr. Hayes precribes an antibiotic in case Hakeem has a bacterial infection, and advises him to return in a few weeks if his lymph node does not shrink, or if he is not feeling better. Hakeem returns a few weeks later. He is not feeling better and his lymph node is still enlarged
การรักษา Hakeem ควรเป็นอย่างไร
|
5. พิจารณาคีโม |
|
นาย Hakeem มีอาการทั้งหมดสันนิษฐานว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จึงต้องพิจารณาคีโมเพื่อรักษามะเร็งต่อมเหลืองเพราะไม่สามารถผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองได้ |
1.ยาเคมีบำบัด หรือ “คีโม” ย่อมาจาก “คีโมเทอราปี” (chemotherapy) หมายถึง สารเคมีหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ ต้านหรือทำลายเซลล์มะเร็ง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็ว และต่อเนื่อง ยาเคมีบำบัดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง หลายรูปแบบ ทำให้เซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวต่อไปและตายในที่สุดแม้ว่าปัจจุบันยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งส่วนมากยังเป็นการใช้ยาเคมีบำบัด แต่ยาต้านมะเร็งยังรวมถึงยากลุ่มอื่นที่มีฤทธิ์ต่อต้านการเจริญเติบโตของ เซลล์มะเร็งด้วยเช่นกัน ยาเคมีบำบัดแตกต่างจากยาต้านมะเร็งกลุ่มอื่นด้วย กลไกการออกฤทธิ์ไปขัดขวางกระบวนการแบ่งเซลล์ในระยะต่างๆ โดยตรง ขณะที่ยาต้านมะเร็งอื่น เช่น ยาต้านฮอร์โมน ออกฤทธิ์ต้านการสร้างหรือการใช้ ฮอร์โมนในการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยาต้านมะเร็งแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) อาจออกฤทธิ์ต้านการทำงานของโปรตีนในเซลล์มะเร็ง แล้วจึงมีผล ต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในภายหลัง
2.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือ
โรคที่มีเนื้องอกร้ายชนิดหนึ่งเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองหรือโครงสร้างต่อม ซึ่งระบบน้ำเหลืองก็เป็นระบบหนึ่งของภูมิคุ้มกัน ประกอบไปด้วย อวัยวะน้ำเหลือง ได้แก่ ม้าม และไขกระดูก ซึ่งภายในอวัยวะเหล่านี้จะเต็มไปด้วยน้ำเหลือง มีหน้าที่นำสารอาหารและเซลล์เม็ดเลือดขาวไปทั่วร่างกาย และเมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้เกิดความผิดปกติ จึงทำให้เกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขึ้นมา
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
A 57-year-old woman presents to her gynecologist with the complaint of postmenopausal bleeding. During her workup, a CT scan of her abdomen shows a 12-cm right ovarian mass.
อยากทราบว่าควรรักษาเคสนี้อย่างไร
|
3. ผ่าตัด |
|
เนื่องจากการวิเคราะห์อาการของหญิงวัย 57 ปีแล้วสันนิษฐานว่าหญิงคนนี้เป็นมะเร็งรังไข่ จึงต้องใช้การผ่าตัดนำ seed ที่ทำให้รังไข่ที่ผ่าน CT scan แล้วมีขนาดถึง 12 cm ออก |
1.เนื้องอกของรังไข่
มะเร็งรังไข่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งนรีเวช รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นอันดับ 6 (ร้อยละ 4.3) ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในสตรีไทย อุบัติการณ์มะเร็งรังไข่ปรับตามโครงสร้างอายุประชากร (age-standardized incidence rate, ASR) ของประเทศไทยเท่ากับ 4.5 ต่อ 100,000 คนต่อปี ซึ่งต่ำกว่าในประเทศอุตสาหกรรมตะวันตกมาก ในสตรีวัยก่อนหมดระดูมากกว่าร้อยละ 90 เป็นก้อนเนื้องอกชนิดธรรมดา ตรงกันข้ามกับในสตรีวัยหมดระดูซึ่งมีเพียงร้อยละ 60 เป็นก้อนเนื้องอกชนิดธรรมดา แม้ว่าการแยกก้อนเนื้องอกที่เป็นมะเร็งออกจากเนื้องอกธรรมดามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีวินิจฉัยใดๆที่ไม่ลุกล้ำ (non invasive) และมีประสิทธิภาพในการแยกก้อนเนื้องอกชนิดธรรมดาจากก้อนที่เป็นมะเร็งได้ ในบรรดามะเร็งทางนรีเวช มะเร็งรังไข่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด มากกว่ามะเร็งนรีเวชอื่นๆ
2.มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตผิดปกติในรังไข่เพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการจนกว่าจะอยู่ในระยะลุกลาม แต่เมื่อแสดงอาการแล้ว ผู้ป่วยมักจะมีอาการท้องอืดหรือท้องบวม น้ำหนักลด และอาจเจ็บในบริเวณท้องน้อยหรือเชิงกรานร่วมด้วย
มะเร็งรังไข่เป็นอีกโรคที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ในเพศหญิง การตรวจพบมะเร็งในระยะแรกและเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การรักษาโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแพทย์สามารถรักษามะเร็งรังไข่ได้หลายวิธี ส่วนใหญ่มักจะเป็นการผ่าตัดและการใช้เคมีบำบัด |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
จากการอ่านบทความเรื่อง
Effects of short-term exposure to air pollution on hospital admissions of young children for acute lower respiratory infections in Ho Chi Minh City, Vietnam
ข้อใดไม่เกี่ยวกับงานวิจัยนี้
|
4. sulfur dioxide (SO2) |
|
เพราะ Effects of short-term exposure to air pollution on hospital admissions of young children for acute lower respiratory infections in Ho Chi Minh City, Vietnam มีการกล่าวถึงวัฎจักรของ gas ในช่วงหน้าแล้ง จะเกิด PM10 CO2 NO2 และ acute lower respiratory infections แต่ SO2 จะเกิดในช่วงหน้าฝน |
1.Effects of short-term exposure to air pollution on hospital admissions of young children for acute lower respiratory infections in Ho Chi Minh City, Vietnam(https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/22849236/)
2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกสร้างขึ้นจากกิจกรรมทางอุตสาหกรรมใดๆ ก็ตามที่ใช้วัสดุที่มีกำมะถันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แม้ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยยานพาหนะด้วยการเผาไหม้เชื้อเพลิง |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
จากการอ่านบทความเรื่อง
Long-term effects of radiation exposure on health
ข้อใดไม่เกี่ยวกับงานวิจัยนี้
|
5. เกี่ยวทั้งหมด |
|
Long-term effects of radiation exposure on health คือ ความสัมพันธ์ระหว่างผลกระทบของรังสีในระยะยาวกับสุขภาพซึ่ง Fukushima และ Chernobyl คือสถานที่เกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดในญี่ปุ่นและยูเครน Occupational exposure คือ การรับรังสีทุกชนิดที่ผู้ปฏิบัติงานรังสีได้รับจากการทำงาน และ Radiation protection คือการป้องกันรังสี |
1.Radiation Protection การป้องกันรังสี X-ray คือ รังสีชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)
Radiation Protection รังสีเอกซ์หรือ x-ray คืออะไร X-ray คือ รังสีชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation) โดยจัดเป็นรังสีประเภทที่ทำให้เกิดการแตกตัว (Ionizing radiation) ได้
2.พิษวิทยาอาชีพ (Occupational toxicology) คือสาขาย่อยหนึ่งของศาสตร์ความรู้ทางด้านพิษวิทยา (Toxicology) ที่มุ่งเน้นการศึกษาและควบคุมผลกระทบต่อสุขภาพของสารพิษที่มีต่อคนทำงาน ซึ่งได้รับสารพิษจากงานที่ทำ การศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพจากสารพิษนั้น อาจได้ความรู้มาจากการศึกษาในคนทำงานโดยตรง หรือได้จากการศึกษาในสัตว์ทดลอง หรือจากการศึกษาในหลอดทดลองก็ได้ สาขาวิชานี้แต่เดิมเรียกชื่อว่าวิชา “พิษวิทยาอุตสาหกรรม (Industrial toxicology)” แต่เนื่องจากคำว่า “พิษวิทยาอุตสาหกรรม (Industrial toxicology)” นั้นจะหมายถึงการศึกษาผลกระทบของสารพิษในงานอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันจึงนิยมเปลี่ยนมาเรียกโดยใช้คำว่า “พิษวิทยาอาชีพ (Occupational toxicology)” แทน ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายครอบคลุมการศึกษาผลกระทบของสารพิษในทุกกลุ่มอาชีพ |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
จากบทความเรื่องวิตามินดี สรุปได้อย่างไร
|
1. การใช้วิตามินดี สามารถช่วยให้การหลับมีคุณภาพมากขึ้น |
|
การใช้วิตามินดี สามารถช่วยให้การหลับมีคุณภาพมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ |
จากบทความเรื่องวิตามินดี สรุปได้ว่าการใช้วิตามินดีสามารถช่วยให้การหลับมีคุณภาพมากขึ้นโดย P=0.04 ซึ่ง น้อยกว่า 0.05 ผลการทดลองนี้จึงมีนัยสำคัญ
และ1 ในประโยชน์ของวิตามิน D ช่วยลดความเครียด และต้านภาวะซึมเศร้า ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
จากบทความในหัวข้อ Climate change ข้อใดไม่เกี่ยวกับงานวิจัยนี้
|
5. สรุปไม่ได้ |
|
ในเรื่อง climate change นั้นกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ วิตามินดี คาดว่าโจทย์ ตัวเลือกข้อนี้มีโอกาสผิดพลาด จึงเลือกที่จะตอบว่า สรุปไม่ได้ |
คาดว่าโจทย์ผิดพลาด
1.Climate Change (https://www.scimath.org/article-chemistry/item/10620-climate-change) |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
จากบทความในหัวข้อ Risk factors from environment อยากทราบว่า noise pollution จะทำให้เกิดโรคใดได้บ้าง
|
1. Blood pressure |
|
เนื่องจาก noise pollution นั้นเป็นมลพิษทางเสียงซึ่งส่งผลต่อ blood pressure เพราะมีผลต่อการบีบ -ขยายตัวของหลอดเลือด |
1.Noise exposure modifies the function of multiple organs and systems. Acute noise exposure — both in laboratory settings where traffic noise is simulated and in real-life working environments — can cause increases in blood pressure, heart rate and cardiac output. This review examines the effects of noise pollution on the cardiovascular system, with a particular focus on non-auditory effects such as noise-induced arterial hypertension.
2.Noise Pollution and Arterial Hypertension(https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6206446/) |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
จงอธิบาย model ของ gene ให้ประยุกต์ใช้กับโรคมะเร็ง
|
2. single cell sequence |
|
single cell sequence หรือที่ประยุกต์ใช้กับโรคมะเร็งคือ single cell RNA sequencing จะใช้สแกนความผิดปกติของ RNA ในเซลล์ไม่ใช่การดูกลุ่มเซลล์เพื่อตรวจหามะเร็ง โดยจะมีเซลล์เป้าหมายและจะสแกนเพื่อเปรียบเทียบลำดับ RNA ปกติและ RNA ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อตรวจสอบหาความผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสุ่โรคมะเร็ง |
1.Basic Genetics : Modes of inheritance
นพ.ธรรมพจน์ จีรากรภาสวัฒน์
อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.นพ.วีรวิทย์ ปิยะมงคล
วิชาพันธุศาสตร์ได้มีการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยอาณาจักรกรีก จนกระทั่งบาทหลวงเกรเกอร์ เมนเดล(Gregor Mendel,1822-1884) ชาวออสเตรีย ได้ทำการศึกษาค้นคว้าความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของต้นถั่วพันธุ์ต่างๆ สรุปได้เป็นกฎของเมนเดล 3 ข้อ คือ
กฎข้อที่ 1 : Law of uniformity คือเมื่อสิ่งมีชิวิตที่เป็นพันธุ์แท้ (Homozygote)ที่มีอัลลีลที่แตกต่างกัน มาปฏิสนธิกัน จะทำให้ได้ทายาททางพันธุกรรมในรุ่นแรก มีลักษณะภายนอกที่เหมือนกัน และลักษณะทางพันธุกรรมเป็นพันธุ์ทาง(Heterozygote)[2]
กฏข้อที่ 2 : Law of segregation คือ ยีนที่ควบคุมลักษณะใดลักษณะหนึ่งมีอยู่เป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะแยกออกจากกันในระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ทำให้ในแต่ละเซลล์สืบพันธุ์นั้น มียีนที่ควบคุมลักษณะพันธุกรรมนั้นๆเพียง1 หน่วยและจะกลับมาเข้าคู่อีกครั้ง เมื่อมีการปฏิสนธิ[2]
กฎข้อที่ 3 : Law of independent assortment คือ การรวมกลุ่มกันอย่างอิสระ กล่าวคือ ยีนที่ควบคุมลักษณะต่างกัน เมื่อปฏิสนธิก็จะมีการรวมของยีนในรุ่นลูกอย่างอิสระ โดยที่ยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่ง ไม่ขึ้นกับยีนที่ควบคุมอีกลักษณะหนึ่ง[2]ตัวอย่างจากการทดลองของเมนเดล คือ การผสมพันธุ์ต้นถั่วที่มียีนควบคุมสองลักษณะคือ ลักษณะที่ 1 เมล็ดถั่วกลม (R) หรือย่น (r) และลักษณะที่ 2 เมล็ดถั่วสีเหลือง (Y) หรือสีเขียว (y) ซึ่งเมื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์จะมีได้ 4 ลักษณะ คือ RY, Ry, rY, ryในอัตราส่วน ¼:¼:¼:¼ และเมื่อมีการปฏิสนธิ จะมีโอกาสได้รุ่นลูกทั้งหมด ¼ x ¼ = 1/16 คือมีลักษณะที่เป็นไปได้ 16 แบบ กล่างคือยีนที่ควบคุมลักษณะของเมล็ดกลมหรือย่น และยีนที่ควบคุมลักษณะสีเมล็ดเหลืองหรือเขียว ต่างแสดงออกลักษณะของตนโดยที่ไม่ขึ้นต่อกัน
Genet0
ซึ่งจากกฎของเมนเดลข้างต้น บาทหลวงเมนเดลได้นำเสนอในงาน Natural History Society of Brunnในเมืองโบฮีเมีย ในปี ค.ศ.1865หลังจาก16 ปีของการเสียชีวิตของเขา กฎของเมนเดลก็ได้รับการยอมรับ และได้รับการศึกษาต่อมาว่ากฎของเมนเดลมีข้อจำกัดในการอธิบายการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ได้ในเฉพาะลักษณะที่ถ่ายทอดนั้นควบคุมด้วยยีนชนิดเดียวเท่านั้นคือ Single gene inheritance หรือ Mendelianinheritance ซึ่งต่อมาได้มีการศึกษาเพิ่มเติมตามระดับความก้าวหน้าของวิชาพันธุศาสตร์ ซึ่งจะกล่าวต่อไป
ความสำคัญของวิชาพันธุศาสตร์ในทางการแพทย์ นั้นช่วยให้แพทย์มีความเข้าใจในโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดความผิดปกติในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น อายุของมารดา อายุของบิดา สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ความเข้าใจในวิชาพันธุศาสตร์ส่งผลต่อสุขภาพในทุกกล่มอายุ กล่าวคือ ในกรณีการแท้งเองโดยไม่ทราบสาเหตุ พบว่า 40-50%เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ในช่วงการแท้งในไตรมาสที่1 ของการตั้งครรภ์และในทารก พบว่าอย่างน้อย 2-3 %มีความผิดปกติแต่กำเนิดที่รุนแรง ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดจากพันธุกรรมที่ผิดปกติ โดยอุบัติการณ์ของโครโมโซมผิดปกติ เท่ากับ 1:100 และ Single gene disorders เท่ากับ1:200 นอกจากนี้ในวัยผู้ใหญ่พบว่า1% ในผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ Single geneและพบว่า5-10% ของมะเร็งที่พบบ่อยเช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่ เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม[2]
การจำแนกโรคทางพันธุกรรม
Single gene disorders คือ โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนที่ถ่ายทอดลักษณะ เพียงตำแหน่งเดียว ซึ่งถ่ายทอดตามกฎของเมนเดล ซึ่งอ้างอิงตาม McKusick’s Catalog ที่รายงานไว้บนOnline Medelian Inheritance in Man (OMIM) ล่าสุดในปี ค.ศ. 2010มียีนที่ค้นพบว่าทำให้เกิดโรคทางพันธุกรรมแล้วเกือบ 20,000 ยีน[2]
Chromosome abnormalities คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม อาทิ จำนวนโครโมโซมผิดปกติ โครงสร้างโครโมโซมผิดปกติ
Multifactorial disorders คือ โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการแสดงออกของยีนหลายตำแหน่ง ที่แสดงออกร่วมกันและสิ่งแวดล้อมมีผลต่อกการแสดงออกของยีนเหล่านั้นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่โรคในกลุ่มนี้แสดงออกในช่วงวัยผู้ใหญ่ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ เป็นต้น [2]
Acquired somatic genetic disease คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่การแบ่งเซลล์ ระยะ Mitosis ในช่วงชีวิตหนึ่งๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้เกิด Single gene mutation, DNA copy error หรือจำนวนโครโมโซมผิดปกติ ที่เกิดจากคู่โครโมโซมไม่แยกตัวออกจากกันในขณะแบ่งเซลล์ ปัจจุบันเชื่อว่าลักษณะความผิดปกติข้างต้นมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง
2.Single-cell sequencing examines the sequence information from individual cells with optimized next-generation sequencing technologies, providing a higher resolution of cellular differences and a better understanding of the function of an individual cell in the context of its microenvironment.[1] For example, in cancer, sequencing the DNA of individual cells can give information about mutations carried by small populations of cells. In development, sequencing the RNAs expressed by individual cells can give insight into the existence and behavior of different cell types.[2] In microbial systems, a population of the same species can appear genetically clonal. Still, single-cell sequencing of RNA or epigenetic modifications can reveal cell-to-cell variability that may help populations rapidly adapt to survive in changing environments
3.https://www.blockdit.com/posts/5e4d4532a2f78b335e933543 |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
จงเลือก CRISPR-cas system ใช้กับโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน
|
5. CRISPR-cas 9 |
|
เนื่องจาก ระบบ CRISPR/Cas9 เป็นระบบภูมิคุ้มกันของแบคทีเรียในการกำจัดสายดีเอ็นเอแปลกปลอม ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสคือลำดับของสายดีเอ็นเอที่มีการแสดงซ้ำๆ ในช่วงจำนวนหนึ่งๆ ของลำดับสายดีเอ็นเอ โดยลำดับของสายดีเอ็นเอนี้จะมีลำดับเบสที่เหมือนกันทั้งการเรียงลำดับไปด้านหน้าและย้อนกลับ (palindrome) ในแบคทีเรีย ร่วมกับโปรตีน CRISPR-associated (Cas protein) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ (Enzyme) ตัดสายดีเอ็นเอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน |
1.งานวิจัยสำหรับการรักษาในปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญที่เฉพาะเจาะจงและลงรายละเอียดลึกลงไปในระดับเซลล์ (Cell) และสารพันธุกรรมมากขึ้น หนึ่งในความพยายามที่จะรักษาโรคได้แก่ การดัดแปลงสารพันธุกรรมในร่างกาย ซึ่งก็คือสายของกรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก หรือสายดีเอ็นเอ (Deoxyribonucleic acid; DNA) ที่เราคุ้นเคยกันว่าเป็นต้นแบบในการแสดงซึ่งลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตนั่นเอง ให้มีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้น โดยในผู้ป่วยบางรายมีลำดับของสายดีเอ็นเอที่แตกต่างจากคนปกติทั่วไป โดยอาจจะเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลงลำดับของสายดีเอ็นเอภายหลัง ได้แก่ โดนรังสีอัลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet; UV) ที่เข้มข้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี (Human immunodeficiency virus; HIV) ซึ่งในกระบวนการเพิ่มจำนวนของเชื้อจะมีการแทรกสายดีเอ็นเอของเชื้อลงไปในสายดีเอ็นเอภายในเซลล์ที่เกี่ยวข้องในระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย
2.CRISPR/Cas9 กับงานวิจัย
ระบบ CRISPR/Cas9 เป็นระบบภูมิคุ้มกันของแบคทีเรียในการกำจัดสายดีเอ็นเอแปลกปลอม ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส Clustered regularly interspaced short palindromic repeat (CRISPR ออกเสียง “Crisper”) คือลำดับของสายดีเอ็นเอที่มีการแสดงซ้ำๆ ในช่วงจำนวนหนึ่งๆ ของลำดับสายดีเอ็นเอ โดยลำดับของสายดีเอ็นเอนี้จะมีลำดับเบสที่เหมือนกันทั้งการเรียงลำดับไปด้านหน้าและย้อนกลับ (palindrome) ในแบคทีเรีย ร่วมกับโปรตีน CRISPR-associated (Cas protein) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ (Enzyme) ตัดสายดีเอ็นเอ โปรตีนที่เป็นที่รู้จักกันมากในงานวิจัยตอนนี้ คือ Cas9 เนื่องจากสามารถตัดสายดีเอ็นเอได้ โดยไม่ต้องอาศัยโปรตีนหรือสารอื่นๆ ในกระบวนมากมาย ส่วนสำคัญ 2 ส่วนนี้เรียกรวมๆ ว่า ระบบ CRISPR/Cas9 (CRISPR/Cas9 system) โดยสายดีเอ็นเอที่ถูกตัด หากมีสภาพที่ผิดปกติก็เข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมหรือย่อยสลายต่อไปภายในเซลล์
จากการค้นพบระบบ CRISPR/Cas9 นี้เอง ร่วมกับองค์ความรู้การสังเคราะห์สายดีเอ็นเอ ทำให้นักวิจัยสามารถดัดแปลงลำดับของสายดีเอ็นเอในเซลล์สิ่งมีชีวิตตามที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม การลด การเปลี่ยนลำดับเบส เช่น การประยุกต์ระบบ CRISPR/Cas9 ร่วมกับการให้ต้นแบบของสายดีเอ็นเอที่ถูกต้อง นำส่งเข้าไปภายในเซลล์ของผู้ป่วยโรคทางพันธุกรรม รวมไปถึงสามารถทำลายสายดีเอ็นเอของเชื้อเอชไอวีป้องกันไม่ให้เซลล์ที่เกี่ยวข้องในระบบภูมิคุ้มกันติดเชื้อเพิ่ม เป็นต้น นอกจากนี้ ระบบ CRISPR/Cas9 ยังสามารถใช้ติดตามการเคลื่อนที่ของสายดีเอ็นเอภายในเซลล์ กระตุ้นให้มีการเพิ่มหรือลดการแสดงออกของยีน (Gene) ที่สนใจ รวมไปถึงการดัดแปลงบนของสายดีเอ็นเอสำหรับศึกษาในระดับเหนือสารพันธุกรรม หรือ Epigenetics ต่อไป
CRISPR/Cas9 กับการรักษาจริงเชิงคลินิก
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องแสดงผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการดัดแปลงสายดีเอ็นเอให้มีลำดับเบสที่ถูกต้องในระดับเซลล์ของผู้ป่วยหรือสัตว์ทดลอง ซึ่งหมายความว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมจะสามารถรักษาให้หายขาดเป็นปกติได้โดยอาจมีการประยุกต์ใช้ร่วมกับเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) และมีแนวโน้มว่าอาจจะประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ด้วย รวมไปถึงต้านการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆ
อย่างไรก็ตามการทดลองเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นวิจัย ปรับปรุงและพัฒนา ในปี พ.ศ. 2558 กลุ่มนักวิจัยในประเทศจีนได้ทำการทดลองประยุกต์ระบบ CRISPR/Cas9 กับตัวอ่อนของคนสำหรับรักษาโรคทางพันธุกรรม ซึ่งสะเทือนวงการวิทยาศาสตร์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผลการทดลองที่มีการคลาดเคลื่อนในกลุ่มตัวอย่าง คือ มีตัวอย่างที่มีการแก้ไขแต่ยังไม่เหมาะสมในจำนวนเพียงเล็กน้อย และผลที่นอกเหนือความคาดหมายอีกจำนวนมาก รวมไปถึงความกังวลด้านจริยธรรมสำหรับการทดลองในมนุษย์
ในอนาคตอันใกล้ หากระบบ CRISPR/Cas9 ถูกศึกษาเพิ่มเติมและควบคุมคุณภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมียาชีววัตถุในกลุ่มนี้เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งกลุ่มซึ่งสามารถประยุกต์ใช้รักษาได้อีกหลายๆ โรคในเร็ววันนี้
แหล่งอ้างอิง/ที่มา
Barrangou, Rodolphe, and Jennifer A Doudna. 2016. "Applications of CRISPR Technologies in Research and beyond." Nature Biotechnology 34(9): 933–41. http://www.nature.com/doifinder/10.1038/nbt.3659
"CRISPR-Cas9 Based Therapeutics: Not So Fast." 2015. EBioMedicine 2(5): 365.
Lander, Eric S. 2016. “The Heroes of CRISPR.” Cell 164(1–2): 18–28. http://dx.doi.org/10.1016/j.cell.2015.12.041 |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
ยีน CMPK2 มีผลกับfunction ของ mitochondria ซึ่งส่งผลต่อมะเร็งชนิดใด
|
2. Colorectal cancer |
|
ยีน CMPK2 ส่งผลต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื่องจาก ในลำไส้ใหญ่มีส่วนของ ลำไส้ใหญ่ มีเซลล์ที่มี mitrochondria ซึ่งยีน CMPK2 ควบคุม function ของ mitrochondria ที่กระตุ้นการดูดซึมของ แร่ธาตุที่ เซลล์ HT |
1
1.Long noncoding RNA CMPK2 promotes colorectal cancer progression by activating the FUBP3–c-Myc axisLong noncoding RNAs (lncRNAs) have been shown to play crucial roles in cancer long noncoding RNAs (lncRNAs) have been known to play crucial roles in cancer development and progression by regulating chromatin dynamics and gene expression. However, only a few lncRNAs with annotated functions in the progression of colorectal cancer (CRC) have been identified to date. In the present study, the expression of lncCMPK2 was upregulated in CRC tissues and positively correlated with clinical stages and lymphatic metastasis. The overexpression of lncCMPK2 promoted the proliferation and cell cycle transition of CRC cells. Conversely, the silencing of lncCMPK2 restricted cell proliferation both in vitro and in vivo. lncCMPK2 was localized to the nucleus of CRC cells, bound to far upstream element binding protein 3 (FUBP3), and guided FUBP3 to the far upstream element (FUSE) of the c-Myc gene to activate transcription. lncCMPK2 also stabilized FUBP3. These results provide novel insights into the functional mechanism of lncCMPK2 in CRC progression and highlight its potential as a biomarker of advanced CRC and therapeutic target.
2.https://www.nature.com/articles/s41388-020-1266-8
3.http://www.proteinatlas.org/ENSG00000134326-CMPK2/pathology/thyroid+cancer |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
อยากทราบประโยชน์ของ Epigenetics โดยการใช้ตัวอย่างในการรักษาโรค HIV
|
5. ทั้งหมดที่กล่าวมา |
|
โดยทั้งหมดคือ Epigenetics คือไม่เกี่ยวข้องกับ DNA แต่ สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกได้ gain of function study สามารถหาว่า HIV เกิดขึ้นได้อย่างไร Apoptosis สามารถหารูปแบบการตายของ cell HIV กับ leucocyte cell cycle arrrest คือการหยุด cycle cell ที่โดน dominating influence จาก virus HIV on cell และ DNA dmage response |
1.Gain of Function study (GoF) คืองานวิจัยที่พยายามสร้างซูเปอร์ไวรัสขึ้นมาเพื่อศึกษาว่ามันจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างไรได้บ้าง
2.อะพอพโทซิส (อังกฤษ: Apoptosis) เป็นรูปแบบหนึ่งของการตายของเซลล์แบบที่มีการโปรแกรมไว้แล้ว
3.การหยุดวงจรชีวิตของเซลล์(Cell cycle arrest)
4.Activation of p53 can occur in response to a number of cellular stresses, including DNA damage, hypoxia and nucleotide deprivation. Several forms of DNA damage have been shown to activate p53, including those generated by ionising radiation (IR), radio-mimetic drugs, ultraviolet light (UV) and chemicals such as methyl methane sulfonate (MMS). Under normal conditions, p53 levels are maintained at a low state by virtue of the extremely short-half life of the polypeptide. In addition to this, p53 normally exists in an largely inactive state that is relatively inefficient at binding to DNA and activating transcription. Activation of p53 in response to DNA damage is associated with a rapid increase in its levels and with an increased ability of p53 to bind DNA and mediate transcriptional activation. This then leads to the activation of a number of genes whose products trigger cell-cycle arrest, apoptosis, or DNA repair. Recent work has suggested that this regulation is brought about largely through DNA damage triggering a series of phosphorylation, de-phosphorylation and acetylation events on the p53 polypeptide. Here, we discuss the nature of these modifications, the enzymes that bring them about, and how changes in p53 modification lead to p53 activation.
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
ข้อใดเกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งจากการใช้ pathway ของ dna damage & p53
|
4. Tp53 and dna damage response |
|
Tp53 กับ damge response เป็นการใช้ pathway ของ p53 มาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง |
1.P53 : tumor protein 53 หรือชื่อทางการคือ Cellular tumor antigen p53 เป็น transcription factor ที่ควบคุม cell cycle และยังมีหน้าที่เป็น tumor suppressor ด้วย ทำให้ p53 มีความสำคัญในการยับยั้งมะเร็งของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ จึงมีการกล่าวถึง p53 ว่าเป็น "the guardian of the genome", "the guardian angel gene", หรือ "master watchman" เนื่องด้วยบทบาทในการป้องกันการผ่าเหล่าของสารพันธุกรรม P53 มีมวลโมเลกุล 53 kilodalton (kDa) เมื่อวิเคราะห์ด้วยวิธี SDS-PAGE แต่ในทางมวลโมเลกุลทฤษฏีนั้นจะเป็น 43.7 kilodalton ความแตกต่างที่เกิดขึ้นในทางทฤษฏี กับการวิเคราะห์ด้วย SDS-PAGE เกิดจาก p53 มี กรดอะมิโน Proline ในบริมาณสูงทำให้การ migration บน SDS-PAGE เปลี่ยนไปยีนส์
2.4.Activation of p53 can occur in response to a number of cellular stresses, including DNA damage, hypoxia and nucleotide deprivation. Several forms of DNA damage have been shown to activate p53, including those generated by ionising radiation (IR), radio-mimetic drugs, ultraviolet light (UV) and chemicals such as methyl methane sulfonate (MMS). Under normal conditions, p53 levels are maintained at a low state by virtue of the extremely short-half life of the polypeptide. In addition to this, p53 normally exists in an largely inactive state that is relatively inefficient at binding to DNA and activating transcription. Activation of p53 in response to DNA damage is associated with a rapid increase in its levels and with an increased ability of p53 to bind DNA and mediate transcriptional activation. This then leads to the activation of a number of genes whose products trigger cell-cycle arrest, apoptosis, or DNA repair. Recent work has suggested that this regulation is brought about largely through DNA damage triggering a series of phosphorylation, de-phosphorylation and acetylation events on the p53 polypeptide. Here, we discuss the nature of these modifications, the enzymes that bring them about, and how changes in p53 modification lead to p53 activation. |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
จากบทความ cancer ที่ให้ไป อยากทราบว่า Immunotherapy สามารถใช้รักษามะเร็งชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็งเต้านมหรือไม่
|
2. lung cancer |
|
immunotherapy หรือการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ยับยั้งการทำงานที่อิมมูนเช็คพอยต์ (Immune Checkpoint Inhibitors) มีกลไกทำงานโดยยับยั้งระบบควบคุมและสั่งการให้มีการทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือหยุดการทำลายเซลล์ของร่างกาย (Immune Checkpoint) เพราะบางกรณีเซลล์มะเร็งจะอาศัยระบบนี้ในการ “ซ่อนตัว” จากการถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยากลุ่มนี้จึงได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันตรวจจับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นซึ่งเกิดขึ้นได้ที่เซลล์เยื่อบุของปอด |
1.Immunotherapy to Treat Cancer
Immunotherapy is a type of cancer treatment that helps your immune system fight cancer. The immune system helps your body fight infections and other diseases. It is made up of white blood cells and organs and tissues of the lymph system.
Immunotherapy is a type of biological therapy. Biological therapy is a type of treatment that uses substances made from living organisms to treat cancer.
2.Lung Cancer Treatment Options
Until recently, conventional treatment options for lung cancer included surgery, chemotherapy, and radiation. Since the majority of lung cancer patients are diagnosed with advanced disease (stage 3b/4), these treatments are unlikely to result in complete cures, though they may significantly improve survival and provide symptom relief.
In 2015, the U.S. FDA approved the first immunotherapy to treat a subset of lung cancer patients. Immunotherapy is class of treatments that helps a person’s own immune system eliminate or control cancer. Recent clinical studies treating patients with immunotherapy, either alone or in combination with other treatments, have demonstrated significant patient improvement, resulting in FDA approval of several other immunotherapy options for more lung cancer patients, including approvals to treat patients with immunotherapy as a first-line therapy instead of conventional treatments.
3.https://www.cancerresearch.org/cancer-types/lung-cancer |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
จากบทความเรื่อง COVID-19 ที่ให้ไป Mechanisms involved in the increased susceptibility to infections in the subject with obesity มีอะไรบ้าง
|
5. มีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ |
|
โดยข้อที่ถูกน่าจะเป็นในเรื่องของ Aleterations of the immune system และ Alterrations in skin and soft tissue ที่เกี่ยวข้องกับ virus covid 19 |
1.ภาวะพร่องหรือขาดวิตามินดี (Vitamin D insufficiency or deficiency) คือ ภาวะที่ระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำกว่าค่าปกติ พบในคนทั่วไป ทำให้การดูดซึมแคลเซียมในร่างกายลดลงส่งผลให้มวลกระดูกลดลงจนนำไปสู่ภาวะกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนได้
2.The current pandemic due to widespread SARS-CoV-19 infection has again highlighted the role of obesity, whose global prevalence increased up to 13%, as a risk factor for both susceptibility to infections and the occurrence of a more severe disease course. To date, this association has not been sufficiently explored. Obesity-related susceptibility to infectious diseases is mostly thought to be due to an impairment of both innate and adaptive immune responses and vitamin D deficiency. Several cofactors can indirectly favour the onset and/or worsening of infectious diseases, such as impairment of respiratory mechanics, skin and subcutaneous tissue homoeostasis, obesity-related comorbidities and inappropriate antimicrobial therapy. Subjects with obesity have a higher incidence of cutaneous infections, probably due to changes in skin barrier functions and wound healing. Excess weight is also associated with an increased risk of urinary tract infection and its recurrence, as well as with a higher prevalence of both lower and higher respiratory tract infections. Moreover, patients with obesity appear to have an increased risk of surgical site infections when undergoing general, orthopaedic, gynaecological, and bariatric surgery. Data concerning the different infectious diseases related to obesity are rather limited since anthropometric parameters are usually poorly recorded. Furthermore, specific therapeutic protocols in subjects with obesity are lacking, especially regarding antibiotic therapy and further supplements. This review summarizes etiopathogenetic and epidemiological evidence and highlights areas of uncertainty in the field of infectious diseases and obesity, which require further research. It is important to raise public awareness of this additional risk related to obesity and to raise awareness among the scientific community to develop specific clinical protocols for subjects with obesity.
3.https://www.vet.cmu.ac.th/cmvj/document/journal/2556_9.pdf
4.https://pirun.ku.ac.th/~fscipnt/Teaching%20media/ANIMAL%20PHYSIOLOGY%20LABORATORY/Respiratory%20Physiology.pdf
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
ข้อใดคือผลกระทบด้านเศรษฐกิจจาก Infectious disease
|
5. มีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ |
|
Infectious disease มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจหลายด้าน ได้แก่
- Business Continuity
- Supply Chain Disruption
- Trade And Travel Bans
- Public Contagion Avoidance Behavior
จึงมีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ
|
Infectious disease มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจหลายด้านไม่ว่าจะเป็น
- Business Continuity
- Supply Chain Disruption
- Trade And Travel Bans
- Public Contagion Avoidance Behavior |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
โรคมะเร็งที่มีผลกับ nervous system อย่างไร
|
5. มีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ |
|
โรคมะเร็งที่มีผลกับ nervous system คือ
- Tumor Microenvironment
- Tumor Progression
- Perineural Invasion
- Tumor Metastasis
จึงตอบ มีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ |
โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายแรง นอกจากส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ที่เกิดจากตัวมะเร็งเองที่เกิดกับอวัยวะต่างๆแล้วยังก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทได้ด้วยโดยเกิดได้กับทุกส่วนของระบบประสาทส่วนของเส้นประสาทก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งที่เรียกว่าโรคเส้นประสาทเหตุโรคมะเร็ง |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
Epicardial adipose tissue ไม่เกี่ยวข้องกับข้อใด
|
5. Vitamin D deficiency |
|
Epicardial adipose tissue มีหน้าที่ 1.Cardiac Metabolism 2.Mechanical Protection Of Coronaries And Thermogenesis
3. The Regulation Of Myocardial Redox State และ 4. Ca2+ Currents ซึ่ง Vitamin D Deficiency ไม่เกี่ยวข้องกับEpicardial adipose tissue |
Epicardial adipose tissue มีหน้าที่
1.Cardiac Metabolism
2.Mechanical Protection Of Coronaries And Thermogenesis
3. The Regulation Of Myocardial Redox State
4. Ca2+ Currents |
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|