| 1 |
|
1. พ่อไม่ได้มีการติดเชื้อไวรัสนี้ จึงตรวจไม่พบ Antibody ทั้ง IgM และ IgG |
|
เนื่องจาก หากร่างกายได้รับเชื้อเข้าไป ค่าของภูมิคุ้มกันจะต้องสูงขึ้น เพราะเป็นกระบวนการเบื้องต้นที่ร่างกายกระทำอยู่แล้วเมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย |
อ้างอิงจากกราฟการเพิ่มสูงขึ้นของค่า IgG และ IgM ของคนที่ได้วัคซีนที่มีเชื้อเข้าไป จะสามารถเห็นการเพิ่มขึ้นของ slope ค่า IgG ได้อย่างชัดเจน |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
3. ไม่สอดคล้อง เนื่องจากหากได้รับเชื้อเข้ามาในร่างกาย ร่างกายจะต้องสร้าง Antibody มา เพื่อกำจัดเชื้อโรคทันที |
|
เพราะ เนื่องจากโดยปกติแล้ว หากร่างกายได้รับเชื้อเข้ามา แอนติบอดีจะต้องทำงานทันที จากข้อมูลที่ให้จึงเห็นได้ว่าจะมีคสามขัดแย้งเย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ตรวจค่า IgG กับ IgM กลับไม่พบ แต่พอมาตรวจอีกครั้งกลับพบว่าเป็น positive(ติดเชื้อ) |
อ้างอิงจากทฤษฎีโดยทั่วไปของร่างกายซึ่งเป็นการทำงานโดยอัตโนมัติของร่างกายอยู่แล้วคือ หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายมา แอนติบอดีก็ต้องทำงาน เพื่อต่อสู้และกำจัดเชื้อออกจากร่างกายเป็นผลทำให้ IgG และ IgM สูงขึ้น |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
4. หากนายเดชเป็นโรคไตที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ค่า C จะมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติ |
|
เพราะ เนื่องจากโดยปกติแล้วค่าเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะจะมีค่าไม่เกิน 5 ตัวในผู้หญิง และ 2 ตัวในผู้ชาย โดนหากพบเกินกว่านั้น อาจมีคสามผิดปกติในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิต ซึ่งเป็นผลให้ไตทำวานไม่ปกติ อาจทำให้เกิดภาสะไตวายเฉียบพลันได้ |
ในปัสสาวะปกติจะตรวจไม่พบเม็ดเลือดขาวหรือพบได้ไม่เกิน 5 ตัวในผู้หญิงหรือ 2 ตัวในผู้ชาย ในแต่ละการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่เรียกว่า เอชพีเอฟ (HPF: High power field) ซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งตามปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ถ้าตรวจพบเม็ดเลือดขาวจำนวนมากกว่านี้จะเกิดได้จากมีภาวะผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะเช่น การอักเสบติดเชื้อซึ่งพบเป็นสาเหตุได้บ่อยที่สุดเช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคไตอักเสบติดเชื้อ
จากการมีนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุที่พบรองลงมาเช่น นิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
มีแผล หรือมีก้อนเนื้อ หรือเนื้องอกทั้งชนิดไม่ร้ายแรงหรือชนิดร้ายแรง (โรคมะเร็ง) ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนักของอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ
ต่อมลูกหมากอักเสบ (ในผู้ชาย) |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
3. เกิดภาวะ muscular dystrophy |
|
เพราะ การเป็นโรคนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องที่ทำให้ค่า creatinine มีปริมาณสูงขึ้นโดยตรง |
อธิบายจาก ลักษณะของโรคนี้คือ โรคกล้ามเนื้อเสื่อมดูเชน หรือ โรคกล้ามเนื้อลีบดูเชน[5] หรือ โรคกล้ามเนื้อเจริญผิดเพี้ยนแบบดูชีนน์[6] (อังกฤษ: Duchenne muscular dystrophy, DMD) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้มีกล้ามเนื้อเจริญผิดเพี้ยน ถ่ายทอดทางโครโมโซม X แบบลักษณะด้อย (X-linked recessive) มีลักษณะเฉพาะคือมีการเจริญผิดเพี้ยนของกล้ามเนื้อทำให้มีกล้ามเนื้อลีบ อ่อนแรง เคลื่อนไหวลำบาก และเสียชีวิตได้ มีจำนวนผู้ป่วย 1 คน ต่อประชากรชาย 3,500 คน ถือเป็นโรคกล้ามเนื้อเจริญผิดเพี้ยนที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยเป็นเพศชายเท่านั้น โดยผู้หญิงมักพบเป็นพาหะของโรค โรคนี้เกิดจากการมีการกลายพันธุ์ในยีนดิสโทรฟิน (dystrophin gene) ซึ่งอยู่บนโครโมโซมเอ็กซ์ (Xp21) ยีนดิสโทรฟินนี้จะถอดรหัสออกมาเป็นโปรตีนดิสโทรฟิน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างที่สำคัญของกล้ามเนื้อ โดยเป็นส่วนหนึ่งของดิสโตรไกลแคน คอมเพลกซ์ (dystroglycan complex, DGC) ซึ่งอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
2. หนูกลุ่มที่ 3 เท่านั้น |
|
เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเนื่องจาก มีการบอกไว้ว่าให้หนูงดดื่มน้ำ 24 ชั่วโมง สาเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หนูมีปัสสาวะที่เข้มข้นกว่าปกติและมีปริมาณน้อยกว่าปกติ |
อ้างวิธีคิดคือ เปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ คือ หากเราไม่ดื่มน้ำเป็นเวลานานๆก็จะทำให้ปัสสาวะเรามีปริมาณน้อยแงะความเข้มข้นมาก เนื่องจากปริมาณน้ำที่ดูดกลับนั้นเท่าเดิม แต่ปริมาณน้ำที่ออกมานั้นน้อยลง สาเหตุมาจากการกินน้ำน้อย |
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
5. 7-methylguanosine ทางด้าน 5/ มีส่วนสำคัญต่อการป้องกันการทำลายของสาย mRNA |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
4. DNA Polymerase I เป็น DNA-Dependent DNA Polymerase ไม่มีคุณสมบัติ 3/ ไป 5/ Exonuclease แต่มีคุณสมบัติ |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
3. mRNA Vaccine มีหลักการต่างจาก RNA Interference |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
1. ICSI |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
4. Prophase I |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
3. Triploid |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
1. Plastid |
|
เพราะ เป็นออร์แกแนลที่พบเฉพาะในพืช |
ใช้หลักการจาก โครงสร้างภายในเซลล์ของพืช โดยที่ พลาสติด (plastid) เป็นออร์แกเนลล์ที่สำคัญของเซลล์พืช มีสามลักษณะตามประเภทรงควัตถุ ได้แก่
-โครโมพลาสต์ (chromoplast) มีสีต่าง ๆ ยกเว้นสีเขียว เกิดจากรงควัตถุหลายชนิด เช่น แคโรทีนอยด์ ทำให้เกิดสีบนใบไม้หรือดอก
-คลอโรพลาสต์ มีสีเขียว เกิดจากรงควัตถุคือ คลอโรฟิลล์
-ลิวโคพลาสต์ (leucoplast) ไม่มีสี เพราะไม่มีรงควัตถุ ทำหน้าที่สะสมเม็ดแป้งจากกระบวนการสังเคราะห์แสง ลิวโคพลาสต์สามารถพัฒนาเฉพาะทางไปเป็น เอมิโลพลาสต์ (Amyloplast), อิลาอิโอพลาสต์ (Elaioplasts) และ โปรตีนโนพลาสต์ (Proteinoplasts)
-อิลาอิโอพลาสต์ไว้เก็บไขมัน
-เอมิโลพลาสต์ไว้เก็บแป้ง มีความสามารถในการรับรู้ทิศทางของแรงโน้มถ่วงโปรตีนโนพลาสต์ไว้เก็บโปรตีน มีความสามารถในการปรับแต่งโปรตีนด้วย
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
4. Methionine |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
2. Methionine |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
4. EPA site |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|