ตรวจข้อสอบ > ธัญญารัตน์ ภู่เมธากุล > ชีววิทยาเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biology > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 55 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


2. การเกิด DNA Processing ทำให้การเกิด DNA-RNA Hybridization และ cDNA กับ mRNA จับกันเฉพาะยีนส่วน exon

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


polymerase Chain Reaction หรือ (PCR) เป็นเทคนิคสำหรับเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอโดยอาศัยหลักการ DNA Replication ซึ่งเป็นการสังเคราะห์สายดี เอ็น เอ สายใหม่ จาก ดีเอ็นเอต้นแบบในหลอดทดลองภายในระยะเวลาอันสั้นและได้ดีเอ็นเอสายใหม่เกิดขึ้นเป็นล้านเท่า เทคนิคนี้พัฒนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2528 โดย Kary Mullis และคณะแห่งบริษัท Cetus Corporation จุดเด่นของเทคนิค PCR คือ สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ ได้อย่างเฉพาะเจาะจงโดยมีขั้นตอนการทำงานน้อยและใช้เวลาน้อย จนถึงปัจจุบันนี้เทคนิค PCR ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาในหลาย ๆ ด้านจนกระทั่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญมากต่องานด้านอณูชีวโมเลกุล สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งกับงานวิจัยทางชีวโมเลกุลและพันธุวิศวกรรม เช่น การเพิ่มปริมาณยีน (gene cloning) การวิเคราะห์ลำดับเบสของยีน (gene sequencing) การสร้าง ดี เอ็น เอ ติดตาม (DNA probe) และการวิจัยประยุกต์ เช่น การศึกษาการแสดงออกของยีนจาก mRNA การสร้างยีนกลายพันธุ์ (in vitro mutagenesis) การบ่งชี้ตำแหน่งกลายพันธุ์บนยีน (point mutations and deletions) เป็นต้น

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


1. mRNA Vaccine อาศัยสารเคมีภายในเซลล์เพื่อสร้าง Protein Antigen Subunit และ mRNA จะเป็น Immunogen กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

MRNAวัคซีนจะทำหน้าที่พา mRNA เข้าเซลล์และกำกับให้เซลล์ผลิตสารโปรตีนสไปค์ของเชื้อไวรัส

messenger RNA (mRNA) vaccine วัคซีนชนิดสารพันธุกรรม หรือวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ วัคซีนจะทำหน้าที่พา mRNA เข้าเซลล์และกำกับให้เซลล์ผลิตสารโปรตีนสไปค์ของเชื้อไวรัส โดยวัคซีนกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี้ขึ้นมาต่อต้านเชื้อไวรัส เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มคุ้นเคยกับไวรัสและเริ่มต้นที่จะเอาชนะมัน และร่างกายจะเรียนรู้วิธีต่อสู้กับโปรตีนเหล่านี้ถ้าต้องเผชิญกับมันอีกครั้ง

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ZIFT

เพราะเป็นกานำเซลล์ไข่และอสุจิมาผสมกันจนเจริยเป็นตัวอ่อนระยะ1 เซลล์

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ชนิดที่ 7

เพราะถ้าหากมีampicillin มักเป็นแบคทีเรียที่ไม่ดื้อยาซึ่งแบคทีเรียที่มีพลาสมิดเมื่อได้รับก็แทบจะไม่มีผล ยาอะม็อกซีวิลินเป็นยาที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรียซึ่งไม่ส่งผลต่อแบคทีเรียที่มีพลาสมิด

พลาสมิด (plasmid) เป็น extrachromosomal DNA ที่อยู่ภายในเซลล์ มีบริเวณที่เป็น origin of replication (ori) หรือ replicon แยกจากโครโมโซม ทำให้มีความสามารถในการเพิ่มจำนวนได้โดยไม่ขึ้นกับการเกิด replication ของ chromosomal DNA และการแบ่งเซลล์ นอกจากนี้พลาสมิดยังสามารถถูกแยกและใส่กลับเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้าน (host cell) ได้โดยไม่ยากนัก จึงทำให้เกิดการนำพลาสมิดมาใช้ในการเป็น cloning vectors ชนิดหนึ่ง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


1. หนูกลุ่มที่ 2 เท่านั้น

ถ้าหากเลือดมีน้ำน้อย แรงดันออสโมซิสสูง จะกระตุ้นให้เราหิวน้ำ และกระตุ้นการหลังฮอร์โมน ADH เพื่อดูดน้ำกลับโดยสมองส่วนไฮโปทาลามัส ถ้ามัดต่อมใต้สมองส่วนหลังจะไม่มีผลต่อการรักษาสมดุลน้ำเนื่องจากต่อมใต้สมองส่วนหลังไม่ได้สร้างฮอร์โมนเอง

จากวารสารการเสริมสร้างความรุ้ทางวิทยุจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยกล่าวว่า ต่อมใต้สมองส่วนหลังไม่ได้สร้างฮอร์โมนเองแต่เป็นการสะสมฮอร์โมน ADH และ oxytocin จากไฮโปทาลามัส

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


2. ลูกสาวติดเชื้อไวรัสนี้จากแม่

หากขึ้น IgM แสดงว่าติดเชื้อ หรือเพิ่งติดเชื้อ แต่หากขึ้นที่ IgG แสดงว่าติดเชื้อมานานแล้วตั้งแต่ 7 วันหรือ 15 วันขึ้นไป โดยแม่มีการขึ้นIgGแต่ไม่ขึ้นIgMแสดงว่าแม่น่าจะติดเชื้อมานานที่สุด โดยลูกสาวมีการขึ้นทั้งIgM IgG น่าจะเป็นการขาบเกี่ยวกับเวลาแต่น่าจะน้อยกว่าแม่

จากกระทรวงสาธารณะสุข หลักการอิมมูโนโครมาโตกราฟี โดยใช้ Anti-human IgM เคลือบบนเมมเบรนตรงบริเวณทดสอบ “M” ส่วน Anti-human IgG เคลือบบนเมมเบรนตรงบริเวณทดสอบ “G” และเคลือบแอนติเจนของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ติดฉลากกับ colloidal gold บนแผ่นซับคอนจูเกต ซึ่งอยู่ระหว่างแผ่นซับตัวอย่าง และเมมเบรน เมื่อยหดตัวอย่างซีรัม พลาสมา หรือเลือดครบส่วนลงในหลุมตัวอย่างกรณีที่ในตัวอย่างมีแอนติบอดีชนิด IgM และ/หรือ IgG ต่อเชื้อไวรัส โดยแอนติบอดีนั้นจะจับกับแอนติเจนบนแผ่นซับคอนจูเกต จากนั้นจะเคลื่อนตัวมาตามเมมเบรน และทำปฏิกิริยากับ Anti-human IgM และ Anti-human IgG มองเห็นเป็นแถบสีชมพูม่วง ตรงบริเวณตลับทดสอบ “M” และ/หรือ IgG ต่อเชื้อไวรัส ก็จะไม่ปรากฎแถบสีที่บริเวณดังกล่าว แต่จะเห็นแถบสีชมพูม่วงตรงบริเวณตลับทดสอบ “C” ที่จะต้องเกิดขึ้นทุกครั้ง เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าการทดสอบถูกต้องแปลผลได้ ทั้งนี้ การเจาะเลือด จะเป็นการเก็บเลือดปลายนิ้ว ซึ่งเมื่อนำเลือดมาลงในชุดทดสอบดังกล่าวแล้วก็ให้ทำตามขั้นตอนที่กล่าวไว้ข้างต้น และรออ่านผลเมื่อครบเวลา 15 นาที สรุปคือ หากแปรผลออกมาตัวแถบสีชมพูม่วงขึ้นตรง “C” แสดงว่าไม่พบเชื้อ แต่หากขึ้น IgM แสดงว่าติดเชื้อ หรือเพิ่งติดเชื้อ แต่หากขึ้นที่ IgG แสดงว่าติดเชื้อมานานแล้วตั้งแต่ 7 วันหรือ 15 วันขึ้นไป หากพบเชื้อก็จะต้องส่งตรวจเชื้อด้วยเทคนิค Real-time RT PCR ต่อไป

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


4. ไม่สอดคล้อง เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้จะซ่อนตัวอยู่ในเซลล์ของ host จึงทำให้ยังไม่สามารถตรวจพบได้ จนกว่าร่างกายจะอ่อนแอ เชื้อจึงออกมาจากเซลล์ของ host

การสร้างแอนติบอดีต้องพบกับแอนติเจนก่อนร่างกายจึงจะสร้างพลาสมาเซลล์มาสร้างแอนติบอดี ถ้าไม่พบแอนติบอดีไม่จำเป็นว่าจะไม่เป็นโควิด

ยาแอนติบอดี ค็อกเทล (Antibody Cocktail) หรือ ยาแอนติบอดีแบบผสม จัดอยู่ในกลุ่มยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing Monoclonal Antibodies: NmAbs) เป็นการนำโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Monoclonal Antibody) ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน ได้แก่ คาซิริวิแมบ (Casirivimab) และอิมเดวิแมบ (Imdevimab) ซึ่งเป็นโปรตีนหรือเซลล์สังเคราะห์ที่มีความสามารถในการรับมือกับโรคใดโรคหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง โดยยาแอนติบอดี ค็อกเทลนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กที่จะคอยดูดจับตัวเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัส SAR-CoV-2 ที่มีพื้นผิวรูปเดือยไม่สามารถเกาะเซลล์ของร่างกายได้ ทำให้ไวรัสอ่อนกำลังลงและออกไปจากร่างกายในที่สุด

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


2. เทคนิค RT – PCR

เป็นการ Swab เก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณลำคอ และหลังโพรงจมูก (เช่นเดียวกันกับตรวจ Antigen) แต่จะทราบผลใน 2-3 วัน เนื่องจากต้องมีการวัดผลผ่านห้องปฏิบัติการ ถือเป็นการตรวจที่มีความถูกต้องแม่นยำมากกว่า แต่จะใช้เวลาในการวินิจฉัยตัวอย่างเชื้อนานกว่า และเป็นการตรวจที่แนะนำจาก WHO เนื่องจากสามารถตรวจหาเชื้อในปริมาณน้อยได้

เนื่องจากWHO ได้แนะนำว่าถ้าหากมีเชื้อในปริมาณน้อยจะใช้วิธีนี้เกิดความแม่นยำมากสุด

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


1. หากภาวะไตวายเฉียบพลันเกิดจากความผิดปกติของไต ค่า A , B จะมีแนวโน้มต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ

BUN เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญโปรตีนในร่างกาย และจะถูกกำจัดออกผ่านทางไต เมื่อปริมาณ BUN ในเลือดสูงขึ้นอาจบ่งชี้ถึงการทำงานของไตที่ลดลง และค่าโปรตีนน่าจะมีมาก

คณะเภสัช มหาลัยมหิดล Blood urea nitrogen (BUN) เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญโปรตีนในร่างกาย และจะถูกกำจัดออกผ่านทางไต เมื่อปริมาณ BUN ในเลือดสูงขึ้นอาจบ่งชี้ถึงการทำงานของไตที่ลดลง ค่าปกติ 10-20 mg/dL ค่าสูง การทำงานของไตผิดปกติ การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนมากเกินไป การขาดน้ำ ค่าต่ำ มีความเสี่ยงภาวะขาดสารอาหาร การดูดซึมอาหารไม่ดี หรือตับทำงานผิดปกติ หรือรับยาบางชนิด

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


2. เกิดภาวะ Dehydration

เพราะ Creatinine เป็นของเสียจากกล้ามเนื้อที่จะกำจัดที่ไตดังนั้นการเกิดภาวะ Dehydration ไม่น่าจะส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของCreatinine

กรมการแพทย์ Prerenal azotemia เกิดขึ้นเมื่อปริมาณเลือดที่เข้าสู่ไตลดลง ทำให้มี GFR ลดลง ระดับ blood urea nitrogen (BUN) และระดับครีเอตินีนในเลือด เพิ่มขึ้น ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เนื่องจากกลไก autoregulation ซึ่งควบคุมการกรองของเสียผ่านไต ยังสามารถท�ำงานได

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


2. Monoploid

เพราะในวีดิโอน่าจะเป็นการทำIVF or ICSI ซึ่งจะต้องเป็นการเสปิร์มที่สมบูรณ์และใช้การได้มาผสมภายนอกร่างกายจึงทำให้ต้องเป็นMonoploid

เซลล์สืบพันธุ์ (germ cells) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ในระยะที่ไม่แบ่งตัวมีจำนวนชุดโครโมโซม 1 ชุด เนื่องจากโครโมโซมแต่ละแท่งจะไม่มีคู่ฮอมอโลกัส เซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ได้แก่ เซลล์ไข่ และ เซลล์อสุจิ ตัวอย่างเช่นเซลล์ร่ายกายของคนเรามีโครโมโซม 2 ชุดๆ ละ 23 แท่ง รวมเป็น 46 แท่ง หรือ 23 คู่ ส่วนเซลล์สืบพันธุ์มีจำนวนชุดโครโมโซม 1 ชุด คือมี 23 แท่ง โครโมโซม แท่งที่ 1 ถึงแท่งที่ 22 เป็นโครโมโซมร่างกาย (autosome) ส่วนแท่งที่ 23 เป็นโครโมโซม เพศซึ่งได้แก่โครโมโซม X หรือโครโมโซม Yจากมหาวิทยาลัย มหิดล

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


1. Plastid

เนื่องจากพลาสมิดส่วนใหญ่พบในแบคทีเรียและยีสต์

พลาสมิดตามธรรมชาติอาจพบได้ใน แบคทีเรีย และยีสต์ ในปัจจุบัน E.coli plasmid ถูกนำมาใช้ในการทำ gene cloning และพันธุวิศวกรรมกันอย่างกว้างขวาง และ yeast plasmid ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้ในการตัดต่อ DNA fragment จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

8

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 28.1 เต็ม 119

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา