ตรวจข้อสอบ > ภูรินทร์ วงค์ตั้นหิ้น > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 0 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

ฮอร์โมนอินซูลินเป็นฮอร์โมนประเภทเปปไทด์ ที่ช่วยในการสร้างสารชีวโมเลกุล (anabolic hormone) เพิ่มการกักเก็บกลูโคส กรดไขมัน และโปรตีน จากระเเสเลือด

มาลียา มโนรถ (2544) เภสัขวิทยาพื้นฐาน และคลินิกของต่อมไร้ท่อ il.mahidol.ac.th

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข. 2 และ 4

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ค. เอนไซม์ทํางานได้ภายในช่วง pH ที่จํากัด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ก. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXและกรดYทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง

ข้อ ก ถูก เนื่องจากการเกิดปฏิกิริยากับ CuSO4 ในเบสนั้นคือการทดสอบไบยูเร็ต ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาบริเวณพันธะเพปไทด์ของสารไดเพปไทด์ขึ้นไป

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข.โครงสร้างแบบทุติยภูมิของโปรตีนแบบเกลียวแอลา เกิดจากการสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่าง C=O ของกรดอะมิโนหนึ่ง N-H ของกรดอะมิโนระหว่างโพลิเพปไทด์ที่อยู่คู่กัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ไม่ทราบคำตอบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข้อ จ.

น้ำน้ำมันที่ทำให้มีโอกาสเป็นหัวใจขาดเลือดมากที่สุดคือน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวเป็นองค์ประกอบมากที่สุดโดยน้ำมันประเภทนี้ควรใช้ประกอบอาหารโดยใช้ไฟอ่อนอ่อนการทดสอบน้ำมันจากโจทก์เป็นการทดสอบความไม่อิ่มตัวของกรดไขมันเป็นองค์ประกอบด้วยไอโอดีนที่หยดลงไปจะเข้าทำปฏิกิริยาการเติมที่พันธะคู่ของกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวทำให้เกิดการฟอกจากสีของไอโอดีนดังนั้นยิ่งต้องใช้จำนวนหยุดของไอโอดีนมากขึ้นเท่าไหร่จำนวนของพันธะคู่หรือความไม่อิ่มตัวของกรดไขมันที่ทดสอบก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นจากผลการทดสอบจึงสรุปได้ว่าความไม่อิ่มตัวของน้ำมันแต่ละชนิดเป็นดังนี้ W

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ ค.

เพราะน้ำมันที่แข็งตัวง่ายจะมีจุดหลอมเหลวสูงมีกรดไขมันอิ่มตัวมาก และเหม็นหื่นได้ยากส่วนน้ำมันที่แข็งตัวยากนั้นเป็นน้ำมันที่ยังไม่อิ่มตัวจะมีจุดหลอมเหลวต่ำจึงยังคงทำให้เป็นของเหลวอยู่เกิดการเหม็นหืนได้ง่ายเนื่องจากไวต่อปฏิกิริยากับอากาศ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

ข้อ ข. เพราะจากตารางจะเห็นได้ว่าน้ำมันมะกอกก็มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว คือ โอลีอิกและลิโนเลอิก ดังนั้นจึงทำปฏิกิริยา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

X จัดเป็นสารประเภทโปรตีน Y จัดเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดียว ซึ่งสอดคล้องกับข้อ ก.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

ข้อที่ถูกต้องคือ 1 และ 3 จากข้อที่ 1 ฮีโมโกลบินจัดเป็นสารประเภทโปรตีนทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจน และข้อที่ 3 ฮิมมูโนโกลบูลินจัดเป็นสารประเภทโปรตีนทำหน้าที่ในเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน จึงทำให้จากข้อมูลในตารางมีข้อที่ถูกต้องเพียงแค่สองข้อ คือ 1 และ 3

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ไม่ทราบคำตอบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของเพปไทด์จะตัด ที่พันธะเพปไทด์ ด้าน C=O จะได้รับ OH จากน้ำส่วนด้าน N จะได้รับ H จากน้ำ

ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของเพปไทด์จะตัด ที่พันธะเพปไทด์ ด้าน C=O จะได้รับ OH จากน้ำส่วนด้าน N จะได้รับ H จากน้ำ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ง. ถูกทุกข้อ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ค. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข. W, X และ Z

สารละลายเบเนดิกส์เมื่อนำมาใช้ทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดียวโดยจะเกิดผลลัพธ์เป็นตะกอนสีแดงอิฐดังนั้นจากตัวอย่างสาร W, X และ Z ซึ่งจัดเป็นน้ำตาลมีน้ำตาลโมเลกุลเดียวเป็นองค์ประกอบจริงสามารถทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกแล้วได้ตะกอนสีแดงอิฐ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

เพราะกรดอะมิโนเมื่อละลายนํา้แล้วหมู่–COOHจะแตกตวัให้H+ ไปโปรโตเนตหมู่–NH2 เกิดเป็นหมู่– COO- (เบส) และ –NH3+ (กรด) ทําให้มีสมบตั ิเป็นบฟั เฟอร์ ส่วนกรดไขมนั มีเฉพาะหมู่ –COOH สําหรับนํา้ ตาลโมเลกุล เดี่ยวมีหมู่–OHและคลอเลสเตอรอลมีแตห่ มเู่อสเทอร์( OC O )

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


การยับยั้งการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้สารกำจัดวัชพืช มีกลไกดังนี้ - ไดยูรอน (Diuron Dichlorophenyl dimethylurea : DCMU) เป็นสารกำจัดวัชพืชที่ยับยั้งการถ่ายทอด อิเล็กตรอนระหว่าง photosystem II ไปยัง photosystem 1 ดังนั้นจึงยับยั้งการสังเคราะห์ด้วยแสง - พาราควอต (Paraquat : Methyl viologen) เป็นสารกำจัดวัชพืชที่ไปแย่งรับอิเล็กตรอน photosystem I ในขณะที่ส่งต่อไปยัง NADP" แล้ว วซออกซิเจนให้เป็น O, (superoxide anion radical) ซึ่งสามารถทำ ปฏิกิริยากับสารหลายชนิดในคลอโรพลาสต์ มีผลยังยั้งการสังเคราะห์ด้วยแสง

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

จ. อะไมโลส และอะไมเลสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายนินไฮดริน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


3. Gene นี้พบใน prokaryote

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


3. DNA polymerase

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


2. Inducer

เพราะในวิดีโอไม่มีอธิบาย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 37.9 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา