ตรวจข้อสอบ > ยศกร คงสุวรรณ > ฟิสิกส์เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Physics > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 0 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ข้อ ค.

พลังงานที่สูญเสียไปคือพลังงานจลน์

มวลตัดทั้งสองข้างสมการ ดังนั้นไม่เหลือm มีช้อย ข ค จ กฎอนุรักษ์พลังงาน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ข) 10 N

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ง) 1, 3

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ค) 1, 4

2. การหักเหออกจากเส้นแนวฉาก เกิดขึ้นเมื่อ – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีดัชนีหักเหมากไปสู่ตัวกลางที่มีดัชนีหักเหน้อย – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความเร็วน้อยไปสู่ตัวกลางที่มีความเร็วมาก

การเดินทางของลำแสงที่ผ่านตัวกลางชนิดเดียวกันตลอดจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง แต่ถ้าลำแสงเดินทางผ่านตัวกลางต่างชนิดกันที่มีความหนาแน่นต่างกัน แสงจะเกิดการหักเห ซึ่งเป็นไปตามกฎของการหักเห โดยมุมหักเหจะใหญ่หรือเล็กกว่ามุมตกกระทึบขึ้นอยู่กับสมบัติอย่างหนึ่งของตัวกลาง ที่เรียกว่า ดัชนีหักเห ซึ่งหาได้จากอัตราส่วนระหว่างอัตราเร็วของแสง ในสูญญากาศ ต่ออัตราเร็วของแสงในตัวกลางใด ๆ ถ้าลำแสงตกกระทบอยู่ในตัวกลางที่มีค่าดัชนีหักเหน้อยกว่ามุมหักเหที่ได้จะเล็กกว่ามุมตกกระทบ ในทำนองเดียวกันถ้าลำแสงตกกระทบ อยู่ในตัวกลางที่มีค่าดัชนีหักเหมากกว่า มุมหักเหที่ได้จะโตกว่ามุกตกกระทบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อ จ.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อ ก.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ค) 2:1

m1u1+m2u2=m1v1+m2v2 uเป็น0 หาอัตราส่วน v1/v2 = 2 เอาพลังงานจลน์มาหารกันเเทนค่าv1/v2 ได้อัตราส่วนเท่ากับ 2:1

กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม และการชน โมเมนตัมมีสมบัติพิเศษนั่นก็คือจะถูกอนุรักษ์อยู่เสมอ (ไม่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็ไม่ลดหายไป) แม้แต่ในการชน พลังงานจลน์นั้นจะไม่ถูกอนุรักษ์ในการชน ถ้าการชนนั้นเป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น เนื่องจากการคงตัวของโมเมนตัมที่กล่าวมาแล้ว จึงทำให้สามารถนำไปคำนวณความเร็วที่ไม่ทราบค่าภายหลังการชนได้ ปัญหาในวิชาฟิสิกส์ที่จะต้องใช้ความจริงที่กล่าวมานี้ ก็คือการชนกันของสองอนุภาค โดยผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนจะต้องเท่ากับผลรวมของโมเมนตัมหลังการชนเสมอ m_1 \mathbf v_{1,i} + m_2 \mathbf v_{2,i} = m_1 \mathbf v_{1,f} + m_2 \mathbf v_{2,f} \, โดยที่ตัวห้อย i แสดงถึงก่อนการชน และตัวห้อย f แสดงถึงหลังการชน โดยปกติ เราจะทราบเพียงความเร็วก่อนการชน หรือหลังการชน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง และต้องการที่จะทราบความเร็วอีกตัวหนึ่ง การแก้ไขปัญหานี้อย่างถูกต้องจะทำให้เราทราบว่าการชนนั้นเป็นอย่างไร การชนนั้นมีสองประเภท ดังต่อไปนี้ การชนแบบยืดหยุ่น เป็นการชนที่อนุรักษ์พลังงาน การชนแบบไม่ยืดหยุ่นเป็นการชนที่ไม่อนุรักษ์พลังงาน การชนทั้งสองประเภทที่ได้กล่าวมานี้ เป็นการชนที่อนุรักษ์โมเมนตัมทั้งหมด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข้อ ค.

ซิกมาF=ma เเตกเเรง cos sin เเรงเสียดทาน = เเรงFcosเเอลฟา u(mg-Fsinแอลฟา)=Fcosแอลฟา

กฎข้อที่1ของนิวตัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข้อ ง.

โมเมนทวน=โมเมนตาม W1d1=(w1d1/8)+(2/3)*w3d1

โมเมนต์ของแรง (moment of force) หรือโมเมนต์ (moment) หมายถึง ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุเพื่อให้วัตถุหมุนไปรอบจุดหมุน ดังนั้น โมเมนต์ของแรงก็คือ ผลคูณของแรงกับระยะตั้งฉากจากแนวแรงถึงจุดหมุน ดังสูตร ทิศทางของโมเมนต์ มี 2 ทิศทาง คือ 1. โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา 2. โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา รูปแสดงทิศทางของโมเมนต์ จากรูป โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา = WxL2 (นิวตัน-เมตร) โมเมต์ทวนเข็มนาฬิกา = ExL1 (นิวตัน-เมตร) ถ้ามีแรงหลายแรงกระทำต่อวัตถุชิ้นหนึ่ง แล้วทำให้วัตถุนั้นอยู่ในสภาวะสมดุลจะได้ว่า ผลรวมของโมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา = ผลรวมของโมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ข) 3/4

โมเมนทวน=โมเมนตาม 2*w1d2=(w1d2)/4+(2/3)*w1d3

โมเมนต์ของแรง (moment of force) หรือโมเมนต์ (moment) หมายถึง ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุเพื่อให้วัตถุหมุนไปรอบจุดหมุน ดังนั้น โมเมนต์ของแรงก็คือ ผลคูณของแรงกับระยะตั้งฉากจากแนวแรงถึงจุดหมุน ดังสูตร ทิศทางของโมเมนต์ มี 2 ทิศทาง คือ 1. โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา 2. โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา รูปแสดงทิศทางของโมเมนต์ จากรูป โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา = WxL2 (นิวตัน-เมตร) โมเมต์ทวนเข็มนาฬิกา = ExL1 (นิวตัน-เมตร) ถ้ามีแรงหลายแรงกระทำต่อวัตถุชิ้นหนึ่ง แล้วทำให้วัตถุนั้นอยู่ในสภาวะสมดุลจะได้ว่า ผลรวมของโมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา = ผลรวมของโมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข้อ ข.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค) 9N

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ข้อ ข.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ก) 1

การหักเหออกจากเส้นแนวฉาก เกิดขึ้นเมื่อ – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีดัชนีหักเหมากไปสู่ตัวกลางที่มีดัชนีหักเหน้อย – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความเร็วน้อยไปสู่ตัวกลางที่มีความเร็วมาก มุมวิกฤติและการสะท้อนกลับหมด มุมวิกฤติ คือมุมตกกระทบที่ทำให้มุมหักเหเท่ากับ 900จะเกิดมุมวิกฤติได้เมื่อ- แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีดัชนีหักเหน้อยไปสู่ตัวกลางที่มีดัชนีหักเหมาก – แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความเร็วมากไปสู่ตัวกลางที่มีความเร็วน้อยการสะท้อนกลับหมดจะเกิดขึ้นในกรณีที่มุมตกกระทบโตกว่ามุมวิกฤติ ขณะที่เกิดการสะท้อนกลับหมด จะไม่มีแสงผ่านเข้าไปสู่ตัวกลางที่ 2 เลย

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ค) เลนส์นูนที่มีระยะโฟกัส 15cm

ภาพเสมือนขนาดใหญ่ เลนส์นูนเท่านั้น

m=f/(15-f)

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง) 2.0 เท่า,ภาพเสมือน

กระจกส่องฟันจะให้ภาพเสมือนขนาดใหญ่

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


จ) 24V

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ข้อ ค.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข้อ ข.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อ ง.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


ง) 160

P1V1=P2V2

กฎของบอยล์ ตั้งชื่อตามโรเบิร์ต บอยล์ (Robert Boyle) นักเคมีและนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ มีใจความสำคัญว่า ถ้าอุณหภูมิคงตัว ความดันของแก๊สจะแปรผกผันกับปริมาตรของแก๊สนั้น ๆ หรือผลคูณของความดันและปริมาตรของแก๊สมีค่าคงตัวเสมอ ดังสมการ P1V1 = P2V2 โดยที่ P เป็นความดันของแก๊ส (atm) V เป็นปริมาณของแก๊ส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อ ก.

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


ง) 32 Ω

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


ก) 8 Ω

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


ง) 500√2 W

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 46.05 เต็ม 150

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา