| 1 |
|
จ. คาร์โบไฮเดรต |
|
อินนูลินเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภท polysaccharide มีลักษณะเป็นสายพอลิเมอร์ของน้ำตาลฟรักโทสที่เชื่อมต่อกันเป็นเส้นตรงจึงเรียกว่าฟรักแทน โมเลกุลตรงปลายสุดต่อด้วยน้ำตาลกลูโคส
|
อ้างอิงจาก wikipedia และ foodnetworksolution.com โดยข้อมูลกล่าวว่าอินนูลินจัดเป็นเส้นใยอาหารที่เรียกว่าฟรุกแทน (fructan) เป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลฟรุคโตสซึ่งเชื่อมต่อกันเป็นเส้นตรงที่ตำแหน่ง β - 2, 1 linked polyfructan มีปลายด้านหนึ่งคือกลูโคสที่เชื่อมต่อกับฟรุกโตส โดยพบเป็นคาร์โบไฮเดรต โครงสร้างหลักไม่มีพันธะที่เป็นองค์ประกอบของวงแหวน มีน้ำตาลประกอบเข้าด้วยกันมากกว่า 10 โมเลกุล เรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า เฮเทอโรพอลิแซ็กคาไรด์ หรือการมีโมเลกุลของน้ำตาลมากกว่า 1 ชนิดมาเชื่อมต่อกัน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ง. 2 และ 3 |
|
พิจารณา
1. ผิด เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีสาเหตุมาจากร่างกายขาดอินซูลินหรือร่างกายหลั่งอินซูลินได้น้อย
4. ผิด เพื่อลดน้ำตาลในเลือดและแลงน้ำตาลไปเป็นพลังงาน
|
ข้อมูลจาก https://www.siphhospital.com/ กล่าวว่า โรงเบาหวานเป็นโรคที่น้ำตาลในเลือดสูงเกินจากปกติเกิดจากตับอ่านทำงานผิดปกติทำให้อินซูลินหลั่งออกมาได้น้อย ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานควรลดน้ำตาล รับประทานข้าวที่ไม่สีหรือขัดซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหารมากกว่า จากสาระความรู้เกี่ยวกับอินซูลิน โดย รศ.ดร.เภสัชกรหญิงจุราพร พงศ์เวชรักษ์ กล่าวว่า อินซูลินช่วยทา ใหเ้ซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลงังาน และนำน้ำตาลส่วนเกินเกบสะสมเป็นพลังงานสำรองที่ตับหรือเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม(เปลี่ยนกลูโคสเป็ฯไกลโคเจน) และเนื่องจากการฉีดอินซูลินเข้าไปจะทำให้กระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานเพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำตาลในเลือดจะลดลง+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ก. เอนไซม์เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ pH ไม่เท่ากับ 7 |
|
เนื่องจากเอนไซม์ในช่วง PH = 7 มีการทำงานที่นานกว่าหลอดอื่นๆ ใน pH ที่ต่างกัน
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ง. เพปไทด์ท่ีประกอบด้วยกรดอะมิโนท้ัง 3 ชนิดข้างต้นโดยไม่มีกรดอะมิโนที่ซ้ํากันมีทั้งหมด3ชนิด |
|
ก. ผิด เนื่องจาก CuSO4 ไม่ทำปฏิกิริยากับ amino acid
ข. ผิด เนื่องจาก valine(Y ) เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้
จ. จะสูญเสียน้ำ 2 โมเลกุล
|
จาก www.foodnetworksolution.com จะได้ว่า X Y Z คือ Serine Valine Tryosine อ้างอิงจาก wikipedia พันธะเพบไทด์เป็นพันธะเคมีที่สร้างระหว่างหมู่คาร์บอกซิลของโมเลกุลหนึ่งกับหมู่อะมิโนของอีกโมเลกุลหนึ่ง และมีการปล่อยน้ำออกไปหนึ่งโมเลกุล นั่นคือในการจับคู่กรดอมิโนสองตัวจะปล่อยน้ำออกมา 1 โมเลกุล
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ค.โปรตีนจัดเป็นสารประกอบที่เห็น แอมโฟเทริก (amphottric) |
|
ก . ผิด เนื่องจากกรดอะมิโน 4 โมเลกุล ต่อเข้าด้วยกันก็จะเป็น เตตระเพปไทด์
ข. ผิด ทำในสายเดียวกัน
ค.ถูก
|
Amphottric คือสารที่เป็นได้ทั้งกรดและเบส โปรตีนที่มีทั้งประจุ + และ - จึงเป็นได้ทั้งกรดและเบส และอ้างอิงจาก foodnetworksolution
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
A กลีเซอร์ไรด์
B กรดไขมัน
C ไขมัน |
|
จากสมการจะได้ว่าการเกิดไขมันหรือน้ำมันชนิดนี้เป็นไขมันเชิงเดี่ยว ชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์ซึ่งพบมากที่สุดในธรรมชาติ จะได้สมการออกมาดังคำตอบ
|
อ้างอิงจาก www.foodnetworksolution.com Triglyceride เกิดจากการรวมตัวของกรดไขมัน3 โมเลกุล กับกลีเซอรอล 1 โมเลกุลด้วยพันธะเอสเทอร์
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข้อ ข. |
|
W X เป็นกรดไขมันอิ่มตัว และ Y Z เป็นกรดไขมันอิ่มตัว ในการทำอาหารด้วยไฟอ่อนๆ ต้องใช้น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งเป็นน้ำมันจากพืชเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว นอกจากนั้นกรดไขมันอิ่มตัวยังทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือดด้วย
|
จาก curadio.chula.ac.th จะได้ว่ายิ่งจำนวนหยดมากยิ่งมีความเป็นไขมันไม่อิ่มตัวมาก W เป็นน้ำมันจากสัตว์ ส่วน Z เป็นน้ำมันพืช จาก www.chonklang.com น้ำมันที่เหมาะกหับการนำมาทำอาหารด้วยไฟอ่อนๆ คือ น้ำมันถั่วเหลืองและอ้างอิงจาก www.sikarin.com โรคหัวใจขาดเลือดเกิดจากการที่มีไขมันมากดบนเส้นเลือด ไขมันอิ่มตัวจึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ จ. |
|
กรดไขมันอิ่มตัวจุดหลอมเหลวสูง กรดไขมันไม่อิ่มตัวจุดหลอมเหลวต่ำ แสดงว่า X และ Y เป็นกรดไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัวตามลำดับ
|
เนื่องจากข้อมูลข้างต้น จะทำให้ทราบว่า X และ Y เป็นกรดไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัวตามลำดับ ซึ่งกรดไขมันอิ่มตัวมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูง เหม็นหืนยาก ในขณะที่กรดไขมันไม่อิ่มตัวจะมีลลักษณะเป็นนิเสธกัน
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้ |
|
น้ำมันหมู มีกรดไขมันอิ่มตัว 18+30+1 = 49 ไม่อิ่มตัว 6+41 = 47
ไขวัว มีกรดไขมันอิ่มตัว 25+32+2 = 59 ไม่อิ่มตัว 3+38 =41
น้ำมันมะกอก ไม่อิ่มตัว 7+83 = 90
อิ่ม หมู< วัว
|
กรดไขมันอิ่มตัวจะลงท้ายด้วย -tic -ric แต่กรดไขมันไม่อิ่มตัสจะลงท้ายด้วย -ic -nic อ้างอิงจาก foodnetworksolution.com และหนังสือ ultra biology
อ้างอิงจาก www.scimath.org ไขมันและน้ำมันเป็นสารประกอบเอสเทอร์ ลิพิดไม่ละลายในน้ำละลายได้ดีในตัวทำละลายอินทรีย์ทีไม่มีขั้ว อย่างเช่น เฮกเซน
และแอลอกฮอล์ อ้างอิงจาก foodnetworksolution
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต |
|
X = protein
Y = Sucrose (น้ำตาลทาย อ้อย)
|
การทดสอบ biuret (CuSO4/NaOH) เป็นการทดสอบ protein ถ้าผลเป็น + สารจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
Y เป็นการทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โดยสารที่นำมาทดสอบเป็นน้ำตาลซูโสซึ่งไม่ทำปฏิกิริยากับเบเนดิกซ์ จึงจำเป็นต้องนำมาต้มกับกรดหรือย่อยด้วยเอนไซม์ก่อน ถ้าผลเป็น + จะได้ตะกอนสีแดงอิฐ
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก |
|
1 ถูก เป็นสารประกอบผนังเซลล์ของเห็ด รา มีหน่วยย่อยเป็น N-acety-D-glucosamine
2. ถูก
3.ผิด cellulose เป็น B-1,4-glycosidic bond
|
อ้างอิงจากหนังสือ 360 cocepts biology ,wikipedia ,ภาพโครงสร้างของกรดอมิโนแบบ polypeptide และ foodnetworksolution
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ค. มีข้อถูก 3 ข้อ |
|
ไตรกลีเซอไรด์ ที่ผ่านเข้าไปยังกระแสเลือดแล้ว จะมีหน้าที่แจกจ่าย กรดไขมัน ข้อนี้จึงผิด ดังนั้นจึงถูกแค่ 3 ข้อ
|
อ้างอิงข้อมูลไตรกลีเซอร์ไรด์จาก amprohealth และอ้างอิงข้อมูลจาก 360 concepts biology เรื่อง Protein Function และไขมันเบ็ดเตล็ต
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
X : Hydrolysis
Y : Dehydration
Z : การเกิดเอสเทอร์ |
|
Hydrolysis เป็นปฏิกิริยาสลายด้ววยน้ำเพื่อทำให้โมเลกุลมีขนาดเล็กลง
DEhydration เป็นปฏิกิริยาควบแน่นหรือดึงน้ำออกเพื่อเชื่อมต่อและทำให้มีโมเลกุลใหญ่ขึ้น
การเกิดเอสเทอร์เป๋็นการทำปฎิกิริยายในไขมันย
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
3 ชนิด |
|
เนื่องจากมี 3 พันธะเพปไทด์
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ข. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ง. นมถั่วเหลือง กลูโคส น้ำตาลทราย |
|
เรียงตามลำดับจะได้ โปรตีน น้ำตาล(ไม่ใช่ซูโคส) และไม่ใช่แป้ง(คาร์โบไฮเดรต)
|
X เป็นการทดสอบโปรตีน
Y เป็นการทดสอบน้ำตาลแบบปกติแสดงว่าไม่ใช่ซูโคส
Z ทดสอบแป้ง แสดงว่าไม่ใช่แป้ง(คาร์โบไฮเดรต)
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ก. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว กรดไขมันอิ่มตัว กลูโคส |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
ก. W, X และ Y |
|
W,X เป็นน้ำตาลเดี่ยว
|
น้ำตาลทดสอบกับเบเนดิกได้ตะกอนสีแดงอิฐ
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
จ. กรดอะมิโน |
|
กรดอะมิโนเมื่อละลายนํา หมู่ –COOH จะแตกตวให้ H+ ไปโปรโตเนตหมู่ –NH2 เกิดเป็นหมู่ -COO- ซึ่งเป็นเบส และ –NH3+ ซึ่งมีสมบัตเป็นกรด ทําให้มีกรดอะมิโนสมบติเป็นบฟเฟอร์
|
อ้างอิงจาก Biomolecule_GAT+PAT_53. เฉลย Pat ปี 52 ของ รศ. อินทิรา หาญพงษ์พันธ์ และรศ. ดร. บัญชา พูลโภคา
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
2. พืชไม่สามารถใช้ ADP และ NADP+ ได้ตามปกติ |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 21 |
|
4. สามารถเพิ่มจำนวนโดยไม่จำเป็นต้องอาศัย host |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 22 |
ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส
|
จ. อะไมโลส และอะไมเลสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายนินไฮดริน |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 23 |
|
3. Gene นี้พบใน prokaryote |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 24 |
|
3. DNA polymerase |
|
ในคลิปเป็น RNA Polymerase
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 25 |
|
5. Glucose |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|