ตรวจข้อสอบ > อนุภูมิ​ ทาทิวัน > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 72 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เมื่อนำน้ำมันหยดลงในสาร Y สาร Y จะหันไออนลบไปล้อมรอบเกิดเป็นสารอิมัลชัน

เพราะว่า สาร Y เป็นglycerolเป็นสารประกอบที่มีหมู่hydroxyl สามารถละลายในน้ำได้เเละลายในไขมันได้เล็กน้อย เเต่ข้อ ง บอกว่าหันไอออนลบเข้าหาเเต่ที่ถูกต้องต้องเป็นหันด้านบวกเข้าหาเพราะglycerol เป็นไขมันเมื่อนำมาผสมกันก็สามารถรวมกันได้

ข้อ ก ข ถูกเพราะเมื่อไปศึกษาคุณสมบัติของสาร X เเล้วนั้นเป็น ไตรกลีเซอรไรด์ ซึ่งเป็นสารประกอบเอสเตอร์เเละมีพันธะคู่อยู่ในสูตรโครงสร้างสามารถสลายพันธะเพื่อทำปฎิกิริยากับออกซิเจนได้เช่นการถ่ายโอนไขมันในเลือด ข้อ ค ถูกเพราะ นำไตรกลีเซอร์ไรค์มาทำปฎิกิริยากับเบสจะได้สบู่เเละน้ำ ข้อ จ ถูกเพราะสามารละลายในน้ำได้เพราะมีคุณสมบัติเป็นไฮโกรสโคปิก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


จากการรวมกันของอาร์จินิน เเละกรดกลูตามิก จะเชื่อมด้วยพันธะเปปไทด์เเละได้ไดเปปไทด์เเละน้ำเกิดขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ค.

เพราะว่าสารละลาย CuSO4 / NaOH หรือไบยูเรตใช้ในการทดสอบโปรตีนซึ่งกรดกลูตามิกเป็นกรดอะมิโนA จึงมีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม ฺสารละลายเบเนดิกเป็นสารที่ใช้สำหรับการทดสอบน้ำตาลเเป้งมันฝรั่งอาจไม่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบB จึงไม่เปลี่ยนเเปลง เเละ C ซูโครสเป็นสารจำพวกน้ำตาลซึ่งมีเเป้งเป็นองค์ประกอบดั้งนั้นจึงเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม

สารละลาย CuSO4 / NaOH หรือไบยูเรตใช้ในการทดสอบโปรตีนซึ่งกรดกลูตามิกเป็นกรดอะมิโนA จึงมีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม ฺสารละลายเบเนดิกเป็นสารที่ใช้สำหรับการทดสอบน้ำตาลเเป้งมันฝรั่งอาจไม่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบB จึงไม่เปลี่ยนเเปลง เเละ C ซูโครสเป็นสารจำพวกน้ำตาลซึ่งมีเเป้งเป็นองค์ประกอบดั้งนั้นจึงเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ ค.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข. ธนนท์แช่เนื้อไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมทำอาหาร

เพราะข้อ ข เป็นการรักษาสภาพของโปรตีนไว้ในที่เย็นทำให้โครงสร้างสามมิติของโปรตีนไม่มีการบิดเบี้ยวมีการคงตัว

ข้อ ก เป็นการทำให้โปรตีนมีประบวกจากกรด ทำให้โปรตีนจับกับไอออนอื่นที่มีประจุตรงข้ามเเล้วทำให้โปรตีนตกตะกอน ข้อ ค โปรตีนในไก่ทอดได้รับความร้อนจากการทอดไก่ทำให้มีการขยายตัวของโปรตีน ข้อ ง ยาพิษอาจมีขั้วเเรงที่สามารถสร้างพันธะกับหมู่ฟังก์ชันของโปรตีนได้เเละทำให้โปรตีนมีตะกอนเเละเเข็งตัวลง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข.นํ้าตาลทาราย,แป้ง

ข้อ ข เพราะน้ำตาลทรายเมื่อทดสอบกับสาร x ไม่เปลี่ยนสีเพราะเลยสามารถคาดเดาว่าเป็นน้ำตาลทรายได้เพราะมีพันธะคู่ เเละสาร y อาจเป็นสารละลายไอโอดีนที่ใช้สำหรับทดสอบเเป้งซึ่งเป็นสารพวกคาร์โบไฮเดรต

สารที่ใช้ทดสอบเเป้งหรือสารพวกน้ำตาลคือ สารละลายไอโอดีนหรือสารละลายเบเนดิกในกรณีเป็น reducing sugar จะเป็นน้ำตาลซูโครสหรือน้ำตาลทราย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ ค.

ข้อ ก ผิด เพราะ โมโนเมอร์ของกรดนิวคลีโอไทด์ของRNA เป็นน้ำตาลไรโบส ซึ่งจากภาพ ผิดเพราะในตำเเหน่งคาร์บอนที่ 3 ต้องมีหมู่ OH ข้อ ข ผิดเพราะปฎิกิริยาการทำสบู่ sponification ต้องใช้เบสเป็นสารตั้งต้น ข้อ ค ถูกเพราะ ไนโตรซามีเป็นสารก่อมะเร็งจำพวกเอ็น ไนโตรโซ อะลิฟาติก ข้อ ง ผิดเพราะ กรดไรโบนิวคลีอิกเป็นสายยาวมีหน้าที่ช่วยในการต่อพันธะ ข้อ จ ผิดเพราะโปรตีนไม่ได้เป็นเเหล่งพลังงานเเรกเเต่เเหล่งพลังงานเเรกคือคาร์โบไฮเดรต

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ข.

เพราะว่าข้อ 2 เมื่อนำไปไฮโดรไลซิสที่มีหมู่carbonylจะสลายพันธะเเล้วได้กรดอะมิโนออกมา 2 ชนิด

ข้อ ก ค ง จ ผิดเพราะเมื่อสลายพันธะเเล้วได้จำนวนกรดอะมิโนไม่เท่ากับ 2

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ ข. 4 แบบ

เพราะ c12h14o6 สามารถทำปฎิกิริยากับโบรมีนได้ 6 โมล มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน 3 พันธะ หรือพันธะคู่ 1 พันธะ เเละพันธะ สาม 1 พันธะ เเละเมื่อนำไปต้มกับเบสเเก่จะได้กรดคาร์บอกซิลิก ซึ่งมีสูตรเป็นไปได้ 4 เเบบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ข. 2 ชนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน

เพราะจากโจทย์บอกว่ามีอาหารสามอย่างเเละสารที่ให้พลังงานมีสามชนิดได้เเก่ คาร์โบไฮเดรตจากข้าว โปรตีนจากหมูสับ ไขมันจากกะหล่ำปีผัดน้ำมัน

ข้อข ง เเละ จ ผิด เพราะว่าเซลลูโลสเป็นเเค่ใยของผักไม่ได้ให้พลังงานเเก่ร่างกาย กรดนิวคลีอิก เป็นสารพันธุกรรมซึ่งอาจไม่พบในอาหารเเละไม่ได้ให้พลังงาน ส่วน ก มีชนิดของสารชีวโมเลกุลไม่ครบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

จ. RNA เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อความทางพันธุกรรมจาก DNA ไปใช้ในการสร้างโปรตีนต่าง ๆ

เพราะ ข้อ จ. บอกว่าRNA เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อความเเต่ที่ถูกต้องคิดเป็นต้องmRNA การถ่ายทอดข้อความพันธุกรรมนั้นจากDNA เพื่อใช้ในกระบวนการสร้างโปรตีนต่างๆ ต้องใช้mRNA เพื่อเป็นตัวสื่อสารรหัสข้อมูลเเล้วส่งออกให้ribosomeที่มีtRNAใช้ในการเเปลรหัส

ส่วนข้อ ก พันธะไดโฟเอสเทอร์ พบในหมู่ฟอสเฟตซึ่ง DNA เเละ RNA ก็มีหมู่ฟอสเฟตเป็นองค์ประกอบจึงถูก ข้อ ข ถูกต้องเพราะเมื่อสลายเซลลูโลสเเละอะไมเลสก็จะได้โมเลกุลของกลูโคสที่เหมือนกัน ข้อ ค ถูก เพราะการเหม็นของน้ำมันเกิดจากไขมันที่เป็นของเหลวซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเเละมีพันธะคู่โดยจะทำปฎิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเเละได้กลิ่มเหม็นหืน ข้อ ง ถูกต้องเพราะว่าเมื่อนำโปรตีนไปทดสอบดังกล่าว จะทำปฎิกิริยากันซึ่งมีไอออนทรานซิชั่นจะเกิดสารประกอบเชิงซ้อนซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงเพราะมีการเกิดสารประกอบใหม่

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 42.3 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา