ตรวจข้อสอบ > กัลยา นาพะพล > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 144 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เมื่อนำน้ำมันหยดลงในสาร Y สาร Y จะหันไออนลบไปล้อมรอบเกิดเป็นสารอิมัลชัน

x คือไขมันหรือไม่ก็คือน้ำมัน ส่วน yคือเกลือของกรดไขมันหรือสบู่ ปฏิกิริยาที่กำหนดให้จึงเป็นปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชันและเมื่อ x ทำปฎิกิริยากับออกซิเจนอาจเกิดแอลดีไฮด์หรือกรดไขมันที่มีกลินเหม็น#เหม็นหืน yอาจเป็ฯสบู่ในน้ำมี ca2+ ซึ้งสารy จะตกตะกอน และเมื่อน้ำมันหยดลงในสาร y สาร y จะหันด้านไม่มีขั้วเข้าหาน้ำมันไม่ใช่หันไออนลบเข้าหาน้ำมัน

การเกิดปฏิกิริยาแอลดีไฮด์ สะปอนนิฟิเคชัน การตกตะกอนและเมื่อน้ำมันหยดลงในสาร y สาร y จะหันด้านไม่มีขั้วเข้าหาน้ำมัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


หมู่ COOH และหมู CH2 ที่จะทำปฏิกิริยากันจะต้องเป็นหมู่ที่เกิดพันธะกับ a-Carbon ไม่ใช่ในหมู่ R

หมู่ COOH และหมู CH2 ที่จะทำปฏิกิริยากันจะต้องเป็นหมู่ที่เกิดพันธะกับ a-Carbon ไม่ใช่ในหมู่ R

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ข.

กรดกลูตามิก ไม่มีพันธะเพปไทด์จึงไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4/NaOH แป้งมันฝรั่งเมื่อไฮโดรไลส์แล้วจะได้น้ำตาลกลูโคสจึงทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐของ Cu2O น้ำตาลซูโครส ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน ดังนั้นจึงตรงกับข้อ ข

ปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4/NaOH น้ำตาลทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐของ Cu2O น้ำตาลซูโครส ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


1.ตอบ 7 พันธ์ เพราะ เส้นที่ขีดแบ่งระหว่าง O พันธะคู่ C กับ NHคือตำแหน่งเพปไทด์

เส้นที่แบ้งขีดเส้นที่ขีดแบ่งระหว่าง O พันธะคู่ C กับ NHคือตำแหน่งเพปไทด์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


มีเฮกเทปไทด์ได้ 2 ไอโซเมอร์เพราะ น่าจะมีสูตรโมเลกุลเป็น C5H10ที่มีไอเซอร์ได้ 2 คือ ฟอกจางสีในที่มืด และไม่ฟอกจางสี

พันธะคู่ ฟอกสารจางสีโบรมีนในที่มืดได้ ไม่มีพันธะคู่ จึงไม่สามารถฟอกจางสีโบรมีนในที่มืดได้ และน่าจะมีสูตรโมเลกุลเป็น C5H10

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ ค.

สารที่กำหนดให้ เมื่อนำไปไฮโดรซิสด้วยกรด สารที่ไม่ให้ผลิตภัณฑ์เป็นกรดแอลฟามิโนจึงเป็นสารในข้อ ค.

การไฮโดรซิสด้วยกรด และ สารที่ไม่ให้ผลิตภัณฑ์เป็นกรดแอลฟามิโน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข. ธนนท์แช่เนื้อไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมทำอาหาร

โปรตีนจะเสียสภาพเมื่อทำปฏกิริยากับกรดคือการบีบมะนาวลงในกุ้งเต้น โลหะหนัก(สารกำจัดพิษ) การกลืนไข่ดิบเพื่อขจัดยาพิษ และอุณหภูมิสูงคือไก่ทอด(การนำไก่ไปทอด)

โปรตีนจะเสียสภาพเมื่อทำปฏกิริยากับกรด โลหะหนัก(สารกำจัดพิษ) และอุณหภูมิสูง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ง. 1, 2 และ 4

1.ถูกเพราะเกิดสารสีแดงเข้ม 2.ถูกเพราะที่อุณหภูมิ 80 และ ph3-8 ไม่เกิดสารสีแดง แสดงว่าเอนไซม์เกิดการเเปลงสภาพสมบูรณ์ 3.ผิด เพราะอุณหภูมิ 20 เอนไซม์ไม่เกิดการแปลงสภาพ เอนไซม์จะเเปลงเมื่ออุณหภูมิสุงกว่า 40 4. ถูก เพราะที่ ph 5 เอนไซม์เกิดการแปลงสภาพน้อยกว่า ph 4

1.ที่อุณหภูมิ 80 และ ph3-8 ไม่เกิดสารสีแดง แสดงว่าเอนไซม์เกิดการเเปลงสภาพสมบูรณ์ 2.อุณหภูมิ 80 และ ph3-8 ไม่เกิดสารสีแดง แสดงว่าเอนไซม์เกิดการเเปลงสภาพสมบูรณ์ 3.อุณหภูมิ 20 เอนไซม์ไม่เกิดการแปลงสภาพ เอนไซม์จะเเปลงเมื่ออุณหภูมิสุงกว่า 40 4.ph 5 เอนไซม์เกิดการแปลงสภาพน้อยกว่า ph 4

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ง. กลูโคส,แป้ง

เพราะน้ำตาลกลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐ และแป้งทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนเกิดสารสีน้ำเงิน y เมื่อถูกไฮโดรไลส์(เกิดไฮโดรลิซิส) จะได้กลูโคส กลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์ได้ตะกอนสีแดงอิฐ

น้ำตาลกลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐ แป้งทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนเกิดสารสีน้ำเงิน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


มี 9 หน่วย และมีปลายด้านคาร์บอกซิลิกเป็น Arg จากข้อมูลการเรียงตัวของสายเพปไทด์จะเริ่มต้นด้วยปลายด้านหมู่อะมิโนและไปสิ้นสุดที่ปลายด้านคาร์บอกซิลก ดังนั้น กรดอะมิโนตัวแรกคือ Arg คือสายที่ 2 ตามด้วยสายที่ 6 สายที่ 1 สายที่ 3 สาย 4 และสายที่ 5 เป็นสายสุดท้ายดังนั้นกรดอะมิโนตัวสุดท้ายคือ Arg และมีกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ตัวการเรียงตัวของกรดอะมิโนดังนี้ Arg-ProPro-Gly- Phe Ser Pro-Phe-Arg

จากข้อมูลการเรียงตัวของสายเพปไทด์จะเริ่มต้นด้วยปลายด้านหมู่อะมิโนและไปสิ้นสุดที่ปลายด้านคาร์บอกซิลก ดังนั้น กรดอะมิโนตัวแรกคือ Arg คือสายที่ 2 ตามด้วยสายที่ 6 สายที่ 1 สายที่ 3 สาย 4 และสายที่ 5 เป็นสายสุดท้ายดังนั้นกรดอะมิโนตัวสุดท้ายคือ Arg และมีกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ตัวการเรียงตัวของกรดอะมิโนดังนี้ Arg-ProPro-Gly- Phe Ser Pro-Phe-Arg

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ ค.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ข.

โมเลกุลไดเพปไทด์ ไกลซีน อะลานีน

โมเลกุลไดเพปไทด์ ไกลซีน อะลานีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อ ค.

เพราะสารที่ช่วยลดความกระด้างของน้ำคือสารประกอบฟอสเฟต ส่วนข้ออื่นถูกหมด

สารที่ช่วยลดความกระด้างของน้ำคือสารประกอบฟอสเฟต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ควบคุมการสังเคราะห์โปรตีนในเซลส์โครงสร้างพื้นฐานของกรดนิวคลีอิก มีหน่วยน้ำตามอยู่ในรูปของฟอสเฟตเอสเทอร์ซ้ำกันหลาย ๆ หน่วยฟอสเฟต คือส่วนประกอบของ ฟอสฟอรัสซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้ความแข็งแรงของกระดูกและฟันโดยทํางานร่วมกับแคลเซียม ดังนั้นการทําหน้าที่ของแชมงคล้ายกับสมบัติของสบู่

เลซิตินเป็นฟอสโฟลิพิดที่ทำหน้าที่ช่วยละลายไขมันในกระแสเลือดให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ การทำหน้าที่ของเลซิตินคล้ายคลึงกับสมบัติของสบู่ เพราะโมเลกุลของสบู่ละลายทั้งในหยดน้ำมันและในน้ำ ทำให้สิ่งสกปรกถูกชะล้างและแพร่กระจายอยู่ในน้ำในรูปของอีมัลชัน ส่วนเอนไซม์เป็นสารตัวเร่งปฏิกิริยาภาพหรือการหลายตัวของโปรตีนให้กรดอะมิโนแก่ร่างกายของมนุษย์คอเลสเตอรอลสามารถทำให้เลือดแข็งตัว ทำให้การไหลของเลือดช้า และทำให้เกิดความดันโลหิตสูง กรดนิวคลีอิกมีหน้าที่ถ่ายทอดพันธุกรรมจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง และทำหน้าที่ควบคุมการสังเคราะห์โปรตีนในเซลส์โครงสร้างพื้นฐานของกรดนิวคลีอิก มีหน่วยน้ำตามอยู่ในรูปของฟอสเฟตเอสเทอร์ซ้ำกันหลาย ๆ หน่วยฟอสเฟต คือส่วนประกอบของ ฟอสฟอรัสซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้ความแข็งแรงของกระดูกและฟันโดยทํางานร่วมกับแคลเซียม ดังนั้นการทําหน้าที่ของแชมงคล้ายกับสมบัติของสบู่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ ข. 4 แบบ

สามารถเกิดปฏิกิริยารวมตัวกับโบรมีนได้ 6 โมลอะตอมในกรดคาร์บอกซิลิกมี c-c อยู่ด้วย C12H14O6 มีสูตร โครงสร้างเป็นไปได้4แบบ

อะตอมในกรดคาร์บอกซิลิกมี c-c อยู่ด้วย C12H14O6 มีสูตร โครงสร้างเป็นไปได้4แบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ค. 3 ชนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน

สารชีวโฒเลกุลที่ให้พลังงานคือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน เมื่อรบประทานข้าวกับกะหล่ำปี ผัดน้ำมันและกางเกงจืดเต้าหู้หมูสับจะได้รับสารชีวโมเลกุลครบทั้งสามชนิด หมูสับเป็นโปรตีน กะหล่ำปีผัดน้ำมันได้ไขมัน ข้าวได้คาร์โบรไฮเดรต

สารชีวโฒเลกุลที่ให้พลังงานคือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน เมื่อรบประทานข้าวกับกะหล่ำปี ผัดน้ำมันและกางเกงจืดเต้าหู้หมูสับจะได้รับสารชีวโมเลกุลครบทั้งสามชนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ง. การนำโปรตีนมาทำปฏิกิริยากับคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตในเบสจะทำให้โปรตีนเกิดการแปลงสภาพ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 97.9 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา