| 1 |
|
จ. คาร์โบไฮเดรต |
|
จากรูป มีหน่วยย่อยคล้ายกับน้ำตาลเพนโทส
ไม่ใช่ลิพิด เพราะว่า ลิพิดไม่ละลายน้ำ แต่โจทย์บอกว่าเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี
ไม่ใช่โปรตีน เพราะว่า ไม่มีกรดอะมิโน ทั้ง 20 ชนิด
ไม่ใช่กรดนิวคลีอิก เพราะ ไม่มีหมู่ฟอสเฟตและเบส
ไม่ใช่ไกลโคโปรตีน เพราะ ไม่พบกรดอะมิโน
|
ไม่ใช่ลิพิด เพราะว่า ลิพิดไม่ละลายน้ำ แต่โจทย์บอกว่าเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี
ไม่ใช่โปรตีน เพราะว่า ไม่มีกรดอะมิโน ทั้ง 20 ชนิด
ไม่ใช่กรดนิวคลีอิก เพราะ ไม่มีหมู่ฟอสเฟตและเบส
ไม่ใช่ไกลโคโปรตีน เพราะ ไม่พบกรดอะมิโน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ง. 2 และ 3 |
|
1.ไม่ใช่ เพราะ คนที่เป็นเบาหวานแสดงว่าในกระแสเลือดมีน้ำตาลตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก จึงต้องการสารอินซูลิน
4. ไม่ใช่ เพราะ การฉีดอินซูลินไปในร่างกาย เป็ยการลดปริมาณน้ำตาลในเลือดให้น้อยลง
|
สารอินซุลินสร้างมาจากตับอ่อน ทำหน้าที่เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เปลี่ยนจากน้ำตาลในร่างกายไปเป็นไขมัน ถ้าตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลิน จะทำให้เกิดการตกค้างของน้ำตาลในกระแสเลือด เป็นสาเหตุของการเป็นดรคเบาหวาน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข. เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน |
|
เพราะะว่าเอนไซม์คือโปรตีนก้อนกลมที่ถูกสังเคราะห์จากสิ่งมีชีวิต
|
เพราะะว่าเอนไซม์คือโปรตีนก้อนกลมที่ถูกสังเคราะห์จากสิ่งมีชีวิต
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ก. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXและกรดYทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง |
|
เพราะว่าการเกิดปฎิกิริยานี้ จะเกิดกับบริเวณพันธะเพปไทด์ของสารไตรเพปไทด์
|
เพราะว่าการเกิดปฎิกิริยานี้ จะเกิดกับบริเวณพันธะเพปไทด์ของสารไตรเพปไทด์
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ค.โปรตีนจัดเป็นสารประกอบที่เห็น แอมโฟเทริก (amphottric) |
|
แอมโฟเทริก สารประกอบที่ในโมเลกุลทั้งประจุบวกและลบ เช่นโปรตีน
|
แอมโฟเทริก สารประกอบที่ในโมเลกุลทั้งประจุบวกและลบ เช่นโปรตีน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
A - O
B- H3
C - H+ |
|
เพราะสารตั้งต้นกับผลิตภัณต์ ต้องมีโมเกลกุลสารเท่ากัน
|
ตอนเริ่มต้นมี A+3B จากนั้นนำ H ออกไป 1 ตัว เหลือ C+3H2O
คาดว่าตอนเริ่มมี O = 1 H=3
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข้อ จ. |
|
เพราะว่า น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวเป็นองค์ประกอบมากสุด น้ำมันประเภทนี้ควรใช้ไฟอ่อน และทำให้มีโฮกาสการเป็นหัวใจขาดเลือดมากที่สุด
|
การหยดสารไอโอดีนลงไปทำปฎิกิริยากับพันธะคู่ของกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว ทำให้เกิดการจางของสีไอดอดีน ถ้าน้ำมันอันไหนมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นองค์ประกอบเยอะสุด จำนวนหยดก็จะน้อย
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ จ. |
|
เพราะว่า น้ำมัน x มีการแข็งตัว หมายความว่ามันคือน้ำมันอิ่มตัว ส่วนน้ำมัน y ยังคงเป็นของเหลว หมายความว่ามันคือน้ำมันไม่อิ่มตัว
|
1.วิเคราะห์จากลักษณะที่ให้มา น้ำมัน x มีการแข็งตัว หมายความว่ามันคือน้ำมันอิ่มตัว ส่วนน้ำมัน y ยังคงเป็นของเหลว หมายความว่ามันคือน้ำมันไม่อิ่มตัว
2.หาลักษณะพิเศษที่ตรงกับข้อ 1. คือ กรดไขมันอิ่มตัว เป็นของแข็ง มีจุดหลอมเหลวสูง เหม็นหืนยาก
กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นของเหลว มีจุดหลอมเหลวต่ำ เหม็นหืนง่าย
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้ |
|
ต้องเป็นฟอกจากสีไอโอดีน
|
ฟอกจางสีโบรมีน ใช้กับสารประกอบแอลไคน์ ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโโรคาร์บอนประเภทไม่อิ่มตัว
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต |
|
สาร x เป็นการทดสอบโปรตีน
สาร y เป็นการทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวและโมเลกุลคู่ ยกเว้นกลูโคส
|
สาร x เป็นการทดสอบปฎิกิริยาไบยูเรต การทำละลายของเบสกับกรดอะมิโน จะได้สารสีน้ำเงินม่วง
สาร y เป็นการทดสอบเบเนดิกซ์
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ก. ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดียว |
|
1. ถูก ไคทินเป็นพอลิเมอร์ของ N-acetyl-D-glucosamine ผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ
|
1. ถูก ไคทินเป็นพอลิเมอร์ของ N-acetyl-D-glucosamine ผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ค. มีข้อถูก 3 ข้อ |
|
4. ผิด เพราะ ไตรกลีเซอไรด์ ทำหน้าที่แจกจ่ายกรดไขมัน
|
ไตรกลีเซอไรด์ ทำหน้าที่แจกจ่ายกรดไขมัน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
x - protein synthsis
y - การทำพันธะ ไกลโคซิดิก
z - hydrolysis |
|
- protein synthsis ซึ่งเปลี่ยนจาก DNA เป็น mRNA แล้วจึงเปลี่ยนเป็นโปรตีน
-พันธะไกลโคซิดิก คือการที่น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 โมเลกุลมาเข้าพันธะกัน จนเกิดเป็น้ำตาลโมเลกุลคู๋
- hydrolysis เป็นปฏิกิริยาการย่อยสลายพันธะเอสเทอร์ในโมเลกุลของไตรกลีเซอรไรด์ด้วยน้ำ
ทำให้ได้กรดไขมันอิสระ (free fatty acid) โดยมีเอนไซม์ลิเพส (lipase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้มีค่าความเป็นกรด
(acid value) สูงขึ้น
|
-พันธะไกลโคซิดิก คือการที่น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 โมเลกุลมาเข้าพันธะกัน จนเกิดเป็น้ำตาลโมเลกุลคู๋
- hydrolysis เป็นปฏิกิริยาการย่อยสลายพันธะเอสเทอร์ในโมเลกุลของไตรกลีเซอรไรด์ด้วยน้ำ
ทำให้ได้กรดไขมันอิสระ (free fatty acid) โดยมีเอนไซม์ลิเพส (lipase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้มีค่าความเป็นกรด
(acid value) สูงขึ้น
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ข. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ก. โปรตีน แป้ง น้ำตาลทราย |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 21 |
|
|
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 22 |
ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส
|
|
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 23 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 24 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 25 |
|
3. mRNA |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|