| 1 |
|
5. 7-methylguanosine ทางด้าน 5/ มีส่วนสำคัญต่อการป้องกันการทำลายของสาย mRNA |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
4. DNA Polymerase I เป็น DNA-Dependent DNA Polymerase ไม่มีคุณสมบัติ 3/ ไป 5/ Exonuclease แต่มีคุณสมบัติ |
|
เพราะ DNA Polymerase 1 เป็น endonuclease ไม่มีแต่ exonuclease มี
|
ดังด้านบนที่ตอบไปหากเป็น endonuclease จะมีทิศ 5’-3’ จะตรงข้ามกับ exonuclease
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
1. mRNA Vaccine อาศัยสารเคมีภายในเซลล์เพื่อสร้าง Protein Antigen Subunit และ mRNA จะเป็น Immunogen กระตุ้นภูมิคุ้มกัน |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ZIFT GIFT IUI |
|
เพราะมันเลยระยะไซโกตมาแล้ว
|
ข้อความด้านบนที่เป็นโจทย์ระบุแล้ว
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
6 มี 29-156-190-276-1644-1312-752 เบสแพร์ |
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
1 |
|
เพราะ 2 ตัวหลังมีฤทธิ์ทำลายแบคทีเรียที่ดื้อยาตัวแรกใช้กับแบคทีเรียที่ไม่ดื้อยาหมายความว่าถ้าแบคทีเรียดื้อยาก็จะสามารถดำรงชีวิตต่อได้
|
จากตารางข้างต้นเชื้อโรคที่มี plasmid ที่มียีนต่อต้านยาจำพวกนี้สามารถเกิดการดื้อยาและไม่ตายได้
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
2. หนูกลุ่มที่ 3 เท่านั้น |
|
เพราะพิจารณาจากฮอร์โมนไหนที่ควบคุมการทำงานเกี่ยวกับการดูดน้ำกลับของร่างการนั่นก็คือ ADH ซึ่ง ADH ถูกสร้างที่ไฮโพทาลามัสแล้วเก็บที่ posterior pituitary gland โดยไม่ได้ผ่านเส้นเลือดแต่ผ่านทางเซลล์ประสาทแทนเรียกว่า neurohormone ซึ่งหากพิจารณาตามข้อความดังนี้แล้วข้อ 1 ผิดเนื่องจากการผูกที่เส้นเลือดไม่ได้มีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนของ posterior pituitary gland ข้อ 2 ผิดเนื่องจากการที่ปิดกั้นเส้นทางการออกฤทธิ์ของ ADH ซึ่งเป็นฮอร์โมนก็ย่อมทำให้อวัยวะปลายทางไม่มีการตอบสนองต่อฮอร์โมนนั้น ข้อที่ถูกจึงเหลือเพียงข้อเดียวข้อที่ 3 ถูกต้องเพราะหากดื่มน้ำน้อยร่างกายจะตอบสนองให้มีการดูดกลับน้ำกลับมากขึ้นทำให้ความเข้มข้นของสารละลายมากขึ้นเพราะฮอร์โมนไม่ได้ถูกขัดขวางหรือปิดกั้นนั่นเอง
|
ADH เป็น neurohormone สร้างจาก hypothalamus เก็บที่ posterior pituitary gland แล้วออกฤทธิ์ที่ collecting duct and distal convoluted tubule และใช้ระบบหมุนเวียนเลือกในการขนส่งไปสู่อวัยวะปลายทาง ใช้เกณฑ์นี้ในการพิจารณา
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
2. ลูกสาวติดเชื้อไวรัสนี้จากแม่ |
|
ข้อ 1 ผิดเนื่องจากคนที่ไม่ตรวจพบแอนติบอดี้อาจจะติดเชื้อก็ได้แต่เพียงอยู่ในระยะ window period ซึ่งหมายความว่าติดแต่ร่างกายยังไม่มีแอนติบอดี้ที่ถูกสร้างมาป้องกันหรืออาจจะมีน้อยมาก ๆ
ข้อ 2 มีความเป็นไปได้สูงเนื่องจากหากดูที่กราฟแม่ที่อยู่ในระยะพักฟื้นนั้นสังเกตได้จาก IgG ที่ถูกพบเพียงอย่างเดียวนั่นหมายความว่าแม่ได้มีโอกาสเริ่มเป็นคนแรกในบ้านหลังนี้ต่อมาลูกสาวที่พบภูมิคุ้มกันทั้ง IgG และ IgM ก็อาจจะได้รับเชื้อมาจากแม่ซึ่งอยู่ในระยะของ decline stage ซึ่งเริ่มมีการสร้าง IgG มาป้องกันซึ่งมีความเป็นไปได้สูง
ข้อ 3 เป็นไปไม่ได้เนื่องจากลูกชายมีเพียง IgM กล่าวคือเป็นระยะ decline เหมือนลูกสาวแต่เป็นระยะที่เกิดก่อนลูกสาวนั่นหมายความว่าไม่มีโอกาสที่ลูกชายจะแพร่ได้เพระาหากแพร่ก่อนลูกชายจะต้องมีระยะหลังจากลูกสาว
เพียงสามข้อนี้ก็สามารถสรุปข้อที่เหลือได้จากข้อความวิเคราะห์ข้าวต้นแล้ว
|
พิจารณาจากกราฟด้านบนว่าระยะ window period,decline,convalescent มีจุดอะไรที่สำคัญที่บ่งชี้การติดต่อและระยะของโรคได้ซึ่งสามารถสังเกตได้จากปริมาณเชื้อปริมาณ IgG ปริมาณ IgM ที่เปลี่ยนไป
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
5. ไม่สอดคล้อง เนื่องจากเป็นการตรวจที่ใช้วิธีหรือเทคนิคที่ต่างกัน จึงไม่สามารถนำผลมาเปรียบเทียบกันกได้ |
|
ไม่สอดคล้องเพราะการตรวจโควิด 19 แบบแหย่บอกได้เพียงว่าติดหรือไม่อาจจะไม่ได้สัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับแอนติบอดี้ในร่างกายเนื่องจาก 1.ใช้วิธีตรวจคนละประเภท 2.เป้าหมายในการตรวจไม่เหมือนกัน จาก 2 ข้อนี้ก็สามารถสรุปได้แล้วว่าการตรวจโควิด 19 แบบแหย่นั้นบอกเพียงว่าติดหรือไม่ หาได้บอกถึงปริมาณของแอนติบอดี้ที่สร้างขึ้นเพื่อนสนองไม่
|
เพราะการตรวจโควิดแบบแหย่จากโจทย์นั้นไม่ได้บอกถึงปริมาณของแอนติบอดี้ ซึ่งการตรวจแอนติบอดี้นั้นก็ตรวจคนละแบบกันจึงอาจจะไม่มีความสัมพันธ์กันเพราะอาจจะอยู่ช่วง window period ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
2. เทคนิค RT – PCR |
|
เพราะการตรวจโควิดต้องใช้เทคนิค RT PCR ในการเพิ่มจำนวนแล้วตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสที่ต้องการตรวจได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในทางการแพทย์
|
RT PCR เป็นปฏิกริยาลูกโซ่ของเอนไซม์ที่ใช้ในการเพิ่มจำนวนของสารพันธุกรรมมีความเหมาะสมในการเพิ่มจำนวนไวรัสเพื่อตรวจหาเชื้อ
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
2. การพบน้ำตาลกลูโคสในปัสสาวะเป็นการระบุได้ชัดเจนว่านายเดชเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน |
|
เพราะการพบกลูโคสในไตหมายถึงว่าไตทำงานผิดปกติ
|
สิ่งที่กรองกลูโคสคือโกลเมอรูลัสและถูกดูดกลับที่ท่อขดส่วนต้นซึ่งหากมีการทำงานที่ผิดปกติก็หมายความว่าไตทำงานผิดปกติ
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
3. เกิดภาวะ muscular dystrophy |
|
เพราะข้ออื่นทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้นย่อมทำให้ค่า creatinine สูงขึ้นนั่นหมายถึงการทำงานของไตลดลงแต่การที่เป็นภาวะ muscular dystrophy ไตยังทำงานปกติและกล้ามเนื้อก็ยังลีบทำให้เกิดของเสียกล้ามเนื้อลดลงด้วยจึงไม่ใช่สาเหตที่ทำให้ค่าของสารนี้สูงขึ้น
|
ภาวะขาดน้ำทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้นในการดูดน้ำกลับและกรองของเสีย
ภาวะกล้ามเนื้อสลายก็ทำให้ค่าสารนี้สูงขึ้นเนื่องจากกล้ามเนื้อที่สลายนั้นได้ปลดปล่อยสารนี้ออกมาในกระแสเลือดจึงพบได้มากกว่าคนปกติ
การอุดตันท่อปัสสาวะยังทำให้ไตทำงานหนักขึ้นได้หากเป็นนาน ๆ อาจจะเกิดไตวายเรื้อรัง
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะก็ทำให้ประสิทธิภาพของไตลดลงเช่นกัน
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
2. Monoploid |
|
เพราะโครโมโซมในเซลล์สืบพันธ์ของมนุษย์เป็น Haploid ที่ได้จากการแบ่งตัวแบบไมโอซิส
|
การแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์จะแบ่งตัวแบบไมโอซิสซึ่งจะได้เซลล์ที่มีชุดโครโมโซมเป็น N เดียวจาก 2N
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
1. Plastid |
|
Plastid ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแปลรหัสของสารพันธุกรรมเพื่อสร้างโปรตีนโดยที่โปรตีนเหล่านี้ถูกแปลรหัสที่ Cytoplasm โดยอาศัยการทำงานของ mRNA และ Ribosome ซึ่ง mRNA ก็ได้มาจากการถอดรหัสจาก DNA ดังนั้นข้อที่ไม่เกี่ยวข้องคือ Plastid
|
การแปลรหัสต้องอาศัย mRNA และ Ribosome ที่ cytoplasm โดย mRNA ได้มากจากการถอดรหัสของ DNA ที่ Nucleus
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
1. DNA polymerase |
|
เพราะเราไม่ได้ต้องการสร้าง DNA จึงไม่จำเป็นต้องใช้ DNA Polymerase ในการสร้างส่วนส่วนประกอบอื่น ๆ เป็นโครงสร้างที่สำคัญที่ทำให้เกิดสารนี้
|
DNA polymerase ใช้ในการจำลองโมเลกุล DNA
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
|
|
|
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
2. DNA |
|
เพราะปัจจัยที่ใช้ในกรับในการ initiation อาศัย mRNA ribosome IF GTP ATP ส่วน DNA ไม่จำเป็นต้องมีเพราะไม่ได้ใช้
|
การเกิด Initiation complex เกิดจากการต่อสาย mRNA ขึ้นเมื่อมี mRNA ที่ทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของ DNA ก็ไม่จำเป็นต้องมี DNA อีกต่อไปนี้การเกิดกระบวนการนี้
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
1. ICSI |
|
เพราะเป็นการเลือกอสุจิที่แข็งแรงมากที่สุดนำมาผสมไข่แบบเจาะจงที่ภายนอกร่างกายโดยใช้ไข่ฟองเดียวและฉีดอสุจิเข้าไปในไข่ด้วยเข็มตามวิดิโอ
|
การทำ ICSI เป็นการนำอสุจิมาผสมกับไข่นอกร่างกายโดยที่มีการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงผสมกับไข่ 1 ฟองโดยผ่านเข็มขนาดเล็ก
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
2. Metaphase II |
|
เพราะเป็นระยะที่ไข่พร้อมผสมมากที่สุดโดยหากอยู่ในร่างกายจะเรียกระยะที่หยุดชะงักนี้ว่า Miotic arrest ซึ่งจะหยุดการแบ่งเซลล์
|
ระยะ metaphase II หรือ miotic arrest เหมาะสำหรับการนำอสุจิมาผสมเนื่องจากมีการหยุดชะงักไว้รอการปฏิสนธิ
|
8 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|