| 1 |
|
ก. X สารมารถเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารมีกลิ่น |
|
จากโจทย์ถามข้อผิด ดังนั้นต้องตอบข้อ ก. ผิด เพราะ
หากพิจารณาจากกฎทรงมวล มวลก่อนเริ่มปฏิกิริยา จะเท่ากับมวลหลังทำปฏิกิริยา (ในสมการเคมีที่ดุลแล้ว) เนื่องจากเมื่อคิดสูตรของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ Y ได้เป็น C3H8O3 เมื่อลบจำนวนโมลอะตอมจากสารประกอบโซเดียมไฮดรอกไซด์ คือ 3O และ 3H จะทำให้ทราบว่าสูตรโมเลกุลของสาร X คือ C3H5 ซึ่งเมื่อพิจารณาสูตรโครงสร้างแล้วจะพบว่าเป็นพันธะเดี่ยวทั้งหมด
หากพิจารณาสาเหตุของการเกิดกลิ่นหืนจะพบว่ามาจาก oxygen ในอากาศทำปฏิกิริยากับพันธะคู่ระหว่างอะตอมคาร์บอนของ fatty acid แต่จากโจทย์พบว่าสาร X ไม่มีโครงสร้างที่เป็นพันธะคู่อยู่เลยดังนั้นจะไม่มีโอกาสที่ออกซิเจนจะเข้าทำปฏิกิริยากับพันธะคู่จนทำให้เกิดกลิ่นหืน
ดังนั้นตัวเลือก ก. จึงเป็นตัวเลือกที่ผิด
|
Britannica, T. Editors of Encyclopaedia (2022, January 24). rancidity. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/science/rancidity
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
|
|
Dipeptide bond เนื่องจากประกอบขึ้นจาก 2 aminoacid unit
เกิดกระบวนการเชื่อมอะมิโนสองชนิดด้วยการดึงน้ำออก (Dehydration) เพื่อสร้าง peptide bond ระหว่าง -NH2 และ -COOH
|
https://byjus.com/jee/peptide-bond/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข้อ ข. |
|
A: ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ glutamic acid ไม่มี peptide bond การตรวจสอบด้วย Biuret reaction จึงให้ผลเป็น negative เพราะสีที่เกิดจากปฏิกิริยานี้มาจากการที่ CuSO4 เปลี่ยนเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของ Cu2+ และ N ในสารประกอบที่มี peptide bond
B; เกิดตะกอนแดง เพราะแป้งถูก hydrolized แล้วสารที่ได้ในการทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกซ์จึงคือน้ำตาล ดังนั้นจึงสามารถเกิดปฏิกิริยา และเปลี่ยนสีเป็นตะกอนแดงได้
C: ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะสารละลาย Iodine ใช้ในการตรวจสอบ polysaccharide แต่จากโจทย์ sucrose เป็น disaccharide จึงไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาได้
|
https://microbenotes.com/biuret-test-for-protein/
https://chem.libretexts.org/Bookshelves/Biological_Chemistry/Supplemental_Modules_(Biological_Chemistry)/Carbohydrates/Case_Studies/Starch_and_Iodine
https://chem.libretexts.org/Bookshelves/Biological_Chemistry/Supplemental_Modules_(Biological_Chemistry)/Carbohydrates/Case_Studies/Starch_and_Iodine
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
|
|
1) 7 bonds
2) 7 molecules of water
3) 8 amino acid
4) 5 types
5) 2 : 4 :1
6) heptapeptide bond
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
|
|
1 ไอโซเมอร์
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
ข้อ จ. |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง |
|
ก.โปรตีนถูกทำลายให้เกิด denaturation ด้วย pH ของมะนาว
ข.โปรตีนอาจยังไม่มีการเสียสภาพเนื่องจากอุณหภูมิของตู้เย็นไม่ได้ต่ำมากจนทำให้โปรตีนเสียสภาพได้ แต่เป็นการทำให้อุณหภูมิลดลงเพื่อชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อจุลชืพ
ค.โปรตีนถูกทำให้เสียสภาพจากความร้อน
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
จ. 1, 2, 3 และ 4 |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ค. กลูโคส,นํ้าตาลทราย |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ข้อ ค. |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ข้อ ข. |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ข้อ จ. |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
|
|
x = fatty acid
y= alcohol
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
|
|
ทำหน้าที่คล้าย emulsifier ทำให้เกิดการแตกเป็นโมเลกุลขนาดเล็กและละเอียด
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ข้อ ข. 4 แบบ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
ข้อ ง. 4 ชนิด |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง
|
ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
ข้อใดไม่ถูกต้อง
|
ข. ไดแซคคาไรด์ที่ได้จากการย่อยสลายเซลลูโลสและอะไมเลสมีโครงสร้างเหมือนกัน |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|