ตรวจข้อสอบ > กมลวรรณ แข่งขัน > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 39 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข. สาร X เป็นสารประกอบเอสเทอร์

สาร X ไม่เป็นสารประกอบเอสเทอร์

เอสเทอร์ เป็นสารประกอบทางเคมีที่เกิดจากออกโซแอซิด (หนึ่งในหมู่ oxo , X=O), และสารประกอบไฮดรอกซิล เช่น แอลกอฮอล์หรือฟีนอล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


สารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 2 โมเลกุล เรียกว่า ไดเพปไทด์

เปปไทด์โดยทั่วไปเป็นโซ่ของกรดอะมิโน โซ่สั้นอาจเป็นที่รู้จักกันโดยเงื่อนไขที่ระบุจำนวนกรดอะมิโนในการจัดกลุ่มเช่นในกรณีของ dipeptides ในขณะที่โซ่ยาวเป็นที่รู้จักกันเพียงแค่ polypeptides หมายถึงความจริงที่ว่าพวกเขามีกรดอะมิโนจำนวนมาก สายยาวของเปปไทด์สามารถเชื่อมโยงกับโปรตีนรูปแบบโครงสร้างที่ซับซ้อนมากขึ้นซึ่งรวมถึงการจัดกลุ่มของกรดอะมิโนจำนวนมาก สิ่งมีชีวิตจำนวนมากมีความสามารถในการสังเคราะห์การก่อตัวของโปรตีนด้วยความช่วยเหลือของเอนไซม์และเอนไซม์ยังสามารถใช้ในการสลายโปรตีนและเปปไทด์ลงในหน่วยที่ร่างกายสามารถประมวลผลได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ง.

เนื่องจากกรดกลูตามิกเป็นโปรตีนเมื่อนำไปตรวจสอบจึงมีโปรตีนจึงต้องมีสีม่วงเข้มและสารละลายเบเนดิกต์เมื่อนำไปตรวจมันฝรั่งจากพบคาร์โบไฮเดรตจึงมีตะกอนแดง เมื่อนำสารละลายไปตรวจในซูโครสจะไม่พบแป้งจึงทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

วิธีทดสอบคาร์โบไฮเดรต 1. คาร์โบไฮเดรตพวกที่มีรสหวาน ทดสอบโดยใช้สารละลายเบเนดิกส์ ซึ่งมีสีฟ้า ผลการทดสอบ เป็นดังนี้ เมื่อนำน้ำตาลกลูโคส + สารละลายเบเนดิกส์ แล้วนำไปต้ม จะเปลี่ยนสีสารละลายเบเนดิกส์จากสีฟ้าเป็นตะกอนสีส้มแดง วิธีทดสอบโปรตีน ทดสอบด้วยการนำอาหารมาทดสอบกับสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตซึ่งมีสีฟ้า และสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือเรียกว่า การทดสอบไบยูเร็ต ผลการทดสอบเป็นดังนี้ โปรตีน + (สารละลายคอปเปอร์(II) ซัลเฟต + สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ จะเปลี่ยนสีสารละลายดังกล่าวจากสีฟ้าเป็นสีม่วงแกมแดง สารละลายไอโอดีน : มีสีน้าตาลเหลือง ใช้ทดสอบ : แป้ง วิธีการทดสอบ : หยดสารละลายไอโอดีน 1 หยดลงใน สารละลายที่ต้องการทดสอบ ผลการทดสอบ : ถ้าน้าไปทดสอบสารใด ๆ แล้วเปลี่ยนจากสีน้าตาลเหลือง เป็นสีน้าเงินเข้มหรือสีน้าเงินปนม่วง แสดงว่ามีแป้ง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


1. จำนวนพันธะเพปไทด์ 10 2. จำนวนโมเลกุลของน้ำที่ใช้ต่อ 1 โมเลกุลของพอลิเพปไทด์ 3 3. จำนวนโมเลกุลของกรดอะมิโน 50 4. จำนวนชนิดของกรดอะมิโน 20 5. จำนวนกรดอะมิโนที่เป็น กรด : เบส : กลาง 10.20.30 6. ประเภทของเพปไทด์ ไตรเพปไทด์

1. จำนวนพันธะเพปไทด์ 2. จำนวนโมเลกุลของน้ำที่ใช้ต่อ 1 โมเลกุลของพอลิเพปไทด์ 3. จำนวนโมเลกุลของกรดอะมิโน 4. จำนวนชนิดของกรดอะมิโน 5. จำนวนกรดอะมิโนที่เป็น กรด : เบส : กลาง 6. ประเภทของเพปไทด์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


2

ไอโซเมอร์ (อังกฤษ: Isomer) เป็นโมเลกุลที่มีสูตรเคมีเหมือนกันแต่มีโครงสร้างทางเคมีต่างกัน[1] ไอโซเมอร์ 2 ตัวไม่จำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติคล้ายกัน เว้นแต่ว่าไอโซเมอร์ทั้งสองจะอยู่ในหมู่ฟังก์ชันเดียวกัน ไอโซเมอร์มีหลายชนิดเช่น stereoisomers, enantiomers, geometrical isomers, เป็นต้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ จ.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข. ธนนท์แช่เนื้อไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมทำอาหาร

การแช่อาหารแช่แข็งไว้ไม่ได้ทำให้โปรตีนเปลี่ยนแปลงหรือแปรสภาพหรือหายไป

การสูญเสียสภาพธรรมชาติของโปรตีน การเปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติของโปรตีน มีผลทำให้โครงสร้างทางเคมีเปลี่ยนไปแต่ไม่ทำลายพันธะเพปไทด์ (peptide bond) ซึ่งเป็นพันธะระหว่างกรดแอมิโน (amino acid) ในโมเลกุลของโปรตีน แต่มีพันธะไฮโดรเจนซึ่งทำให้เกิดโครงสร้างระดับต่างๆ ของโปรตีน (protein stucture) ถูกทำลาย โครงสร้างจึงเกิดการคลายตัว (unfolded) เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมตามธรรมชาติเป็นโครงสร้างใหม่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ง. 1, 2 และ 4

ข้อ 3ผิด ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และ 50 องศาเซลเซียส เอนไซม์ไม่เกิดการแปลงสภาพบางส่วน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข.นํ้าตาลทาราย,แป้ง

สารxเป็นสารที่ไม่มีแป้งแต่สารyมีแป้ง จากการทดลอง

สารละลายไอโอดีน : มีสีน้าตาลเหลือง ใช้ทดสอบ : แป้ง วิธีการทดสอบ : หยดสารละลายไอโอดีน 1 หยดลงใน สารละลายที่ต้องการทดสอบ ผลการทดสอบ : ถ้าน้าไปทดสอบสารใด ๆ แล้วเปลี่ยนจากสีน้าตาลเหลือง เป็นสีน้าเงินเข้มหรือสีน้าเงินปนม่วง แสดงว่ามีแป้ง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


2 เท่า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


กรดอะมิโนจำเป็น

จากกรดอะมิโนทั้งหมด 20 ชนิดกรดอะมิโน 9 ชนิดไม่สามารถสังเคราะห์ได้ในร่างกายของเราและเราจำเป็นต้องนำมันเข้าไปในอาหารของเรา เหล่านี้เรียกว่า กรดอะมิโนที่จำเป็นหรือขาดไม่ได้. กรดอะมิโนที่จำเป็น ได้แก่ Histidine, Isoleucine, Leucine, Lysine, Methionine, Phenylalanine, Threonine, Tryptophan และ Valine

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ ข.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ง.

เนื่อง จากเป็นไดเปปไทด์

เป็นส่วนย่อยของโมเลกุลโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดแอมิโน 2 โมเลกุลต่อกันด้วยพันธะเพปไทด์ ...

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อ ง.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ไข กับ น้ำ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ทำให้โมเลกุลเหล่านี้แตกตัวกลายเป็นโมเลกุลเล็กๆ เป็นเนื้อเดียวกับเลือด เพราะไขมันโคเลสเตอรอลที่ไม่ละลายจะไม่รวมตัวกับน้ำและไม่ละลายในเลือด แต่จะจับตัวเป็นก้อนตกตะกอนอยู่ตามผนังเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตันและโรคสมองและหัวใจขาดเลือดตามมาในที่สุด แต่เลซิตินมีคุณสมบัติช่วยทำให้ไขมันโคเลสเตอรอลและน้ำรวมตัวกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้ไขมันโคเลสเตอรอลไม่เกาะติดกับผนังเส้นเลือดและช่วยเพิ่มระบบการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น

เลซิติน (Lecithin) คือ สารธรรมชาติที่ประกอบด้วยกรดไขมัน ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 2 ตัว ได้แก่ โคลีน (Choline) และอินอสซิตอล (Inositol) สามารถพบเลซิตินได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ สำหรับในร่างกายของมนุษย์จะพบมากในอวัยวะสำคัญอย่าง หัวใจ ตับ ไต และในสมองมีเลซิตินเป็นส่วนประกอบถึง 30% ดังนั้นเลซิตินจึงถือว่าเป็นสารอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกายหลายระบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ จ. 10 แบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ก. 1 ชนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

จ. 4 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต โปรตีน และกรดนิวคลีอิก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ ส่วนมากพบใน DNA และ RNA

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 49.05 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา