ตรวจข้อสอบ > พัชรพร บุญชรัตน์ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 12 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

จากการค้นหาพบว่าโครงสร้างของโมเลกุลอินูลิน มีความคล้ายกับโครงสร้างของฟรักโทส คือเชื่อมด้วยพันธะไกลโคซิดิก

เนื่องจาก อินูลินมีโครงสร้างคล้ายกับฟรักโทสซึ่งฟรักโทสเป็นน้ำตาลประเภทมอนอแซ็กคาไลน์ หรือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ซึ่งถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นอินูลินจึงจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน แต่อินูลินเป็นโพลีแซ็กคาไรด์คือ เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

พิจารณาดังนี้ ข้อ1 ไม่ถูกต้องเนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นคนที่ขาดอินซูลิน ข้อ 2 อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลในเลือดไปยังส่วนต่างๆจึงถูกต้อง ข้อ 3 ถูกต้อง เพราะคนที่เป็นเบาหวานควรลดแป้งและน้ำตาล เนื่องจาก อินซูลินน้อยทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงกว่า คนที่ไม่เป็นเบาหวาน ข้อ 4 ผิด เพราะ การเพิ่มอินซูลิน เพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดไม่ใช่เพิ่มน้ำตาลในเลือด

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้างขึ้น และมีหน้าที่ที่สำคัญคือ นำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเพื่อสร้างเป็นพลังงาน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้เต็มที่ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน 

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ค. เอนไซม์ทํางานได้ภายในช่วง pH ที่จํากัด

เนื่องจากผลการทดลองทำให้ทราบว่า ค่าpH อื่นที่นอกเหนือจาก7 เจลาตินแข็งตัวใน เวลาเท่ากันคือ 5 นาที (กรณีเติมเอนไซม์)ไม่ว่าจะมีคุณสมบัติเป็นกรด(pH1-5) หรือเบส(pH6เป็นต้นไป)เเต่เมื่อpH เป็น 7 ใช้เวลานานที่สุด จึงคาดว่าเอนไซม์ชนิดนี้ทำงานได้ดีเเค่ช่วงpHเป็น7

จากการสืบค้นพบว่า อัตราการทำงานของเอนไซม์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิ (อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการทำงานโดยทั่วไปของเอนไซม์อยู่ในช่วง 25-40 องศาเซลเซียส หากสูงเกินไปจะทำให้เอนไซม์เสียสภาพโครงสร้าง ทำให้เข้าร่วมกับซับสเตรดไม่ได้), ความเป็นกรดเบส (โดยทั่วไปเอนไซม์จะทำงานได้ดีในช่วงค่า pH 6-7

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ก. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXและกรดYทําปฏิกิริยากับCuSO4ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ค.โปรตีนจัดเป็นสารประกอบที่เห็น แอมโฟเทริก (amphottric)

พิจารณาดังนี้ 1.ผิด เพราะ ไตรเปบไทด์คือ กรดอะมิโน 3 โมเลกุลเชื่อมด้วย พันธะเปบไทด์2หรือ3 พันธะ 3.ถูก เพราะโปรตีนมีทั้งฝั่งเบสเเละกรด จึงมีความสามารถทั้งให้และรับอิเล็กตรอน 4.ผิด เพราะละลายน้ำได้ดี 5.ผิด เพราะโปรตีนก้อนกลมเป็น quaternary structure

สารแอมโฟเทอริก คือ สารหรือไอออนบางชนิดที่สามารถให้หรือรับโปรตอนก็ได้ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาที่เข้าร่วม สารหรือไอออนชนิดนี้จึงเป็นได้ทั้งกรดและเบส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A : glycerol B : fatty acid C : ไขมัน และ น้ำมัน

ไขมันเกิดจากกรดไขมัน+กลีเซอรอล ได้ ผลิตภัณฑ์คือ น้ำมัน ไขมัน และน้ำ

อ้างอิงจากสมการเคมีการเกิดไขมันและน้ำมัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ข้อ ก.

น้ำมัน z ใช้จำนวนหยดไอโอดีนมากที่สุด คือมีไขมันอิ่มตัวมากที่สุด ก่อให้เกิดโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากที่สุด น้ำมัน w ใช้หยดไอโอดีนน้อยสุด-->ไขมันไม่อิ่มตัว-->ควรใช้ไฟเบา

ค่า I.N. เป็นตัวบ่งชี้ว่าไขมันหรือน้ำมัน มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นส่วนประกอบอยู่ในโมเลกุลมากน้อยเพียงใด ถ้ามีค่า I.N. สูง แสดงว่ามีปริมาณกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นส่วนประกอบมาก และจะเกิดการหืน (rancidity) แบบ lipid oxidation ได้ง่าย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ ง.

3.ผิด เพราะ Y จุดหลอมเหลวสูง เหม็นหืนง่าย เป็นไขมันอิ่มตัว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

เปรียบเทียบกรดที่พบในไขมันประเภทต่างๆ

กรดไมริสทิก กรดปาล์มิทิก และกรดสเทียริก พบในกรดไขมันอิ่มตัว กรดโอเลอิกและไลโนเลอิกพบในกรดไขมันไม่อิ่มตัว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

X : โปรตีน Y : คาร์โบไฮเดรต

ซูโครสต้มกับสลล.เบเนดิกได้ตะกอน CuSO4 ใช้ตรวจสอบโปรตีน เปลี่ยนจากฟ้า-->ม่วง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ก. ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดียว

1.ถูก ไคตินพบในเห็ดรา 2.ผิด 3.ผิด เป็นเบต้า 1-4

พันธะเซลลูโลสเป็น เบต้า1-4 กรดอะมิโนเชื่อมด้วย พันธะCกับO และN

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ง. ถูกทุกข้อ

ในเลือดมีฮีโมโกลบิน ที่O2มาเกาะเเละลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


X : การย่อยโปรตีน Y : การเกิดน้ำตาลซูโครส Z : การแตกตัวของไขมัน,การย่อยไขมัน

กรดอะมิโนเป็นมอนอเมอร์ของโปรตีน ซูโครสเป็นพอลิแซ็กคาไรด์เกิดจาก กลูโคส+ฟรักโทส ส่วนประกอบไขมันคือ กรดไขมัน+กลีเซอรอล

สมการการเกิดพอลิแซ็กคาไรด์ สมการการแตกตัวของไขมัน ความรู้เรื่องมอนอเมอร์ของโปรตีน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


2 ชนิด

ตัดพันธะ ได้พันธะ 3 อย่างที่เหมือนกัน และแตกต่าง1 อย่าง

พันธะของกรดอมิโน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ก. มีข้อถูกเพียง 1 ข้อ

เฉพาะบรรทัดล่างสุดของตาราง

เรื่องพันธะ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย

X :โปรตีน Y :คาร์โบไฮเดรต(น้ำตาล) Z :ไม่ใช่แป้ง

เรื่องการตรวจสอบสาร

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


จ. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดคาร์บอกซิลิก แป้ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ก. W, X และ Y

Y : น้ำตาล Z : อีเทอร์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

กรดอะมิโนเป็นบัฟเฟอร์ เพราะฮีโมโกลบินเป็นบัฟเฟอร์ และเป็นโปรตีน กรดอะมิโนเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน ดังนั้นเป็นบัฟเฟอร์

สารละลายบัฟเฟอร์เป็นสารละลายที่มีความสามารถพิเศษ คือเมื่อได้รับกรดหรือเบสเพิ่มขึ้นไม่มาก จะไม่ทำให้ค่าพีเอชของสารละลายบัฟเฟอร์นั้นเปลี่ยนไป

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


3. พืชไม่สามารถเกิดปฏิกิริยา photolysis จึงทำให้ไม่เกิด O2 ขึ้น

พืชไม่สามารถถ่ายอิเล็กตรอนระหว่างระบบแสง II กับระบบแสง I ได้

ถ่ายทอดe- ไม่ได้--->สังเคราะห์แสงไม่ได้ --->สร้างออกซิเจนไม่ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


5. จัดเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท Prokaryotic cell

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

ข. อะไมเลส จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์แบบโซ่กิ่ง ที่ไม่สามารละลายน้ำได้

อะไมโลสคือน้ำย่อย

อะไมโลส คือenzyme ซึ่งเป็นโปรตีน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


2. Lac operon เกี่ยวข้องกับกระบวนการ breakdown ของ lactose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


1. Permease

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


2. Inducer

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 78.95 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา