| 1 |
|
ข้อ ข. |
|
รัทเทอร์ฟอร์ด ได้ทดลองยิงอนุภาคแอลฟา ซึ่งได้จากการสลายตัวของอะตอมฮีเลียมไปยังแผ่นทองคำบาง ๆ แล้วสังเกตการเบี่ยงเบนของรังสี
|
ในปีพ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ลอร์ดเออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด (Lord Ernest Rutherford) ได้ศึกษาแบบจำลองอะตอมของทอมสัน และเกิดความสงสัยว่าอะตอมจะมีโครงสร้างตามแบบจำลองของทอมสันจริงหรือไม่ โดยตั้งสมมติฐานว่า
“ถ้าอะตอมมีโครงสร้างตามแบบจำลองของทอมสันจริง ดังนั้นเมื่อยิงอนุภาคแอลฟาซึ่งมีประจุไฟฟ้าเป็นบวกเข้าไปในอะตอม แอลฟาทุกอนุภาคจะทะลุผ่านเป็นเส้นตรงทั้งหมดเนื่องจากอะตอมมีความหนาแน่นสม่ำเสมอเหมือนกันหมดทั้งอะตอม”
เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้ รัทเทอร์ฟอร์ดได้ทำการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคำบาง ๆ โดยมีความหนาไม่เกิน 10–4 cm โดยมีฉากสารเรืองแสงรองรับ
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ข้อ จ. |
|
C เป็นโลหะ O และ D เป็น อโลหะ C3D และ C2O จึง มีพันธะเหมือนกัน
|
C3D ละลายและแตกตัวในน้ำ และ Cมีจำนวนมากกว่า D ในโมเลกุล อนุมานได้ว่า C เป็นโลหะ และ D เป็นอโลหะ
O เป็น อโลหะ
ดังนั้น C3D เป็นพันธะไอออนิก
และ C2O ก็เป็นพันธะไอออนิกด้วย
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข้อ ก. |
|
ไม่มีข้อถูก
|
ก. O อิเล็กตรอน= 8 N อิเล็กตรอน= 7
ข. O+ อิเล็กตรอน= 7 Ar อิเล็กตรอน= 18
ค. S2- อิเล็กตรอน= 18 Ne อิเล็กตรอน = 10
ง. S2- อิเล็กตรอน = 18 Si อิเล็กตรอน = 14
จ. Ca2+ อิเล็กตรอน = 18 Kr อิเล็กตรอน 36
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ข้อ ง. |
|
232 - 4 -4 -4 -4 = 216
90 -2 -2 -2 -2 +1+1 = 84
|
แอลฟ่า มี เลขมวล = 4 proton = 2
เบต้า มี เลขมวล = 0 proton = -1
เลขมวลของสารตั้งต้น = 232 proton = 90
เลขมวลของผลิตภัณฑ์ = 232 -4 -4 -4 -4 = 216
protonของผลิตภัณฑ์ = 90 -2 -2 -2 -2 +1 +1 = 84 = Po
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ข้อ ค. |
|
CO2 ไม่มีขั้ว
|
C มี อิเล็กตรองวงนอก = 4
O มี อิเล็กตรองวงนอก = 6 ขาด 2 ครบออกเต็ด
CO2 จึงมีพันธะคู่ เป็นเส้นตรง จึงไม่มีขั้ว
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
ข้อ จ. |
|
ข้อ 1 ผิด ClO3-
ข้อ 2 ผิด เรียงผิด
ข้อ 3 SO2 ผิด
|
ข้อ 1 ClO3- มี 3 แขน 1 อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว จึงมีรูปร่างพีระมิตฐานสามเหลี่ยม ไม่ใช่สามเหลี่ยมแบนราบ
ข้อ 2 SO2 มี 2 แขน 1 อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว
H2O มี 2 แขน 2 อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว
ClO3- มี 3 แขน 1 อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว
ClO4- มี 4 แขน
จึงเรียง มุมได้เป็น SO2> ClO4->ClO3->H2O
ข้อ 3 SO2 มี 1 อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว ไม่ใช่ 2
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข้อ ก. |
|
ข้อ 1 ถูก
ข้อ 2 ผิด
ข้อ 3 ผิด
|
ข้อ 1 ถูก เพราะ A มีเลขออกซิเดชั่น = +2 B มีเลขออกซิเดชั่น = +3 C มีเลขออกซิเดชั่น = -2 D มีเลขออกซิเดชั่น = -1
สารประกอบ AD จึงเป็น AD2 สารประกอบ BC จึงเป็น B3C2
ข้อ 2 ผิด เพราะ C D สามารถเป็นไออนิกได้ ขึ้นอยู่กับคาบที่โจทย์กำหนด
ข้อ 3 ผิด เพราะ เช่น Be จุดเดือด = 2970.0 องศาC
B จุดเดือด = 3962.8 องศาC
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ ค. |
|
((80*19.995)+(20*20.005))/100 = 19.997
|
ปริมาณสารสัมพันธ์
มวลอะตอมเฉลี่ย = ∑ (มวลอะตอมไอโซโทป X %ไอโซโทปที่มีในธรรมชาติ)/100
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข้อ ง. |
|
1.5 * 3 = 4.5
|
ปริมาณสารสัมพันธ์
โมลอะตอม = โมลโมเลกุล * จำนวนอะตอมในโมเลกุล
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ข้อ ค. |
|
NaOH 40g = NaOH 1 mol
NaoH 40g = 80 cmกำลัง3
สารละลาย = 200 + 80 80 cmกำลัง3 M = 1000/280 = 4mol/dmกำลัง 3
|
ปริมาณสารสัมพันธ์
1.แปลงกรัมของตัวละลายให้เป็นโมล
2.หาปริมาตรสารละลายจากน้ำและตัวละลาย
3.นำทั้งสองมาหาความเข้มข้น
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข้อ ข. |
|
จากสมการ mol/dm กำลัง 3 = (มวล*1000)/(มวลโมเลกุล* cm กำลัง 3)
หามวลโมเลกุล ได้ = 95
MgCl2 มีมวลโมเลกุล = 95
|
ปริมาณสารสัมพันธ์
Mg มีมวลโมเลกุล = 24
Cl มีมวลโมเลกุล = 35.5
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ข้อ ก. |
|
จุดเยือกแข็ง = 5.5 - (3.3*1000)/(100*152*0.88)
= 5.37 องศา C
|
ปริมาณสารสัมพันธ์
สมบัติคอลลิเกทีฟ (colligative properties) คือสมบัติของสารละลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารละลาย ได้แก่
การลดลงของอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง (freezing point depression)
การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิจุดเดือด (boiling point elevation)
ความดันไอของสารละลาย (vapor pressure)
ความร้อนแฝงของการเป็นไอ (latent heat of vaporization)
ความดันออสโมติก (osmotic pressure)
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ข้อ จ. |
|
H2SO4 เป็นตัวกำหมดปริมาณ จะได้ว่า โมลของ 2KMnO4 = 3H2SO4
คิดเลขจะได้ ((0.2 mol/dm3) * (1 dm3/1000cm3) * ปริมาตร )/2 = ((0.5 mol/dm3)*(100cm3)*(1dm3/1000cm3))/3
ปริมาตร = 166.67 cm3 ไม่มีคำตอบ
|
ดุลสมการเพื่อใช้ในการคำนวนปริมาณสาร
หาสารกำหมดปริมาณ
หาปริมาตรที่ต้องใช้โดยคิดจากmol ของสารกำหมดปริมาณ
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ร้อยละ 10 |
|
Mg2P2O7 มีมวลโมเลกุล = 222 Mg2P2O7 จึงมีโมล = 0.001 โมล
P ใน Mg2P2O7 มี = 62 *0.001 = 0.062 กรัม ผลซักฟอกเดมหนัก
P จากผงซักฟอกจึง = (0.062/0.62)*100 = 10
|
ปริมาณสาร
ปริมาณสาร P ใน Mg2P2O7 ก็คือ P ในผงซักฟอก
ดังนั้นเราต้องหา P ใน Mg2P2O7 ก่อนโดยการหามวลโมเลกุลของ Mg2P2O7
จากนั้น หามวล P ใน Mg2P2O7 แล้วน้ำไปหา ร้อยละของ P ในผงซักฟอก
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
68.25 cm กำลัง 3 |
|
V1/T1 = V2/T2
79.5/318 = V2/273
V2= 68.25
|
ฌัก อาแล็กซ็องดร์ เซซาร์ ชาร์ล (Jacques Alexandre César Charles) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส มีใจความสำคัญว่า ถ้าความดันคงตัว ปริมาตรของแก๊สจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิอุณหพลวัตของแก๊สนั้น ๆ หรือผลหารของปริมาตรกับอุณหภูมิอุณหพลวัตมีค่าคงตัวเสมอ ดังสมการ
V1/T1 = V2/T2
V คือปริมาตร
T คืออุณหภูมิ หน่วย เควิล
|
5 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|