ตรวจข้อสอบ > ปุษยา ขันหนองจอก > วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์) | Biological Sciences > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 54 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จงใช้แผนภูมิแท่งประกอบการตอบคำถามข้อที่ 1-2 แผนภูมิแท่งแสดงปริมาณสารอาหารในกระแสเลือดก่อนและหลังผ่านเข้าสู่อวัยวะ A และ อวัยวะ B ตามลำดับ 1. อวัยวะ A และ B มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอวัยวะใดตามลำดับ

1. ไต ปอด

อวัยวะAคือไต เพราะยูเรียก่อนเข้าไตมีปริมาณมาก และหลังออกจากไตมีน้อยเพราะไตฟอกออกไปแล้ว ไม่มีทางที่อวัยวะBคือไตเพราะก่อนและหลังยูเรียนของBมีค่าเท่าเดิม กลับกันปริมาณออกซิเจนของB ก่อนเข้ามีมาก และหลังออกมีน้อย เพราะปอดฟอกให้เบือดแล้ว ตามที่พิมไปในช่องสาเหตุการตอบ ดูจากตารางอ้างอิงเห็นได้ชัดเลยว่ากราฟของอันไหนคือไตหรือปอด 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


สาร x น่าจะเป็นสารชีวโมเลกุลประเภทใด

4. เกลือแร่

อวัยวะAคือไต ก่อนเข้าไต สารxมีปริมาณมาก และหลังออกจากไตมีปริมาณน้อย เพราะไตมีการดูดกลับแร่ธาตุ ตามที่พิมไปในช่องของสาเหตุ และเพิ่มเติมคือไตดูดกลับแร่ธาตุโดยเอนไซม์อัลโดสเทอโรน ปอดไม่ดูดกลับแร่ธาตุ แผนภูมิจึงเท่าเดิม 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ประกอบการตอบคำถามข้อที่ 3-4 โมเดลจำลองการหายใจเข้าและหายใจออกของมนุษย์ ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ 1. ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร พร้อมฝาเจาะรู ตัดครึ่ง นำมาใช้เฉพาะส่วนบน 2. หลอด 2 อัน 3. ลูกโป่ง 2 ลูก 4. แผ่นยาง 1 แผ่น นำอุปกรณ์ทั้งหมดประกอบกัน โดยต่อหลอดกับลูกโป่งแล้วใส่ลงในขวดน้ำตัดครึ่ง จากนั้นปิดฝาด้านบนและใช้แผ่นยางขึงด้านล่างบริเวณรอยตัดครึ่งให้ตึง จากภาพ อุปกรณ์แต่ละชนิดจำลองอวัยวะใดในร่างกาย

เพราะสังเกตจากในรูป ว่ามันทำหน้าที่คล้ายส่วนไหน ขวดน้ำเป็นกระดูกซี่โครงเพราะห่อหุ้มสิ่งด้านในอยู่ หลอดเป็นขั้วปอดเพราะทำหน้าที่เป็นทางผ่านของแก๊สไปยังปอด ลูกโป่งเป็นปอด แผ่นยางเป็นกะบังลม เพราะอยู่ข้างล่างสุด 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ประกอบการตอบคำถามข้อที่ 3-4 โมเดลจำลองการหายใจเข้าและหายใจออกของมนุษย์ ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ 1. ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร พร้อมฝาเจาะรู ตัดครึ่ง นำมาใช้เฉพาะส่วนบน 2. หลอด 2 อัน 3. ลูกโป่ง 2 ลูก 4. แผ่นยาง 1 แผ่น นำอุปกรณ์ทั้งหมดประกอบกัน โดยต่อหลอดกับลูกโป่งแล้วใส่ลงในขวดน้ำตัดครึ่ง จากนั้นปิดฝาด้านบนและใช้แผ่นยางขึงด้านล่างบริเวณรอยตัดครึ่งให้ตึง จากภาพ เมื่อใช้โมเดลเพื่อสาธิตการหายใจเข้า อุปกรณ์ต่าง ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

แผ่นยางก็เหมือนกะบังลม ถ้ากะบังลมยกตัวสูงขึ้นแสดงว่ากำลังหายใจออก ลูกโป่งก็จะยุบตัวเหมือนปอด ลมก็จะไหลออกจากลูกโป่ง อ้างอิงจากการกระบวนการหายใจ 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


โรคถุงลมโป่งพองเกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก ส่งผลอย่างไรต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ หากต้องการทำโมเดลเพื่อจำลองระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างไร

เกิดจากการที่สูดดมสารพิษหรือสารเคมีต่างๆอาจจะมาจากการสูบบุหรี่ด้วยก็ได้ ส่งผลให้หายใจได้ไม่เต็มที่ ทำโมเดลให้พื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนแก๊สน้อยกว่าเดิม ก็สาเหตุของการเกิดโรคถุงลมโป่งพองคือสูดดมสารพิษ หรือสารเคมีต่างๆ ก็จะทำให้หายใจได้ไม่สะดวกเท่าไหร่ ระยะการหายใจสั้นลง ต้องหายใจถี่ๆ ถ้าจะทำโมเดล คิดว่าน่าจะให้คล้ายของจริงคือพื้นที่ผิวลดลง การที่ถุงลมโป่งพองคือถุงลมในปอดจะยุบเข้าหากัน พื้นที่ผิวสัมผัสน้อยลง นำแก๊สเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยลง เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ใช้พันธุประวัติต่อไปนี้ตอบคำถามข้อที่ 6-9 การส่งต่อลักษณะการมีลักยิ้มในครอบครัวหนึ่งเป็นไปดังแผนผังพันธุประวัติด้านล่าง โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีความหมายดังต่อไปนี้ ลักษณะการมีลักยิ้มมีรูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร

3. ส่งผ่านอัลลีลเด่นบนโครโมโซมร่างกาย

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ใช้พันธุประวัติต่อไปนี้ตอบคำถามข้อที่ 6-9 การส่งต่อลักษณะการมีลักยิ้มในครอบครัวหนึ่งเป็นไปดังแผนผังพันธุประวัติด้านล่าง โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีความหมายดังต่อไปนี้ หากกำหนดให้ A แทนอัลลีลแสดงลักษณะมีลักยิ้ม และ a แทนอัลลีลแสดงลักษณะไม่มีลักยิ้ม บุคคลใดในพันธุประวัติที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีจีโนไทป์แบบ aa

4. 5, 8, 9

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บุคคลใดในพันธุประวัติที่น่าจะมีจีโนไทป์แบบ Heterozygous ของลักษณะการมีลักยิ้ม (เขียนตอบ)

1,4,7,10 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ความน่าจะเป็นของครอบครัวนี้ที่บุคคลที่ 5 และ 6 จะมีลูกคนถัดไปเป็นลูกชายที่มีลักยิ้มมีค่าเท่าไร

2. 0.5

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 10 - 12 กำหนดให้ สีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วยหลายอัลลีลบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีรูปแบบการแสดงออกดังต่อไปนี้ หากนำกระต่ายสีเทาเข้มที่มีอัลลีลควบคุมสีขนแบบชินชิลลาผสมกับกระต่ายสีขาว กระต่ายรุ่นลูกรุ่นที่ 1 จะมีโอกาสมีสีใดได้บ้าง

5. สีชินชิลลา 50% สีเทาเข้ม 50%

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 10 - 12 กำหนดให้ สีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วยหลายอัลลีลบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีรูปแบบการแสดงออกดังต่อไปนี้ หากนำกระต่ายสีเทาเข้มผสมกับกระต่ายสีชินชิลลา พบว่ากระต่ายรุ่นลูกมีขนสีเทาเข้มและสีชินชิลลาเหมือนรุ่นพ่อแม่ นอกจากนี้ ยังพบกระต่ายรุ่นลูกที่มีขนสีขาวอีกด้วย จากข้อมูลที่กำหนดให้ จีโนไทป์ของกระต่ายรุ่นพ่อแม่ควรเป็นอย่างไร

1. CC และ cchdc

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 10 - 12 กำหนดให้ สีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วยหลายอัลลีลบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีรูปแบบการแสดงออกดังต่อไปนี้ จากข้อมูลในข้อ 11 กระต่ายรุ่นพ่อแม่จะสีขนชนิดใด

5. สีเทาเข้มและสีชินชิลลา

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ในการศึกษาภาวะตาบอดสีเขียวแดงในครอบครัวหนึ่ง พบว่าตาและแม่ มีภาวะตาบอดสี ย่าและยาย เป็นพาหะของภาวะตาบอดสี ส่วนคนอื่น ๆ ในครอบครัวมีสายตาปกติ หากพ่อและแม่มีลูกทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย พี่ชายคนโต น้องสาวคนกลาง และน้องสาวคนเล็ก จงเขียนพันธุประวัติแสดงการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวนี้ พร้อมให้เหตุผลประกอบการเลือกใช้สัญลักษณ์ (เขียนตอบ) กำหนดให้ใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ ดังนี้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


จงคำนวณโอกาสที่พ่อและแม่จะมีคนที่ 4 เป็นลูกชายตาบอดสี (ตอบในรูปแบบทศนิยม) (เขียนตอบ) ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการตอบคำถามข้อ 15-16 ในการทดสอบโปรตีนจากตัวอย่างอาหารจำนวน 4 ตัวอย่าง มีรายละเอียดและผลการทดสอบดังนี้

มีโอกาสที่จะได้ลูกชายเป็นตาบอดสีคือ 0.25 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


การแปลผลการทดสอบในตัวอย่างใดมีความผิดพลาด

2. ตัวอย่างที่ 2 เท่านั้น

ตัวอย่างที่2ผิดเพราะว่า ถ้าเป็นสีม่วง ควรจะมีโปรตีน ทดสอบหาโปรตีน ถ้าไม่มีโปรตีนจะเป็นสีฟ้า แต่โจทย์ให้มาคือสีม่วง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ตัวอย่างที่ 2 มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นอาหารชนิดใด

4. นมสด น้ำเต้าหู้

นมสดคือโปรตีน น้ำเต้าหู้คือโปรตีน ตัวอย่างที่2เห็นได้ชัดว่าเป็นมีโปรตีน แสดงว่านมสดกับน้ำเต้าหู้คือคำตอบ 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ในการทดสอบตัวอย่างสารไม่ทราบชนิดครั้งหนึ่ง มีรายละเอียดการทดสอบและผลการทดสอบดังนี้ สารตัวอย่างในแต่ละหลอด ประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุลประเภทใดบ้าง จงอธิบายและให้เหตุผลประกอบ

หลอดที่1 มี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน หลอดที่2 มี คาร์โบไฮเดรต ไขมัน หลอดที่3 มี คาร์โบไฮเดรต หลอดที่4 มี คาร์โบไฮเดรต แป้งเกิดปฎิกิริยากับเบเนดิกส์ให้ตะกอนสีแดงอิฐหรือส้ม โปรตีนเกิดปฏิกิริยากับไบยูเรตให้สีม่วง น้ำตาลเกิดปฏิกิริยากับไอโอดีนให้สีน้ำตาล ไขมันทำให้กระดาษโปร่งแสง แป้งเกิดปฎิกิริยากับเบเนดิกส์ให้ตะกอนสีแดงอิฐหรือส้ม โปรตีนเกิดปฏิกิริยากับไบยูเรตให้สีม่วง น้ำตาลเกิดปฏิกิริยากับไอโอดีนให้สีน้ำตาล ไขมันทำให้กระดาษโปร่งแสง แป้งและน้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรต 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


จากข้อมูลในข้อ 17 ตัวอย่างในแต่ละหลอดมีความเป็นไปได้ตามตัวเลือกในข้อใดมากที่สุด

5

หลอดที่2ควรมีไขมัน เห็นน้ำมันมะพร้าวแล้วตอบเลย นมสดรสหวาน นมสเป็นโปรตีน รสหวานจากน้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรต น้ำมันมะพร้าวเป็นไขมัน น้ำก๋วยเตี๋ยวราดหน้ามีคาร์โบไฮเดรตคือน้ำแป้งสุดของราดหน้า น้ำผึ้งเป็นน้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรต 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการตอบคำถามข้อ 19-20 ในการทดสอบการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหาร มีการจัดเตรียมและผสมสารต่าง ๆ ดังนี้ โดยหลอดทดลองทุกหลอดถูกควบคุมให้มีอุณหภูมิและ pH ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์แต่ละชนิด ปฏิกิริยาสามารถเกิดขึ้นได้ในหลอดใดบ้าง และผลิตภัณฑ์ที่ได้คืออะไร (อาจมีมากกว่า 1 คำตอบ) (เขียนตอบ)

2,3,5 ไลเปสย่อยไขมัน ทริปซินย่อยโปรตีน น้ำดีช่วยให้ไขมันแตกตัว ไลเปสย่อยไขมัน ทริปซินย่อยโปรตีน น้ำดีช่วยให้ไขมันแตกตัว 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการตอบคำถามข้อ 19-20 ในการทดสอบการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหาร มีการจัดเตรียมและผสมสารต่าง ๆ ดังนี้ โดยหลอดทดลองทุกหลอดถูกควบคุมให้มีอุณหภูมิและ pH ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์แต่ละชนิด หากเพิ่มชุดการทดลองในหลอดทดลองที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยสารผสมระหว่างเปปซินและโปรตีน โดยควบคุมปฏิกิริยาภายใต้อุณหภูมิ 37°C pH 7 ปฏิกิริยาจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร จงแสดงเหตุผลประกอบการอธิบายคำตอบ

ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะค่าpHไม่เหมาะสม ค่าpHที่เหมาะสมในการเกิดปฎิกิริยาระหว่างเปปซินและโปรตีนควรเป็นกรด แต่ที่โจทย์ให้มาคือเป็นกลาง อุณหภูมิเหมาะสมแล้ว แต่ค่าpHไม่เหมาะสม 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 90 เต็ม 200

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา