| 1 |
|
ข้อ ข. |
|
ใช้กฎอนุรักษ์พลังงานร่วมกับการคำนึงถึงว่าการกระดอนขึ้นจะมีการสูญเสียพลังงานออกไป 25% แสดงว่าเหลือพลังงานอยู่ 75% ใช้สูตร 1/2mv^2 และ 1/2mu^2 ในการเปรียบเทียบพลังงาน ซึ่งในที่นี้คือพลังงานจลน์
|
ใช้สูตรการอนุรักษ์พลังงาน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ข) 10 N |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข) 2 |
|
ข้อ 1 แรงเฉลี่ยไม่ได้มีค่าเท่ากับ W
ข้อ 2 พลังงานศักย์โน้มถ่วงของเด็กเพิ่มขึ้นเพราะ CG CM สูงขึ้น
ข้อ 3 ไม่เกิดงานเพราะไม่ได้มีการเคลื่อนที่ทิศทางตามแนวแรง
|
วิเคราะห์ทีละข้อ ตามค่า CM CG ของเด็ก และ W = Fs
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ค) 1, 4 |
|
ข้อ 1 ถูกต้องเพราะดัลนีหักเหมากไปน้อย มุมตกกระทบจะเล็กกว่ามุมหักเหเสมอ ทำให้มุมเบี่ยงออกจากเส้นปกติ
ข้อ 2 ผิด เนื่องจากดัชนีหักเหของน้ำและอากาศมีค่าไม่เท่ากัน ส่งผลให้ มุมตกกระทบและมุมหักเหมีค่าไม่เท่ากันด้วย
ข้อ 3 ผิด เนื่องจากดัชนีหักเหที่น้อยที่สุดมีค่าเป็น 1 เมื่อแสงเดินทางในสูญญากาศเท่านั้น
ข้อ 4 ถูกต้องเพราะการคลื่นที่ผ่านตัวกลางใหม่แล้วกลับมาตัวกลางเดิม ความยาวคลื่นจะกลับมามีค่าเท่าเสมอ
|
ใช้การวิเคราะห์คำนวณในแต่ละข้อ ใช้ความรู้เรื่องแสงเชิงคลื่น กฎของ Snell
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ข้อ ก. |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
ข้อ ข. |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ค) 2:1 |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ ค. |
|
แตกแรง F ออกมา แตกติดมุมได้ FcosA แตกห่างมุมได้ FsinA
ซึ่งกล่องก็มี mg และ N ในทิศตรงข้าม
และการเคลื่อนที่ก็มีแรงเสียดทาน f
เมื่อคิดในแนวแกน x ได้ N = FcosA/มิว
เมื่อคิดในแนวแกน y ได้ ซิกมาF = ma ; เมื่อความเร็วคงที่ a = 0
ซิกมา F = 0
FsinA + N - mg = 0
FsinA + FcosA/มิว - mg = 0
มิวFsinA + FcosA - มิวmg = 0
F (มิวsinA + cosA) - มิวmg = 0
F = มิวmg/(มิวsinA + cosA)
|
ใช้หลักการการแตกแรงเบื้องต้น และการจับเท่ากันของสมการในแนวแกน x และ y
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข้อ ง. |
|
โมเมนต์ทวน = โมเมนต์ตามเข็ม
d1W1 = W2d2 + W3d3
แทน d3=2d1/3 และ d2 = d1/2 ในสมการ
d1W1 = W2d1/2 + 2W3d1/3
ตัด d1 ออกทั้งสมการ
W1 = W2 x 1/2 + 2/3 x W3
แทน W2 = W1 /4
W1 = W1 /8 + 2/3 x W3
7/8 W1 = 2/3 W3
21/16 W1 = W3
|
ใช้หลักการโมเมนต์ทวนเข็มเท่ากับโมเมนต์ตามเข็มในสภาวะสมดุล โมเมนต์คือน้ำหนักคูณระยะทางที่ตั้งฉากกัน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ข) 3/4 |
|
ใช้สิ่งที่โจทย์ให้มา d2 = d1/2 d3=2/3 d1
d2/d3 = d1/2 / 2/3d1
d2/d3 = 1/2 / 2/3
d2/d3 = 3/4
|
วิเคราะห์จากสิ่งที่โจทย์ให้ ถามอัตราส่วนให้นำตัวแปรทั้งสองมาหารกัน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข้อ ก. |
|
แรงตึงเชือกอยู่คนละทิศกับทิศทางของน้ำหนัก ฉะนั้นจับแรงในแนวแกน y มาเท่ากันจะได้ T = W1+W2+W3
|
ใช้การรวมแรงแบบเวกเตอร์ ซึ่งคำนึงถึงทิศทาง และแรงตึงเชือกอย่างง่าย
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ข) 6N |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ข้อ ง. |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ก) 1 |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ง) เลนส์นูนที่มีระยะโฟกัส 20cm |
|
คำนวนจาก 1/f = 1/s + 1/s' เมื่อ m = s'/s
เทียบหาอัตราส่วน 4 = s'/15 ; s' = 60
แทนเข้าไปในสมการจะได้ว่า 1/f = 1/15 + 1/60
1/f = 3/60 ; f = 20 ซม
ซึ่งเป็นเลนส์นูฯแน่ ๆ เนื่องจากเลนส์เว้าจะได้ภาพที่เล็กกว่าวัตถุเสมอ
|
ใช้สูตร 1/f = 1/s + 1/s' เมื่อ m = s'/s ในความรู้เรื่องเลนส์
และคุณสมบัติของเลนส์นูฯและเลนส์เว้า
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ค) 2.0 เท่า,ภาพจริง |
|
ต้องคำนึงว่ารัศมีความโค้งเป็น 2 เท่าของความยาวโฟกัสเสมอ ทำให้เราได้ f = 2 cm แล้วทำมาแทนในสูตรที่ s = 1 cm ตามที่โจทย์กำหนด ทำให้ภาพที่ออกมามีขนาด 2cm ซึ่งใหญ่กว่าวัตถุเป็น 2 เท่า ภาพที่ออกมาจะเป็นภาพจริงเสมอในอุปกรณ์การแพทย์ของทันตแพทย์
|
ใช้สูตร 1/f = 1/s + 1/s' และได้ว่ารัศมีความโค้งเป็น 2 เท่าของความยาวโฟกัสเสมอ
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ง) 20V |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
ข้อ ข. |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
ข้อ ข. |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
ข้อ ข. |
|
ใช้สูตร V = KQ/r ทั้งสองกรณีโดย VA = VB = 7V , rA = 0.01m, rB = 0.015m
แล้วจัดรูปให้อยู่ในเทอม Q จะได้
QA = 0.07/k
QB = 0.105/k
ดังนั้น F = kQ1Q2/r^2
F = 3.27 x 10^-12 N
|
ใช้สูตร V = KQ/r และ F = kQ1Q2/r^2
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 21 |
|
ง) 160 |
|
PV=nPV เมื่อ n คือจำนวนลูกโป่ง
จะได้ (12)(10) = n(1.5)(0.5)
n = 160
|
PV=nPV เมื่อ n คือจำนวนลูกโป่ง
กฎรวมแก๊สเมื่อ T เท่าในระบบเดียวกัน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 22 |
|
ข้อ ก. |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 23 |
|
ข) 16 Ω |
|
|
ใช้สูตร V = IR และ C = Q/V ในเรื่องไฟฟ้าฟิสิกส์
เมื่อ V = ความต่างศักย์ I เท่ากับกระแสไฟฟ้า R เท่ากับตัวต้านทาน
C = Capacitance Qคือประจุไฟฟ้า
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 24 |
|
ง) 32 Ω |
|
|
ใช้สูตร V = IR และ C = Q/V ในเรื่องไฟฟ้าฟิสิกส์
เมื่อ V = ความต่างศักย์ I เท่ากับกระแสไฟฟ้า R เท่ากับตัวต้านทาน
C = Capacitance Qคือประจุไฟฟ้า
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 25 |
|
ง) 500√2 W |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|