ตรวจข้อสอบ > ขนิษฐา เนาว์ประเสริฐ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 123 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เมื่อนำน้ำมันหยดลงในสาร Y สาร Y จะหันไออนลบไปล้อมรอบเกิดเป็นสารอิมัลชัน

เพราะเมื่อหยดน้ำมันลงในสารY(สบู่) สารY จะหันด้านที่ไม่มีขั้วเข้าหาน้ำมันไม่ใช่หันไอออนลบเข้าหาน้ำมัน

สารละลายX ไม่สามารถละลายน้ำได้แต่สามารถละลายได้ดีในสารเฮกเซนที่เป็นของเหลวในอุณหภูิมห้อง และเมื่อเรานำสารละลายXมาต้มกับสารละลายNaOH แต่สารละลายYเป็นสบู่จึงจะหันไปหาด้านที่ไม่มีไอออนแทนที่จะหันหน้าเข้าหาฝั่งที่มีไอออนลบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


หมู่COOHและหมู่NH 2ที่จะทำปฏฺิกิริยากันจะต้องเป็นหมู่ที่เกิดพันธะกับa-Carbon ไม่ใช่อยู่ในหมู่R

หมู่COOHและหมู่NH 2ที่จะทำปฏฺิกิริยากันจะต้องเป็นหมู่ที่เกิดพันธะกับa-Carbon ไม่ใช่อยู่ในหมู่R

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ข.

กรดกลูตามิก ไม่มีพันธะเพปไทด์จึงไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSo/NaOH แป้งมันฝรั่ง เมื่อไฮโดรไลส์แล้วจะได้น้ำตาลกลูโครสจึงทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนกอนสีแดงอิฐของ Cu 2 O น้ำตางกลูโครสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน

สารละลาย CuSo/NaOH แป้งมันฝรั่ง เมื่อไฮโดรไลส์แล้วจะได้น้ำตาลกลูโครสจึงทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนกอนสีแดงอิฐของ Cu 2 O น้ำตางกลูโครสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


เพราะมีพันธะเพปไทด์ 5 พันธะและมีกรดอมิโน 6โมเลกุล

O / O / O / O / H 2NCHC / NHCHHC/ NHCH 2 C/ NHCHC/ CH 3/ CH 2/CH 2 OH CH 2 COOH O / O NHCHCH 2 C/ NHCHCH 2 CNH 2 / COOH

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ ค.

จากการคาดเดาและหาแอลฟาแล้วคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือข้อ ค.

O NH2 HO-C-CH2-CH-CH2-NH2 ไม่ใช่แอลฟาอะมิโนแอซิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ก. ดาวิกาชอบบีมมะนาวลงในกุ้งเต้น

เพราะมะนาวมีรฤธิ์ เป็นกีด

ความเป็นกรดเบสของสสาร

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ง. 1, 2 และ 4

1 มีอุณหภูิม35 cและค่าph 6-7 2 มีอุณหภูมิ80 cและค่าph8และไม่เกิน8 4 ph 5เกิดสารละลายสีแดงมากกว่า ph4 แสดงว่าค่าph5 เอนไซม์เกิดการแปลสภาพน้อยกว่า ย้4

ค่าph4ที่สูงกว่าค่าph5 เกิดเอนไซม์มากกว่าค่าph5 ซึ่งนั่นก็แปลว่าถ้าค่าphสูงเอนไซม์จะต่ำแต่ถ้าค่าphต่ำต่าเอนไซม์จะสูง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ง. กลูโคส,แป้ง

เพราะกลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายของเบเนดิกต์ทำให้เกิดตะกอนสีแดงอิฐ และแป้งทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนให้กลายเป็นสารสีน้ำเงินบีเมื่อถูกไฮโดรไลซ์ กลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายของเบเนดิกต์จนเกิดตะกอนสีแดงอิฐ

กลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายของเบเนดิกต์ทำให้เกิดตะกอนสีแดงอิฐ ส่วนแป้งทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนให้กลายเป็นสารสีน้ำเงินบีเมื่อถูกไฮโดรไลซ์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


เหตุผล จากข้อมูลการเรียงตัวของสายเพปไทด์จะเริ่มต้นด้วยปลายด้านหมู่อะมิโนและไปสิ้นสุด ที่ปลายด้านคาร์บอกซิลิก ดังนั้น กรดอะมิโนตัวแรกคือ Arg คือสา ที่ 2 ตามด้วยสายที่ 6 Arg - Pro - Pro - Gly - Phe - Ser - Pro - Phe - Arg สายที่ 1 สายที่ 3 สายที่ 4 และสายที่ 5 เป็นสายสุดท้าย ดังนั้น กรดอะมิโนตัวสุดท้ายคือ Arg และมีกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ตัว การเรียงตัวของกรดอะมิโน ดังนี้ Arg - Pro - Pro - Gly - Phe - Ser - Pro - Phe - Arg

หตุผล จากข้อมูล การจัดเรียงของสายโซ่เปปไทด์เริ่มต้นด้วยส่วนปลายและส่วนปลายของอะมิโน ที่ปลายคาร์บอกซิลิก ดังนั้น กรดอะมิโนตัวแรก Arg จึงเป็นสายโซ่ที่ 2 ตามด้วยสายที่ 6 Arg - Pro - Pro - Gly - Phe - Ser - Pro - Phe - Arg สายที่ 1, 3, 4 และ 5 เป็นสายสุดท้าย ดังนั้นกรดอะมิโนตัวสุดท้ายคือ Arg และมีกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ตัว การจัดเรียงของกรดอะมิโนมีดังนี้: Arg - Pro - Pro - Gly - Phe - Ser - Pro - Phe - Arg

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ ค.

แท้จริงแล้ว ไนโตรซามีนไม่ได้ถูกเติมลงในอาหารโดยตรงแต่เกิดจากสารต่างๆ ประเภทของไนไตรต์ที่เติมลงในอาหารประเภทเนื้อสัตว์เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาแดงกับเอมีนในอาหาร

แท้จริงแล้ว ไนโตรซามีนไม่ได้ถูกเติมลงในอาหารโดยตรงแต่เกิดจากสารต่างๆ ประเภทของไนไตรต์ที่เติมลงในอาหารประเภทเนื้อสัตว์เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาแดงกับเอมีนในอาหาร

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ง.

H,NCH.C & - NH – CH - COOH + H,O → H,NCH, - C-OH + CH3 โมเลกุลไดเพปไท ไกลซีน NH2 -CH-COH CH3 อะลานีน

H,NCH.C & - NH – CH - COOH + H,O → H,NCH, - C-OH + CH3 โมเลกุลไดเพปไท ไกลซีน NH2 -CH-COH CH3 อะลานีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อ ค.

เพราะสารที่ช่วยลดความกระด้างของน้ำคือสารประกอบฟอสเฟต

สารประกอบฟอสเฟตมี่ค่าเป็นเบส

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ ข. 4 แบบ

4 วิธีคิด เนื่องจาก CH 10, สามารถเกิดปฏิกิริยารวมตัวกับโปรตีนได้ 6 โมลอะตอม แสดงว่าใน CHO มี C - C 3 พันธะ หรือ C - C. 1 พันธะและ CC 1 พันธะ และเมื่อต้ม C2H20% กับสารละลาย NaOH ได้กลีเซอรอลและเกลือโซเดียมของกรดคาร์บอกซิลิกที่มี จำนวนคาร์บอนชนิดละ 3 อะตอม แสดงว่า CH 10. เป็นสารประกอบประเภท เอสเทอร์ที่เกิดจากกลีเซอรอลทำปฏิกิริยากับกรดคาร์บอกซิลิกที่มีคาร์บอน 3 อะตอม และ ในกรดคาร์บอกซิลิกมี C = C หรือ C = C อยู่ด้วย CHO มีสูตรโครงสร้างที่เป็นไปได้

เนื่องจาก CH 10, สามารถเกิดปฏิกิริยารวมตัวกับโปรตีนได้ 6 โมลอะตอม แสดงว่าใน CHO มี C - C 3 พันธะ หรือ C - C. 1 พันธะและ CC 1 พันธะ และเมื่อต้ม C2H20% กับสารละลาย NaOH ได้กลีเซอรอลและเกลือโซเดียมของกรดคาร์บอกซิลิกที่มี จำนวนคาร์บอนชนิดละ 3 อะตอม แสดงว่า CH 10. เป็นสารประกอบประเภท เอสเทอร์ที่เกิดจากกลีเซอรอลทำปฏิกิริยากับกรดคาร์บอกซิลิกที่มีคาร์บอน 3 อะตอม และ ในกรดคาร์บอกซิลิกมี C = C หรือ C = C อยู่ด้วย CHO มีสูตรโครงสร้างที่เป็นไปได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ข. 2 ชนิด

การคาดเดา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน

ข้าว เแป็นคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบที่ใช้พลังงาน กะหล่ำปีผัดน้ำมัน มีไขมันจากน้ำมันเป็นองค์ประกอบที่ให้พลังงาน แกงจืดเต้าหู้หมูสับมีโปรตีนจากเต้าหู้และหมูสับ และไขมันจากหมูสับเป็นองค์ประกอบที่ให้พลังงาน

หลักอาหาร 5หมู่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ง. การนำโปรตีนมาทำปฏิกิริยากับคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตในเบสจะทำให้โปรตีนเกิดการแปลงสภาพ

การทำโปรตีนมาทำปฏิกิริยากับคอปเปอร์(||)ซัลเฟตในเบสจะไม่ทำใหโปรตีนไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

การทดสอบโปรตีนกับคอปเปอร์(||)ซัลเฟตอาจจะไม่เปลี่ยงแปลงสภาพหรือแปลงเปลี่นสภาพเสมอไป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา