ตรวจข้อสอบ > พัทธนันท์ ชูเชิด > ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ | Sciences > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 60 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


20%

base=5*10ยกกำลัง-2 pH=12 ---> 14=pOH+pH 14=pOH+12 OH- =10 กำลัง -2 ดังนั้น pOH = 2 สูตรการแตกตัว = OH-/base *100 10ยกกำลัง-2 / 5*10ยกกำลัง-2 *100 =20 %

สูตรการแตกตัว = OH-/base *100

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ง.

Zn เป็นมีคุณสมบัติตามโจทย์ และเป็นโลหะ

เมื่อนำโลหะมาทำปฏิกิริยากับกรด จะเกิดผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของกรด และแก๊สไฮโดรเจน โลหะ + กรด ------ > เกลือ + แก๊สไฮโดรเจน และ จากโจทย์ Zn เป็นโลหะ เมื่อนำมาทำปฏิกริยากับกรด ก็จะได้แก๊สไฮโดรเจนตามที่โจทย์ถาม ดังนั้น Zn จึงเป็นคำตอบ

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข้อ ก.

อะตอมของธาตุเดียวกันจะมีโปรตรอนเท่ากันเสมอ

อะตอมของธาตุเดียวกันจะมีโปรตรอนเท่ากันเสมอ

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อ ค.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ ก.

ก๊าซธรรมชาติมีองค์ประกอบส่วนใหญ่คือ มีเทน (CH4)

ก๊าซธรรมชาติจะประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในปริมาณร้อยละ 95 ขึ้นไป ส่วนที่เหลือจะเป็น ไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ปนอยู่เพียงเล็กน้อย ไฮโดรคาร์บอนในก๊าซธรรมชาติ จัดอยู่ในอนุกรมพาราฟิน มีคุณสมบัติอิ่มตัวและไม่เปลี่ยนแปลงทางเคมีในสภาวะปกติ ก๊าซธรรมชาติมีองค์ประกอบส่วนใหญ่คือ มีเทน (CH4) ซึ่งมีน้ำหนักเบาที่สุด และจุดเดือดต่ำที่สุดเป็นส่วนประกอบถึงประมาณร้อยละ 70 ขึ้นไป

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข้อ จ.

โครงสร้างอะตอมของโบร์จะมีระดับพลังงาน

“อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสที่เป็นวงคล้ายกับวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ แต่ละวงจะมีระดับพลังงานเฉพาะตัว ระดับพลังงานของอิเล็กตรอนที่อยู่ใกล้นิวเคลียสที่สุดซึ่งมีพลังงานต่ำสุด เรียกว่า ระดับ K ระดับพลังงานที่อยู่ถัดมาเรียก L M N ตามลำดับ”

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ ข.

เกิดจากอิออนประจุบวกจากสารประกอบแคลเซียมและแมกเนเซียม (หรืออิออน +2, +3)ที่รวมตัวกับอิออนลบซัลเฟต (SO42-), คลอไรด์ (Cl-) หรือไนเตรต(NO3-)

เกิดจากอิออนประจุบวกจากสารประกอบแคลเซียมและแมกเนเซียม (หรืออิออน +2, +3)ที่รวมตัวกับอิออนลบซัลเฟต (SO42-), คลอไรด์ (Cl-) หรือไนเตรต(NO3-)

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข้อ ค.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ข้อ จ.

สารประกอบคือ สารที่เกิดจากธาตุตั้งแต่ ๒ ธาตุขึ้นไปมารวมตัวกันโดยอาศัยปฏิกิริยาเคมี และมีอัตราส่วนผสมคงที่เสมอ สารชนิดใหม่นี้จะมีสมบัติแตกต่างจากสมบัติเดิมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ. ธาตุ (Element) คือ สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยธาตุหรือสารชนิดเดียว ไม่สามารถแยกหรือสลายออกเป็นสารอื่นได้

ธาตุ (Element) คือ สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยธาตุหรือสารชนิดเดียว ไม่สามารถแยกหรือสลายออกเป็นสารอื่นได้ สารประกอบ คือสารที่เกิดจากธาตุตั้งแต่ ๒ ธาตุขึ้นไปมารวมตัวกันโดยอาศัยปฏิกิริยาเคมี และมีอัตราส่วนผสมคงที่เสมอ สารชนิดใหม่นี้จะมีสมบัติแตกต่างจากสมบัติเดิมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


นักวิทยาศาสตร์ทราบลักษณะโครงสร้างโลกได้ จากการศึกษาข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนและศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด

อ้างอิงจาก https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34151

คลื่นไหวสะเทือนเป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ผ่านตัวกลาง และมีการส่งผ่านพลังงานผ่านอนุภาคของตัวกลาง อนุภาคของตัวกลางมีการเคลื่อนที่ แต่ไม่ได้เคลื่อนที่ตามคลื่นไปด้วย คลื่นไหวสะเทือน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. คลื่นในตัวกลาง (Body wave)​ เป็นคลื่นที่มีจุดกำเนิดอยู่ภายในโลก และเคลื่อนที่ผ่านโครงสร้างภายในโลก คลื่นในตัวกลางแบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่ - คลื่นปฐมภูมิ (Primary waves, P waves) มีลักษณะเป็นคลื่นตามยาว อนุภาคตัวกลางเคลื่อนที่ไปแนวเดียวกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางได้ทุกสถานะ มีความเร็วมากกว่าคลื่นทุติยภูมิ - คลื่นทุติยภูมิ (Secondary waves, S waves) มีลักษณะเป็นคลื่นตามขวาง อนุภาคตัวกลางเคลื่อนที่ในทิศทางตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น เคลื่อนที่ผ่านได้เฉพาะตัวกลางที่เป็นของแข็งเท่านั้น 2. คลื่นพื้นผิว (Surface wave) เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ตามแนวผิวโลกหรือใกล้ผิวโลก เมื่อคลื่นไหวสะเทือนเคลื่อนที่ผ่านส่วนต่างๆ ของโลก จะเกิดการหักเห สะท้อน บริเวณรอยต่อของชั้นโครงสร้างโลก ที่ประกอบด้วยหินหรือสารที่มีสมบัติแตกต่างกัน ทำให้สามารถแบ่งโครงสร้างโลกเป็นชั้นได้

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


โลกกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศอื่น ๆ อีกหลายประการ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลทำให้มวลน้ำแข็งละลายและการระเหยเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบทางกายภาพหลายประการเช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบสภาพอากาศ และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหล่านี้เป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนกำลังปรากฏให้เห็น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์ นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายหลายประการต่อระบบนิเวศทางทะเล

อ้างอิงจาก https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-global-warming-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

การเปลี่ยนแปลสภาพภูมิอากาศเกิดจากความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดวงอาทิตย์เปล่งรังสีดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นรังสีคลื่นสั้น เช่น รังสีอัลตร้าไวโอเลตและแสงสว่าง พื้นผิวโลกดูดซับรังสีดวงอาทิตย์บางส่วนและสะท้อนส่วนที่เหลือเป็นรังสีคลื่นยาว รังสีสะท้อนบางส่วนหลุดออกจากพื้นผิวโลก และมีบางส่วนถูกดูดซับไว้โดยก๊าซ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน ก๊าซเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายกับเรือนกระจกและด้วยเหตุนี้จะเรียกว่าก๊าซเรือนกระจก

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ด้านหลังเขาที่เป็นท้ายลม leeward site อากาศจะจมตัวไปตามความลาดเอียงของภูเขา และอากาศจะอุ่่นขึ้นตามภาพที่ โจทย์ให้มาก็จะสังเกตุได้ว่าบริเวณยอดเขาอากาศจะต่ำและเมื่อลาดลงไปตามเขาอากาศจะอุ่นขึ้น ด้านหลังเขา leeward site จึงเกิดความแห้งแล้ง

อ้างอิงจาก โครงการวิจัย An Assessment of Rain Enhancement over Rain Shadow: A Case Study of Khao Soidao, Chanthaburi

โครงการวิจัย An Assessment of Rain Enhancement over Rain Shadow: A Case Study of Khao Soidao, Chanthaburi

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


บริเวณความกดอากาศสูงหรือแอนติไซโคลน คือ บริเวณที่มีความกดอากาศสูงกว่าบริเวณใกล้เคียงที่อยู่รอบๆ ในแผนที่อากาศผิวพื้นแสดงด้วยเส้นความกดอากาศเท่าเป็นวงกลม หรือเป็นวงรีรูปไข่ล้อมรอบบริเวณที่มีความกดอากาศสูง นั่นคือ บริเวณความกดอากาศสูงหรือแอนติไซโคลน จะเป็นบริเวณที่มีความกดอากาศสูงขึ้นจากขอบนอกเข้าสู่ศูนย์กลาง บริเวณความกดอากาศสูง หรือแอนติไซโคลนนี้จะมีกระแสลมพัดออกจากศูนย์กลางในทิศทางตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้ การเคลื่อนไหวของอากาศรอบศูนย์กลางบริเวณความกดอากาศสูง หรือแอนติไซโคลนเช่นนี้ เรียกว่า Anticyclonic Circulation บริเวณความกดอากาศต่ำ (Low Pressure Area หรือ Low) บริเวณความกดอากาศต่ำ คือ บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำกว่าบริเวณใกล้เคียงที่อยู่รอบๆ ในแผนที่อากาศผิวพื้นแสดงด้วยเส้นความกดอากาศเท่าเป็นวงกลมล้อมรอบบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ นั่นคือ บริเวณความกดอากาศต่ำ จะเป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำลงจากขอบนอกเข้าสู่ศูนย์กลาง บริเวณความกดอากาศต่ำนี้จะมีกระแสลมพัดเข้าหาศูนย์กลางในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และในทิศทางตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้ การเคลื่อนไหวของอากาศรอบศูนย์กลางบริเวณความกดอากาศต่ำเช่นนี้ เรียกว่า Cyclonic Circulation ตามปกติในบริเวณความกดอากาศต่ำจะมีเมฆมากและมีฝนตกด้วย บริเวณความกดอากาศต่ำ

อ้างอิงจาก https://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=93

อ้างอิงจาก https://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=93 กรมอุตุนิยมวิทยา

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


stable คือ สภาพอากาศที่เป็นกลางสำหรับอิ่มตัว และเสถียรสำหรับอากาศไม่อิ่มตัว เรียกว่ามี เสถียรภาพ ส่วน Unstable คือสภาพอากาศที่ไม่สเถียรสำหรับสภาพอิ่มตัว และเป็นกลางสำหรับอากาศไม่อิ่มตัว เรียกว่าไม่มี เสถียรภาพ และสภาพสุดท้าย Conditionally unstableอากาศที่ทรงตัวเป็นกลาง นั่นคือ สภาพอากาศอยู่ในสถานะ ที่ไม่เป็นทั้งทรงตัว และไม่ทรงตัว

อ้างอิงจาก สรุปการจัดการความรู้ (KM) ประจ าปี พ.ศ.2561 ส่วนพยากรณ์อากาศ โดย คณะทำงานการจัดการความรู้ส่วนพยากรณ์อากาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง Chiangmai University กรมอุตุนิยมวิทยา

stable เกิดจาก ถ้าอัตราการลดลงของอุณหภูมิของอากาศที่ตรวจวัดได้ จริง (Environment Lapse Rate) น้อยกว่าอัตราอะเดียเบติกแห้ง (Dry Adiabatic Lapse Rate) โดยอัตราการลดลง ของอุณหภูมิที่ตรวจได้ เท่ากับ 0.5°ซ. ต่อ 100 เมตร แต่มวลอากาศที่ไม่อิ่มตัวถูกยกขึ้นไปจะเย็นตัวลงในอัตรา 1°ซ. ต่อ 100 เมตร มวลอากาศก็จะเย็นกว่าอากาศที่อยู่โดยรอบ เมื่อไม่มีแรงยกตัว มวลอากาศจะจมตัวกลับลงมาที่ระดับเดิมเรียก ลักษณะเช่นนี้ว่าการทรงตัวแบบมีเสถียรภาพ การทรงตัวไม่มีเสถียรภาพแบบมีเงื่อนไข (Conditional instability) ถ้าอัตราการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมที่ตรวจวัดได้มีค่ามากกว่าอัตราอะเดียเบติกอิ่มตัว แต่มีค่าน้อยกว่าอัตราอะเดียเบติกแห้ง เมื่อ มวลอากาศถูกยกตัวให้ลอยตัวสูงขึ้นอุณหภูมิจะลดลงตามอัตราอะเดียเบติกแห้ง ซึ่งอุณหภูมิจะต่่ากว่าอุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม จนกระทั่งถึงระดับการกลั่นตัวของไอน้่าหรือระดับฐานเมฆ (Lifting Condensation Level, LCL) หากมวล อากาศถูกยกตัวให้ลอยสูงขึ้นไปได้อีกอุณหภูมิจะลดลงตามอัตราอะเดียเบติกอิ่มตัว (Moist Adiabatic Lapse Rate) จนกระทั่งอุณหภูมิของมวลอากาศและสิ่งแวดล้อมเท่ากัน เรียกกระดับนี้ว่า ระดับการลอยตัวขึ้นอย่างอิสระ (Level of free convection, LFC) และเหนือระดับนี้ขึ้นไปอุณหภูมิของมวลอากาศจะสูงกว่าสิ่งแวดล้อม ท่าให้มวลอากาศสามารถ ยกตัวขึ้นไปได้อย่างอิสระ unsatableถ้ าอัตราการลดลงของอุณหภูมิของ สิ่งแวดล้อมที่ตรวจวัดได้มีค่ามากกว่าอัตราอะเดียเบติกแห้ง เมื่อมวลอากาศถูกยกตัวให้ลอยสูงขึ้น อุณหภูมิจะลดลงตาม อัตราอะเดียเบติกแห้งซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าสิ่งแวดล้อม อากาศก็จะสามารถลอยตัวขึ้นไปได้อย่างอิสระ

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


เสถียรภาพของภูมิอากาศโลกขึ้นอยู่กับสมดุลที่ละเอียดอ่อนระหว่างปริมาณพลังงานที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์และปริมาณพลังงานที่โลกสะท้อนกลับออกไปสู่อวกาศ แต่สมดุลดังกล่าวถูกทำลายลงในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อ้างอิงจากงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนก่อนในวารสาร Nature Communications. การเปลี่ยนแปลงของระบบพลังงานโลกส่งผลอย่างยิ่งต่ออนาคตของภูมิอากาศโลก และความเข้าใจของมนุษยชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันผู้ทำการศึกษาชิ้นนี้พบว่า มีโอกาสน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ที่วิกฤติภูมิอากาศจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ

อ้างอิง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

นักวิจัยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึง 2563 เพื่อระบุว่าการสูญเสียสมดุลพลังงานของโลกมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แล้วจึงใช้แบบจำลองภูมิอากาศเพื่อคาดการณ์ผลกระทบจากระบบพลังงานโลกโดยถอดเอาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ออกจากสมการ ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่าความผันผวนตามธรรมชาติไม่สามารถอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา 20 ปีได้ งานวิจัยชิ้นนี้ฉายภาพให้เห็นว่าการปล่อยแก๊สเรือนกระจกและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ทำให้สมดุลพลังงานโลกเสียไปอย่างไร รวมทั้งส่งผลให้เกิดสภาวะโลกร้อน น้ำทะเลสูง และภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว “การเปลี่ยนแปลงกับโลกของเราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะนำไปสู่ความไม่สมดุลเพราะเรามีพลังงานส่วนเกิดอยู่ในระบบ” Shiv Priyam Raghuraman นักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศและอุทกศาสตร์ที่พรินซ์ตัน ผู้ทำงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว “พลังงานส่วนเกินเหล่านั้นส่งผลกระทบหลากหลายรูปแบบ”

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


125เมตร

s=((U+V)/2 )*t

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อ ง.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


ข้อ ก.

เป็นการต่อตัวต้านทานแบบขนาน

Rรวม = 1/R1 +1/R2......+1/Rn

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


ข้อ ค.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


120J

F=WS

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

26


ข้อ ค.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

27


5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

28


ข้อ จ.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

29


ข้อ จ.

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

30


7

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 16 เต็ม 150

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา