ตรวจข้อสอบ > ธีรเมธ อรรคสังข์ > วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์) | Biological Sciences > Part 2 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 30 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จงใช้แผนภูมิแท่งประกอบการตอบคำถามข้อที่ 1-2 แผนภูมิแท่งแสดงปริมาณสารอาหารในกระแสเลือดก่อนและหลังผ่านเข้าสู่อวัยวะ A และ อวัยวะ B ตามลำดับ 1. อวัยวะ A และ B มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอวัยวะใดตามลำดับ

1. ไต ปอด

สังเกตจาก อวัยวะ B ที่มีการเปลี่ยนแปลงของ คาร์บอนไดออกไซด์ และ ออกซิเจน อย่างเห็นได้ชัด และ อัวยวะ A ที่มีการเปลี่ยนแปลงของยูเรีย ปอด เป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ใช้ในการหายใจ หน้าที่หลักของปอดก็คือ การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบเลือดในร่างกาย และแลกเปลี่ยนเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากระบบเลือดออกสู่สิ่งแวดล้อม ทำงานโดยการประกอบกันขึ้นของเซลล์เป็นจำนวนล้านเซลล์ ซึ่งเซลล์ที่ว่านี้มีลักษณะเล็กและบางเรียงตัวประกอบกันเป็นถุงเหมือนลูกโป่ง ซึ่งในถุงลูกโป่งนี้เองที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซต่าง ๆ เกิดขึ้น นอกจากการทำงานแลกเปลี่ยนก๊าซแล้ว ปอดยังทำหน้าที่อื่น ๆ อีก ไตเป็นอวัยวะรูปถั่วซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสำคัญหลายอย่างในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ไตนำโมเลกุลอินทรีย์ส่วนเกิน (เช่น กลูโคส) ออก และด้วยฤทธิ์นี้เองที่เป็นการทำหน้าที่ที่ทราบกันดีที่สุดของไต คือ การขับของเสียจากเมแทบอลิซึม (เช่น ยูเรีย แม้ 90% ของปริมาณที่กรองถูกดูดกลับที่หน่วยไต) ออกจากร่างกาย ไตเป็นอวัยวะสำคัญในระบบปัสสาวะและยังมีหน้าที่ธำรงดุล เช่น การกำกับอิเล็กโทรไลต์ การรักษาสมดุลกรด–เบส และการกำกับความดันเลือด (ผ่านการรักษาสมดุลเกลือและน้ำ) ไตทำหน้าที่เป็นตัวกรองเลือดตามธรรมชาติ และนำของเสียที่ละลายได้ในน้ำออก ซึ่งจะถูกส่งไปยังกระเพาะปัสสาวะ ในการผลิตปัสสาวะ ไตขับของเสีย เช่น ยูเรียและแอมโมเนีย และยังทำหน้าที่ดูดน้ำ กลูโคสและกรดอะมิโนกลับ ไตยังผลิตฮอร์โมน เช่น แคลซิไตรออล อีริโธรพอยอิติน และเอนไซม์เรนิน ซึ่งเรนินออกฤทธิ์ต่อไตโดยอ้อมในการยับยั้งป้อนกลับ (negative feedback) 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


สาร x น่าจะเป็นสารชีวโมเลกุลประเภทใด

5. วิตามิน

การขับวิตามิน ออกจากกระแสเลือดเป็นเรื่องปกติ ในกรณีที่มีวิตามินมากเกินไป หากคุณได้รับวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย อาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบภายใน เช่น ตับ และ ไต ที่มีหน้าที่ในการขับของเสียออกจากร่างกาย ต้องทำงานมากยิ่งขึ้น และอาจเกิดการสะสมในอวัยวะอื่น ๆ ซึ่งนำมาสู่การเกิดภาวะเป็นพิษ หรือผลเสียต่อร่างกายได้ 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ประกอบการตอบคำถามข้อที่ 3-4 โมเดลจำลองการหายใจเข้าและหายใจออกของมนุษย์ ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ 1. ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร พร้อมฝาเจาะรู ตัดครึ่ง นำมาใช้เฉพาะส่วนบน 2. หลอด 2 อัน 3. ลูกโป่ง 2 ลูก 4. แผ่นยาง 1 แผ่น นำอุปกรณ์ทั้งหมดประกอบกัน โดยต่อหลอดกับลูกโป่งแล้วใส่ลงในขวดน้ำตัดครึ่ง จากนั้นปิดฝาด้านบนและใช้แผ่นยางขึงด้านล่างบริเวณรอยตัดครึ่งให้ตึง จากภาพ อุปกรณ์แต่ละชนิดจำลองอวัยวะใดในร่างกาย

เมื่อดึงแผ่นยางลงเปรียบได้กับกะบังลมเคลื่อนต่ำลง ลูกโป่งจะพองออก เนื่องจากปริมาตรของ อากาศภายในช่องอกหรือกล่องพลาสติกเพิ่มขึ้น ความดันของอากาศลดลง อากาศจากภายนอกจะเคลื่อนที่ เข้าสู่ปอดหรือลูกโป่ง เป็นการหายใจเข้า ในทางกลับกัน เมื่อดันแผ่นยางขึ้นเปรียบได้กับกะบังลมเคลื่อนที่ สูงขึ้น ทำให้ปริมาตรของอากาศในช่องอกหรือกล่องพลาสติกลดลง ความดันของอากาศเพิ่มขึ้น อากาศจึง เคลื่อนออกจากปอดหรือลูกโป่งทำให้ลูกโป่งแฟบลง เป็นการหายใจออก เมื่อดึงแผ่นยางลงเปรียบได้กับกะบังลมเคลื่อนต่ำลง ลูกโป่งจะพองออก เนื่องจากปริมาตรของ อากาศภายในช่องอกหรือกล่องพลาสติกเพิ่มขึ้น ความดันของอากาศลดลง อากาศจากภายนอกจะเคลื่อนที่ เข้าสู่ปอดหรือลูกโป่ง เป็นการหายใจเข้า ในทางกลับกัน เมื่อดันแผ่นยางขึ้นเปรียบได้กับกะบังลมเคลื่อนที่ สูงขึ้น ทำให้ปริมาตรของอากาศในช่องอกหรือกล่องพลาสติกลดลง ความดันของอากาศเพิ่มขึ้น อากาศจึง เคลื่อนออกจากปอดหรือลูกโป่งทำให้ลูกโป่งแฟบลง เป็นการหายใจออก 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ประกอบการตอบคำถามข้อที่ 3-4 โมเดลจำลองการหายใจเข้าและหายใจออกของมนุษย์ ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ 1. ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร พร้อมฝาเจาะรู ตัดครึ่ง นำมาใช้เฉพาะส่วนบน 2. หลอด 2 อัน 3. ลูกโป่ง 2 ลูก 4. แผ่นยาง 1 แผ่น นำอุปกรณ์ทั้งหมดประกอบกัน โดยต่อหลอดกับลูกโป่งแล้วใส่ลงในขวดน้ำตัดครึ่ง จากนั้นปิดฝาด้านบนและใช้แผ่นยางขึงด้านล่างบริเวณรอยตัดครึ่งให้ตึง จากภาพ เมื่อใช้โมเดลเพื่อสาธิตการหายใจเข้า อุปกรณ์ต่าง ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ตัวเลือกมีข้อผิดพลาด ตัวเลือกมีข้อผิดพลาดมาหลายข้อแล้ว 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


โรคถุงลมโป่งพองเกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก ส่งผลอย่างไรต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ หากต้องการทำโมเดลเพื่อจำลองระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างไร

ทำหลอดให้แคบลง เป็นการจำลองหลอดลงของผู้ป่วยที่เป็นถุงลมโป่งพอง สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองก็คือ การที่เราสูดสารที่เป็นพิษ อาจจะอยู่ในรูปของฝุ่นควันที่มีอานุภาพเล็ก ๆ หรือแก๊ส หรือสารเคมีเข้าไปยังปอด สำหรับผู้ป่วยที่สูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน จะมีอาการไอเรื้อรัง ระยะแรกๆ มักไอตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือมีเสมหะเล็กน้อย จะยังไม่มีอาการเหนื่อย ระยะหลังจะมีอาการหอบเหนื่อยหายใจลำบาก อาการจะแย่ลง แม้จะงดสูบบุหรี่แล้วก็ตาม โรคถุงลมโป่งพอง หรือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลายคนคิดว่าสาเหตุเกิดจากการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียวและมักมองข้ามปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งโรคถุงลมโป่งพอง คือการที่เราสูดสารที่เป็นพิษเข้าไป อาจจะอยู่ในรูปแบบของฝุ่นควัน แก๊ส หรือสารเคมีเข้าไปยังปอด และสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองมากที่สุดคือ การสูบบุหรี่ ยิ่งสูบมากก็ยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น นอกจากบุหรี่แล้วมลภาวะในอากาศตามท้องถนน หรือตามโรงงานก็ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้เช่นกัน ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการเลิกสูบบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงหรือสวมหน้ากากป้องกันตัวเองจากควันและสารพิษที่เป็นอันตราย หากใครที่มีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ป่วยที่สูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน จะมีอาการไอเรื้อรัง ระยะแรกๆ มักไอตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือมีเสมหะเล็กน้อย จะยังไม่มีอาการเหนื่อย ระยะหลังจะมีอาการหอบเหนื่อยหายใจลำบาก อาการจะแย่ลง แม้จะงดสูบบุหรี่แล้วก็ตาม 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ใช้พันธุประวัติต่อไปนี้ตอบคำถามข้อที่ 6-9 การส่งต่อลักษณะการมีลักยิ้มในครอบครัวหนึ่งเป็นไปดังแผนผังพันธุประวัติด้านล่าง โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีความหมายดังต่อไปนี้ ลักษณะการมีลักยิ้มมีรูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร

3. ส่งผ่านอัลลีลเด่นบนโครโมโซมร่างกาย

การถ่ายทอดลักษณะภายนอก ฟีโนไทป์ (phenotype) คือ ลักษณะที่ปรากฏให้เห็นภายนอกซึ่งเป็นผลมาจากยีน ฟีโนไทป์ (phenotype) คือ ลักษณะที่ปรากฏให้เห็นภายนอกซึ่งเป็นผลมาจากยีน 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ใช้พันธุประวัติต่อไปนี้ตอบคำถามข้อที่ 6-9 การส่งต่อลักษณะการมีลักยิ้มในครอบครัวหนึ่งเป็นไปดังแผนผังพันธุประวัติด้านล่าง โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีความหมายดังต่อไปนี้ หากกำหนดให้ A แทนอัลลีลแสดงลักษณะมีลักยิ้ม และ a แทนอัลลีลแสดงลักษณะไม่มีลักยิ้ม บุคคลใดในพันธุประวัติที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีจีโนไทป์แบบ aa

4. 5, 8, 9

แตกกิ่ง แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


บุคคลใดในพันธุประวัติที่น่าจะมีจีโนไทป์แบบ Heterozygous ของลักษณะการมีลักยิ้ม (เขียนตอบ)

1,4,6,7,10 แตกกิ่ง แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ความน่าจะเป็นของครอบครัวนี้ที่บุคคลที่ 5 และ 6 จะมีลูกคนถัดไปเป็นลูกชายที่มีลักยิ้มมีค่าเท่าไร

2. 0.5

คำนวน แตกกิ่ง คำนวน แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 10 - 12 กำหนดให้ สีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วยหลายอัลลีลบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีรูปแบบการแสดงออกดังต่อไปนี้ หากนำกระต่ายสีเทาเข้มที่มีอัลลีลควบคุมสีขนแบบชินชิลลาผสมกับกระต่ายสีขาว กระต่ายรุ่นลูกรุ่นที่ 1 จะมีโอกาสมีสีใดได้บ้าง

5. สีชินชิลลา 50% สีเทาเข้ม 50%

คำนวน แตกกิ่ง คำนวน แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 10 - 12 กำหนดให้ สีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วยหลายอัลลีลบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีรูปแบบการแสดงออกดังต่อไปนี้ หากนำกระต่ายสีเทาเข้มผสมกับกระต่ายสีชินชิลลา พบว่ากระต่ายรุ่นลูกมีขนสีเทาเข้มและสีชินชิลลาเหมือนรุ่นพ่อแม่ นอกจากนี้ ยังพบกระต่ายรุ่นลูกที่มีขนสีขาวอีกด้วย จากข้อมูลที่กำหนดให้ จีโนไทป์ของกระต่ายรุ่นพ่อแม่ควรเป็นอย่างไร

5. Cc และ cchdcchd

คำนวน แตกกิ่ง คำนวน แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ ในการตอบคำถามข้อ 10 - 12 กำหนดให้ สีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วยหลายอัลลีลบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีรูปแบบการแสดงออกดังต่อไปนี้ จากข้อมูลในข้อ 11 กระต่ายรุ่นพ่อแม่จะสีขนชนิดใด

5. สีเทาเข้มและสีชินชิลลา

คำนวน แตกกิ่ง คำนวน แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ในการศึกษาภาวะตาบอดสีเขียวแดงในครอบครัวหนึ่ง พบว่าตาและแม่ มีภาวะตาบอดสี ย่าและยาย เป็นพาหะของภาวะตาบอดสี ส่วนคนอื่น ๆ ในครอบครัวมีสายตาปกติ หากพ่อและแม่มีลูกทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย พี่ชายคนโต น้องสาวคนกลาง และน้องสาวคนเล็ก จงเขียนพันธุประวัติแสดงการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวนี้ พร้อมให้เหตุผลประกอบการเลือกใช้สัญลักษณ์ (เขียนตอบ) กำหนดให้ใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ ดังนี้

▄___O I ______ I O__▄ ☐ O คำนวน แตกกิ่ง คำนวน แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


จงคำนวณโอกาสที่พ่อและแม่จะมีคนที่ 4 เป็นลูกชายตาบอดสี (ตอบในรูปแบบทศนิยม) (เขียนตอบ) ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการตอบคำถามข้อ 15-16 ในการทดสอบโปรตีนจากตัวอย่างอาหารจำนวน 4 ตัวอย่าง มีรายละเอียดและผลการทดสอบดังนี้

0.25% คำนวน แตกกิ่ง คำนวน แตกกิ่ง 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


การแปลผลการทดสอบในตัวอย่างใดมีความผิดพลาด

5. ตัวอย่างที่ 3 และ 4

คำนวน คำนวน 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ตัวอย่างที่ 2 มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นอาหารชนิดใด

2. ยาธาตุน้ำขาว นมสด

สังเกต สังเกต 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ในการทดสอบตัวอย่างสารไม่ทราบชนิดครั้งหนึ่ง มีรายละเอียดการทดสอบและผลการทดสอบดังนี้ สารตัวอย่างในแต่ละหลอด ประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุลประเภทใดบ้าง จงอธิบายและให้เหตุผลประกอบ

หลอดที่ 1 คือ โปรตีน หลอดที่ 2 คือ ไขมัน หลอดที่ 3 คือ แป้ง หลอดที่ 4 คือ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ทำการทดลอง ใช้การทดสอบสารต่างๆ 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


จากข้อมูลในข้อ 17 ตัวอย่างในแต่ละหลอดมีความเป็นไปได้ตามตัวเลือกในข้อใดมากที่สุด

5

สังเกตสารอาหารที่อยู่ในอาหาร สังเกตสารอาหารที่อยู่ในอาหาร 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการตอบคำถามข้อ 19-20 ในการทดสอบการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหาร มีการจัดเตรียมและผสมสารต่าง ๆ ดังนี้ โดยหลอดทดลองทุกหลอดถูกควบคุมให้มีอุณหภูมิและ pH ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์แต่ละชนิด ปฏิกิริยาสามารถเกิดขึ้นได้ในหลอดใดบ้าง และผลิตภัณฑ์ที่ได้คืออะไร (อาจมีมากกว่า 1 คำตอบ) (เขียนตอบ)

หลอดที่ 1 ไม่เกิดผล หลอดที่ 2 ได้กรดอะมีโน หลอดที่ 3 กรดไขมัน และกลีเซอรอล หลอดที่ 4 ไม่เกิดผล สังเกตสารอาหารที่อยู่ในอาหาร และหาข้อมูล สังเกตสารอาหารที่อยู่ในอาหาร และหาข้อมูล 10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการตอบคำถามข้อ 19-20 ในการทดสอบการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหาร มีการจัดเตรียมและผสมสารต่าง ๆ ดังนี้ โดยหลอดทดลองทุกหลอดถูกควบคุมให้มีอุณหภูมิและ pH ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์แต่ละชนิด หากเพิ่มชุดการทดลองในหลอดทดลองที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยสารผสมระหว่างเปปซินและโปรตีน โดยควบคุมปฏิกิริยาภายใต้อุณหภูมิ 37°C pH 7 ปฏิกิริยาจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร จงแสดงเหตุผลประกอบการอธิบายคำตอบ

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 80 เต็ม 200

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา