ตรวจข้อสอบ > ฟานุส หยังหลัง > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 63 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เมื่อนำน้ำมันหยดลงในสาร Y สาร Y จะหันไออนลบไปล้อมรอบเกิดเป็นสารอิมัลชัน

A คือไขมันหรือน้ำมัน ส่วน b คือเกลือของกรดไขมันหรือสบู่ ปฏิกิริยาที่กำหนดให้จึงเป็นปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน ข้อ1จึงถูก ข้อ 2 ถูกเพราะ Aเป็นไขมันหรือน้ำมัน ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนอาจเกิดแอลดีไฮด์หรือกรดไขมันที่มีกลิ่นเหม็น(เหม็นหืน) ข้อ 3 ถูกเพราะ B คือสบู่ ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในน้ำที่มีCa2+ สาร B หรือสบู่จะตกตะกอน ส่วนข้อ 4 ผิดเพราะเมื่อหยดน้ำมันลงในสารB(สบู่) สารBจะหันด้านไม่มีขั้วเข้าหาน้ำมันไม่ใช่หันไอออนลบเข้าหาน้ำมัน

ทฤษฎีความรู้เรื่อง ไขมันและน้ำมัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


หมู่COOH และหมู่NH2 ที่จะทำปฏกิริยากันจะต้องเป็นหมู่ที่เกิดพันธะกับ α - Carbon ไม่ใช่อยู่ในหมู่R

ทฤษฎีความรู้เรื่อง กรดอะมิโนและโปรตีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข้อ ข.

กรดกลูตามิกไม่มีพันธะเพปไทด์จึงไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลาย CuSO4/NaOH แป้งมันฝรั่งเมื่อไฮโดรไลส์แล้วจะได้น้ำตาลกลูโคสจึงทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์เกิดตะกอนสีแดง อิฐของCu2O น้ำตาลซูโครส ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนดังนั้นจึงตรงกับข้อ2

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


1. จำนวนพันธะเพปไทด์ มี 7 พันธะ 2. จำนวนโมเลกุลของน้ำที่ใช้ต่อ 1 โมเลกุลของพอลิเพปไทด์ ใช้ 2 โมเลกุล 4. จำนวนชนิดของกรดอะมิโน มี 4 ชนิด 6. ประเภทของเพปไทด์ เป็นพอลิเพปไทด์

ทฤษฎีความรู้เรื่อง กรดอะมิโนและพันธะเพปไทด์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


7 ไอโซเมอร์

ทฤษฎีความรู้เรื่อง ไอโซเมอร์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ ค.

เพราะ ข้อก. จะได้ แอลฟาอะมิโนแอซิด (กรดกลูตามิก) ข้อข. จะได้ แอลฟาอะมิโนแอซิด (โปรลีน) ข้อค. ไม่ใช่แอลฟาอะมิโนแอซิด ข้อง. แอลฟาอะมิโนแอซิด (ไลซีน) ข้อจ. เป็นแอลฟาอะมิโนแอซิด

ทฤษฎีความรู้เรื่อง แอลฟาอะมิโนแอซิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข. ธนนท์แช่เนื้อไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมทำอาหาร

ข้อ ก โปรตีนเกิดการแปลงสภาพเพราะโปรตีนสัมผัสกับกรดในน้ำมะนาว ข้อ ข โปรตีนในเนื้อไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพเพราะความเย็นไม่ทำให้โปรตีนแปลงสภาพ จึงตอบข้อ ข ข้อ ค โปรตีนเกิดการแปลงสภาพเพราะโดนความร้อน ข้อ ง โปรตีนในไข่ขาวเกิดการแปลงสภาพโปรตีนในไข่ขาวรวมตัวกับโลหะหนักในยาพิษ

การเปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติของโปรตีน เกิดขึ้นได้โดย - การสูญเสียสภาพธรรมชาติด้วยความร้อน เช่น การทอด การต้ม - การสูญเสียสภาพธรรมชาติด้วยการปรับ pH เช่น การแช่กรด หรือด่าง - การสูญเสียสภาพธรรมชาติด้วยแรงกล เช่น การตีให้เกิดฟอง การปั่น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ง. 1, 2 และ 4

ข้อ ก ถูก เพราะที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสและ pH 6-7 เกิดสารสีแดงเข้ม ข้อ ข ถูก เพราะที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสและ pH 3 และ 8 ไม่เกิดสารสีแดง แสดงว่าเอนไซม์เกิดการแปลงสภาพอย่างสมบูรณ์ ข้อ ค ผิด เพราะที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เอนไซม์ไม่เกิดการแปลงสภาพ เอนไซม์จะเกิดการแปลงสภาพที่อุณหภูมิสูง (สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส) ข้อ ง ถูก เพราะที่ pH 5 เกิดสารสีแดงมากกว่าที่ pH 4 แสดงว่าที่ pH 5 เอนไซม์เกิดการแปลงสภาพน้อยกว่า pH 4

ทฤษฎีความรู้เรื่อง การแปลงสภาพของเอนไซม์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ง. กลูโคส,แป้ง

เพราะน้ำตาลกลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์ เกิดตะกอนสีแดงอิฐ และแป้งทำปฏิกิริยากับสารไอโอดีน เกิดสารสีน้ำเงิน Y เมื่อถูกไฮโดรไลส์(เกิดhydrolysis) จะได้กลูโคส กลูโคสทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกต์ได้ตะกอนสีแดงอิฐ

ทฤษฎีความรู้เรื่อง คุณสมบัติของสารต่างๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


มีแบรดิคินิน 9 หน่วย และมีปลายสายด้านคาร์บอกซิลิกเป็น Arg เพราะ จากข้อมูลการเรียงตัวของสายเพปไทด์จะเริ่มต้นด้วยปลายด้านหมู่อะมิโนและไปสิ้นสุดที่ปลายด้านคาร์บอกซิลิก ดังนั้น กรดอะมิโนตัวแรกคือ Arg คือสายที่ 2 ตาม ด้วยสายที่ 6 สายที่ 1 สายที่ 3 สายที่ 4 และสายที่ 5 เป็นสายสุดท้าย กรดอะมิโนตัวสุดท้ายคือ Arg และมีกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ตัว การเรียงตัวของกรดอะมิโน ดังนี้ Arg - Pro - Pro - Gly - Phe -Ser - Pro - Phe - Arg

ทฤษฎีความรู้เรื่อง การเรียงตัวสายของกรดอะมิโน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข้อ จ.

ข้อ ก ผิด เพราะโครงสร้างที่กำหนดให้เป็นนิวคลีโอไซด์ของ RNA ไม่ใช่นิวคลีโอไทด์ (ถ้านิวคลีโอไทด์จะมีหมู่ฟอสเฟตมาเกาะด้วย) ข้อ ข ผิด เพราะการทำสบู่จะใช้ไขมันจากพืชหรือสัตว์มาต้มกับเบส ข้อ ค ผิด เพราะสารเร่งเนื้อแดงจะเป็นสารพวกดินประสิวเช่น KNO3 หรือพวกไนไตรท์ ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนไนเตรดหรือในไตรท์ให้เป็นไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ข้อ จ ผิด เพราะคาร์โบไฮเดรต คือ พลังงานขั้นแรกของร่างกายโดยมีน้ำตาลกลูโคสเป็นน้ำตาลที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุดและเป็นพลังงานที่มีสำคัญต่อร่างกาย ข้อ ง จึงถูก เพราะกรดไรโบนิวคลีอิก เป็นกลุ่มของสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ เป็นสายพอลิเมอร์ของไรโบนิวคลีโอไทด์ ทำหน้าที่อยู่ภายนอก นิวเคลียสของเซลล์ เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน RNA

ทฤษฎีความรู้เรื่อง การสร้างโปรตีน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ข.

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข้อ ค.

เพราะสารที่ช่วยลดความกระด้างของน้ำคือสารประกอบฟอสเฟต ส่วนข้ออื่นถูกต้องแล้ว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


เพราะเลซิตินเป็นฟอสโฟลิพิดที่ทำหน้าที่ช่วยละลายไขมันในกระแสเลือดให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข้อ ข. 4 แบบ

เนื่องจาก C12H14O6 สามารถเกิดปฏิกิริยารวมตัวกับโบรมีนได้ 6 โมลอะตอม แสดงว่าใน C12H14O6 มี C = C 3 พันธะ และเมื่อต้ม C12H14O6 กับสารละลายเบสแก่ ได้กลีเซอรอล และสบู่ที่มีจำนวนคาร์บอนในฝั่งของกรดคาร์บอกซิลิกชนิดละ 3 อะตอม แสดงว่า C12H14O6 เป็นสารประกอบประเภทเอสเทอร์ที่เกิดจากกลีเซอรอลทำปฏิกิริยากับกรดคาร์บอกซิลิกที่มีคาร์บอน 3 อะตอมและในกรดคาร์บอกซิลิก มีสูตรโครงสร้างที่เป็นไปได้ 4 แบบ ดังนี้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ค. 3 ชนิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


นักกำหนดอาหารได้มีการจัดอาหารกลางวันสำหรับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยอาหารประกอบไปด้วย ข้าว กะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารมื้อนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

ค. 3 ชนิด ได้แก่ ไขมัน คาร์โบไฮเดต และโปรตีน

สารชีวโมเลกุลที่ให้พลังงาน คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน เมื่อรับประทานข้าวกับกะหล่ำปีผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับจะได้รับสารชีวโมเลกุลครบทั้ง 3 ชนิดเพราะข้าวมีคาร์โบไฮเดรตเต้าหู้ และหมูสับมีโปรตีนส่วนไขมันได้จากน้ำมันและหมูสับ

ทฤษฎีความรู้เรื่อง สารชีวโมเลกุลที่ให้พลังงาน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ ส่วนมากพบใน DNA และ RNA

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 88.35 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา