ตรวจข้อสอบ > พิชชาพร ช่วยทอง > รอบที่ 2 | การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ (มัธยมศึกษาตอนปลาย) > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 0 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เข็มที่ 1 AstraZeneca เข็มที่ 2 AstraZeneca ระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์

เข็มที่ 1 AstraZeneca เข็มที่ 2 AstraZeneca ต้องมีระยะห่างระหว่างเข็ม 8-12 สัปดาห์

การเว้นระยะห่างระหว่างเข็มแรกกับเข็มสองราว 12 สัปดาห์ช่วยเพิ่มภูมคุ้มกันได้ดีขึ้น และวัคซีน AstraZeneca เพียงเข็มเดียวมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการในช่วง 90 วันแรกได้ 76.0%

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


อยู่ได้ แต่เมื่ออยู่นอกร่างกายของคนเชื้อจะบอบบาง และอ่อนแอลง จนทำให้มีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วัน

เจ้าเชื้อโควิดต้องอาศัยเซลล์ของคน หรือสัตว์เพื่อดำรงชีวิตอยู่ ดังนั้นเมื่อมันอยู่ข้างนอกร่างกายของคน หรือสัตว์ มันจะบอบบาง และอ่อนแอลง จนทำให้มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก

เชื้อไวรัสอยู่ในน้ำจะอยู่ได้ 4 วัน เชื้อไวรัสอยู่บนพื้นเรียบๆ จะอยู่ได้นาน 24-48 ชั่วโมง เชื้อไวรัสอยู่ตามลูกบิดประตู ห่วงรถไฟฟ้า ราวบันได ฯลฯ จะอยู่ได้นาน 7-8 ชั่วโมง เห็นได้ชัดเลยว่าเชื้อตัวนี้อาศัยอยู่ตามสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้นานพอสมควร และเพื่อเป็นการป้องกันควรสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


จ. Clinical history + Physical Examination + Immunologic Tests

เพราะ ในการตรวจเราจำเป็นต้องตรวจสอบร่างกาย ทดสอบภูมิคุัมกันเพื่อให้รู้ว่าร่างกายเราจะรักษาได้ด้วยวิธีใด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ค. พบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด ประมาณ 7-14 วัน และ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 14 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 2-14 วัน หลังจากรับเชื้อ ค่าเฉลี่ยระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 5 วัน แต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการหลังรับเชื้อมาแล้ว 11-12 วัน

ระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 2-14 วัน หลังจากรับเชื้อ อ้างอิงตามที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (Centers for disease control and prevention: CDC) กำหนดไว้ ค่าเฉลี่ยระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 5 วัน แต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการหลังรับเชื้อมาแล้ว 11-12 วัน และมีโอกาส 1 ใน 100 ที่จะแสดงอาการหลังจากผ่านไป 14 วัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ง. เป็น RNA virus และ สามารถติดเชื้อข้ามสปีชีส์ (cross-species transmission) ได้

ไวรัสมีการกลายพันธุ์บริเวณ Spike Protein หรือตำแหน่งโปรตีนตรงส่วนหนามบนผิวของไวรัส ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์เบต้า Beta (B.1.351) ทำให้โควิดสายพันธุ์โอมิครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและจับกับเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานระบุว่า สายพันธุ์นี้ดื้อต่อยาที่ใช้รักษา ต้องรอการรายงานต่อไป

-การกลายพันธุ์บริเวณ Spike Protein หรือตำแหน่งโปรตีนตรงส่วนหนามบนผิวของไวรัสมีความคล้ายคลึงกับการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์เบต้า Beta (B.1.351) ทำให้โควิดสายพันธุ์โอมิครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและจับกับเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น -การกลายพันธุ์บริเวณนอก Spike Protein ความคล้ายคลึงกันกับสายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2) ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น แบ่งตัวเก่งขึ้น -ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานระบุว่า สายพันธุ์นี้ดื้อต่อยาที่ใช้รักษา ต้องรอการรายงานต่อไป เพราะยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือว่า ยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ต่างก็มีกลไกในการออกฤทธิ์ที่บริเวณเชื้อจะเข้าเซลล์และแบ่งตัว ซึ่งใกล้เคียงกับบริเวณที่เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อ (Mutation) สายพันธุ์โอมิครอนนี้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ต่างกัน จากข้อมูลในกราฟ

สายพันธ์ุอัลฟ่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าเดลต้า

ในกราฟ เปอร์เซ็นของอัลฟ่ามีประสิทธิภาพที่ดีกว่าของเดลต้า เมื่อฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดส

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข. ปัจจุบันงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันโควิดได้

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยฤทธิ์ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ แต่ช่วยได้เพียงเสริมภูมิคุ้มกัน

ตามข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยและกรมการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์บรรเทาอาการหวัด โดยแนะนำให้ใช้โดยทันทีเมื่อเริ่มมีอาการไอ แสบคอ เจ็บคอ อย่างยาฟ้าทะลายโจร ชนิดแคปซูล เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทั้งนี้ หากใช้ติดต่อกัน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงมากขึ้น ควรหยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์ อีกทั้งการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้แขน ขาชา หรือ อ่อนแรงได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen

Adjuvants สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อ antigen แบบจำเพาะที่อวัยวะเฉพาะส่วนที่ฉีด adjuvant เข้าไป โดย adjuvants จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเฉพาะส่วนนั้น และจะดึง T cells ในกระแสเลือดเข้ามาที่อวัยวะนั้นๆ ช่วยให้มีการปล่อย Antigen อย่างช้าๆ

จุดประสงค์ของการใช้ Adjuvants Antibodies สามารถสร้างได้โดยการฉีด antigen เข้าไปในสัตว์ที่ต้องการกระตุ้นให้ผลิต antibodies นั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดแค่ antigen อย่างเดียวอาจไม่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในแบบที่ต้องการได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันบางครั้งจะทำลาย antigen รวดเร็วเกินไป ทำให้ไม่สามารถผลิต antibody ได้ในปริมาณและคุณภาพที่มากพอ และเนื่องจากใช้เวลาไม่นานพอ การจะสร้างความจำเพาะของ antibody ต่อ antigen ก็ดีไม่พอเช่นกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันแบบที่เราไม่ต้องการนี้ การใช้ adjuvant ร่วมกับ antigen จะช่วยให้การตอบสนองต่อ antigen ช้าลง และช่วยให้การพัฒนา antibody ได้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จ. ไม่มีข้อผิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


- ทีเอชซี (THC) มีฤทธิ์ลดปวด ช่วยให้นอนหลับ นำมาผลิตเป็นยากัญชา สารสำคัญของกัญชา กัญชง อยู่ที่ช่อดอก หลังจากปลูกกัญชาและได้ช่อดอกที่สมบูรณ์และตากจนแห้งแล้ว จะนำเข้าสู่กระบวนการสกัดในขั้นตอนต่อมา เพื่อให้ได้สารสำคัญในกลุ่มแคนนาบินอยด์ คือสาร THC กับ CBD

สำหรับสาร THC มีฤทธิ์เมา ซึ่งมีข้อดีเมื่อใช้ทางการแพทย์ แต่ต้องใช้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ส่วนสาร CBD มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี นำมาใช้เสริมการทำงานให้กับสาร THC ได้ ยากัญชามีหลายตำรับ ทั้งสูตร THC สูง, CBD สูง, THC กับ CBD เท่ากั

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ง. ถูกทุกข้อ

สำหรับสาร THC มีฤทธิ์เมา ซึ่งมีข้อดีเมื่อใช้ทางการแพทย์ แต่ต้องใช้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ส่วนสาร CBD มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี นำมาใช้เสริมการทำงานให้กับสาร THC ได้ ยากัญชามีหลายตำรับ ทั้งสูตร THC สูง, CBD สูง, THC กับ CBD เท่ากั

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ง. กิ่ง ก้าน, ลำต้น, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2%

การใช้ในเชิงพาณิชย์ของ กัญชา-กัญชง ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ส่วนประกอบที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก ของกัญชาและ กิ่ง, ก้าน ,ลำต้น, ราก ของกัญชา เมล็ดกัญชง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ค. สูบดม

กัญชานิยมเสพโดยการสูบ ฤทธิ์ของกัญชาเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง อาการโดยทั่วไปจะเซื่องซึมลงอย่างช้าๆ แต่บางรายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

กัญชานิยมเสพโดยการสูบ ฤทธิ์ของกัญชาเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง อาการโดยทั่วไปจะเซื่องซึมลงอย่างช้าๆ แต่บางรายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้เสพกัญชาจะมีอาการเคลิ้มจิต (euphoric “high” or “stoned”) โดยในขั้นต้นๆ มักจะเป็นอาการกระตุ้นประสาท และบางคนจะมีอาการตึงเครียดทางใจหรืออาการกังวล ต่อมาก็มีอาการเคลิ้มจิตเคลิ้มใจ ทำให้ผู้สูบรู้สึกว่า บรรยากาศทั่วๆ ไปเงียบสงบ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข. THC

ฤทธิ์ของ THC ทำให้ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ ผู้เสพเปลี่ยนไปบางรายควบคุมสติตนเองไม่ได้ เพ้อ คลั่ง และมีอาการโรคจิตในเวลาต่อมา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


จ. กัญชง มักนำมาใช้ประโชน์ในอุตหสาหกรมกระดาษ/สิ่งทอ และกัญชามักนำมาใช้ในการแพทย์

กัญชา กัญชงเป็นพืชชนิดเดียวกัน ลักษณะภายนนอกต่างกันน้อยมาก แต่สามารถสังเกตได้ คือ กัญชง เป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปฝ่ามือ แผ่นใบแก่แยกเป็นแฉกประมาณ 7-9 แฉก การเรียงตัวของใบค่อนข้างห่าง ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อยและเว้าลึกจนถึงโคนใบ ปลายใบสอบและเรียวแหลม ก้านใบยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร จึงมีการนำไปใช้เป็นพืชเส้นใยสำหรับทำเสื้อผ้า และเยื่อกระดาษ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข. การแยกสาร 2 ชนิดขึ้นไปออกจากกัน โดยอาศัยความแตกต่างของ polarity ของตัวทำละลาย 2 ชนิดที่ใช้ละลายสารสำคัญนั้น สารสำคัญที่มี polarity ใกล้เคียงกับตัวทำละลายที่ใช้สกัด จะถูกสกัดแยกออกมา

การสกัดด้วยตัวทำละลาย แยกสารบริสุทธิ์ออกจากสารผสมโดยใช้ตัวทำละลาย มี 2 หลักการ บนสุด คือ ควบแน่น เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ตัวทำละลายควบแน่นกลับเป็นของเหลว

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ข. Amide

เอไมด์ (amide) คือ สารประกอบอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุ C, H, O และ N H มีสถานะเป็นแก๊สที่น่าจะใช้ในคลิป

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


Aspirin

ความชื้นทำให้เกิดการสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิกและกรดอะซิติก

ส่งผลให้ใช้ยาแล้วไม่ได้ผลในการรักษาและหากได้รับสารเสื่อทสลายในปริมาณสูงอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่เราสังเกตได้จากกลิ่นเปรี้ยวที่เหม็นฉุนจากกกรดอะซิติก ซึ่งกลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชู

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


การสลายตัวโดยปฏิกิริยาโฮโดรไลซิส

มีการเกิดการสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิกและกรดอะซิติก

ปัจจัย = ความชื้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


กลิ่นกรดอะซิติก

หากดมเม็ดยาแล้วมีกลิ่นเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู กลิ่นที่ว่าก็คือ กลิ่นกรดอะซิติกนั่นเอง หากยาแอสไพรินมีการสลายตัวเยอะเราจะได้กลิ่นน้ำส้มสายชูที่ฉุนมาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 76.35 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา