ตรวจข้อสอบ > พิมพ์ลภัทร สะนะพันธ์ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 141 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ก. X สารมารถเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารมีกลิ่น

จากโจทย์ถามข้อผิด ดังนั้นต้องตอบข้อ ก. ผิด เพราะ หากพิจารณาจากกฎทรงมวล มวลก่อนเริ่มปฏิกิริยา จะเท่ากับมวลหลังทำปฏิกิริยา (ในสมการเคมีที่ดุลแล้ว) เนื่องจากเมื่อคิดสูตรของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ Y ได้เป็น C3H8O3 เมื่อลบจำนวนโมลอะตอมจากสารประกอบโซเดียมไฮดรอกไซด์ คือ 3O และ 3H จะทำให้ทราบว่าสูตรโมเลกุลของสาร X คือ C3H5 ซึ่งเมื่อพิจารณาสูตรโครงสร้างแล้วจะพบว่าเป็นพันธะเดี่ยวทั้งหมด หากพิจารณาสาเหตุของการเกิดกลิ่นหืนจะพบว่ามาจาก oxygen ในอากาศทำปฏิกิริยากับพันธะคู่ระหว่างอะตอมคาร์บอนของ fatty acid แต่จากโจทย์พบว่าสาร X ไม่มีโครงสร้างที่เป็นพันธะคู่อยู่เลยดังนั้นจะไม่มีโอกาสที่ออกซิเจนจะเข้าทำปฏิกิริยากับพันธะคู่จนทำให้เกิดกลิ่นหืน ดังนั้นตัวเลือก ก. จึงเป็นตัวเลือกที่ผิด

Britannica, T. Editors of Encyclopaedia (2022, January 24). rancidity. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/science/rancidity

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


Dipeptide bond เนื่องจากประกอบขึ้นจาก 2 aminoacid unit เกิดกระบวนการเชื่อมอะมิโนสองชนิดด้วยการดึงน้ำออก (Dehydration) เพื่อสร้าง peptide bond ระหว่าง -NH2 และ -COOH

https://byjus.com/jee/peptide-bond/

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ข.

A: ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ glutamic acid ไม่มี peptide bond การตรวจสอบด้วย Biuret reaction จึงให้ผลเป็น negative เพราะสีที่เกิดจากปฏิกิริยานี้มาจากการที่ CuSO4 เปลี่ยนเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของ Cu2+ และ N ในสารประกอบที่มี peptide bond B; เกิดตะกอนแดง เพราะแป้งถูก hydrolized แล้วสารที่ได้ในการทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกซ์จึงคือน้ำตาล ดังนั้นจึงสามารถเกิดปฏิกิริยา และเปลี่ยนสีเป็นตะกอนแดงได้ C: ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะสารละลาย Iodine ใช้ในการตรวจสอบ polysaccharide แต่จากโจทย์ sucrose เป็น disaccharide จึงไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาได้

https://microbenotes.com/biuret-test-for-protein/ https://chem.libretexts.org/Bookshelves/Biological_Chemistry/Supplemental_Modules_(Biological_Chemistry)/Carbohydrates/Case_Studies/Starch_and_Iodine https://chem.libretexts.org/Bookshelves/Biological_Chemistry/Supplemental_Modules_(Biological_Chemistry)/Carbohydrates/Case_Studies/Starch_and_Iodine

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


1) 7 bonds 2) 7 molecules of water 3) 8 amino acid 4) 5 types 5) 2 : 4 :1 6) heptapeptide bond

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


1 ไอโซเมอร์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ จ.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ก.โปรตีนถูกทำลายให้เกิด denaturation ด้วย pH ของมะนาว ข.โปรตีนอาจยังไม่มีการเสียสภาพเนื่องจากอุณหภูมิของตู้เย็นไม่ได้ต่ำมากจนทำให้โปรตีนเสียสภาพได้ แต่เป็นการทำให้อุณหภูมิลดลงเพื่อชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อจุลชืพ ค.โปรตีนถูกทำให้เสียสภาพจากความร้อน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


จ. 1, 2, 3 และ 4

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ค. กลูโคส,นํ้าตาลทราย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ ค.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ข.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อ จ.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


x = fatty acid y= alcohol

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ทำหน้าที่คล้าย emulsifier ทำให้เกิดการแตกเป็นโมเลกุลขนาดเล็กและละเอียด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ ข. 4 แบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ง. 4 ชนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ข. ไดแซคคาไรด์ที่ได้จากการย่อยสลายเซลลูโลสและอะไมเลสมีโครงสร้างเหมือนกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 31.9 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา