| 1 |
|
จ. คาร์โบไฮเดรต |
|
Inulinsเป็นกลุ่มของธรรมชาติที่เกิดขึ้นpolysaccharidesผลิตโดยหลายประเภทของพืช อุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักจะสกัดจากสีน้ำเงิน อินนูลินอยู่ในกลุ่มเส้นใยอาหารที่เรียกว่าฟรุกแทนส์ อินนูลินจะถูกใช้โดยพืชบางชนิดเป็นวิธีการจัดเก็บพลังงานและมักจะพบในรากหรือเหง้า พืชส่วนใหญ่ที่สังเคราะห์และจัดเก็บอินนูลินไม่ได้เก็บรูปแบบอื่น ๆ ของคาร์โบไฮเดรตเช่นแป้ง
|
ในสหรัฐอเมริกาในปี 2561 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รับการอนุมัติอินนูลินเป็นส่วนประกอบใยอาหารที่ใช้เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิต การใช้อินนูลินที่จะวัดการทำงานของไตเป็น"มาตรฐานทองคำ"สำหรับการเปรียบเทียบกับวิธีการอื่นในการประเมินอัตราการกรองของไต
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ค. 3 และ 4 |
|
เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการขาดอินซูลิน เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้เลย (อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ทำหน้าที่ช่วยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานในการดำรงชีวิต) เบาหวานชนิดนี้มักพบในเด็กและผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
|
เบาหวานเป็นภาวะเรื้อรังของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเกิดการความบกพร่องของการสร้างอินซูลิน หรือของการทำงานของอินซูลิน หรือทั้งสองกรณี โรคเบาหวานมักจะเกี่ยวพันกับโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหลายโรคและอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร อย่างไรก็ตามผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานสามารถที่จะดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ข. เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน |
|
เอนไซม์ หรือ enzyme คือ กลุ่มของโปรตีนที่มีหน้าที่พิเศษแตกต่างจากโปรตีนทั่วไป คือ มีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการสังเคราะห์องค์ประกอบภายในเซลล์ ระบบการย่อยอาหาร ฯลฯ
|
ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเป็นบุคคลแรกที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเอนไซม์ ในช่วงปี พ.ศ.2476 - 2486 และเขาได้กล่าวว่า "ร่างกายของเรามีแหล่งพลังงานจากเอนไซม์มาตั้งแต่แรกเกิด เปรียบเสมือนกับแบตเตอรี่ก้อนใหม่ ที่เมื่อใช้ไปในระยะหนึ่งแล้ว แบตเตอร์รี่ดังกล่าวก็จะหมดอายุหรือหมดพลังไป ร่างกายของเราก็เช่นกัน เมื่อใช้แหล่งพลังงานเหล่านั้นจากเอนไซม์ไปมากเท่าไหร่ ชีวิตของเราก็สั้นมากขึ้นเท่านั้น" และเขายังพบว่าคุณภาพชีวิตและระดับพลังงานในร่างกายของเรานั้นจะขึ้นอยู่กับเอนไซม์ทั้งหลาย หากร่างกายมีเอนไซม์อยู่น้อยก็จะทำให้เรามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้วย โดยมีผู้ประมาณการเอาไว้ว่า 80% ของโรคในร่างกายมีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารได้ และนอกจากนี้สารปนเปื้อนในอาหารบางอย่างก็จะถูกดูดซึมเข้าไปด้วย
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ค. เพปไทด์ที่เกิดจากกรดXกรดYและกรดZเป็นไตรเพปไทด์ที่มีจํานวนพันธะเพปไทด์3พันธะ |
|
พันธะเพปไทด์ (peptide bond) หรือพันธะเอไมด์ (amide bond) เป็นพันธะเคมีที่สร้างระหว่างหมู่คาร์บอกซิลของโมเลกุลหนึ่งกับหมู่อะมิโนของอีกโมเลกุลหนึ่ง และมีการปล่อยน้ำออกไปหนึ่งโมเลกุล จัดเป็นการสังเคราะห์แบบสูญเสียน้ำ (dehydration synthesis) และมักจะเกิดระหว่างกรดอะมิโน โมเลกุลที่เกิดใหม่เรียกว่าเอไมด์ C (=O) NH- หรือเพปไทด์
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ก.กรดอะมิโน 4 ชนิดจับกันด้วยพันธะเพปไทด์ 3 พันธะ ได้สารประกอบที่เรียนว่าไตรเพปไทด์ |
|
สารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 2 โมเลกุล เรียกว่า ไดเพปไทด์
สารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 โมเลกุล เรียกว่า ไตรเพปไทด์
สารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนตั้งแต่ 100 โมเลกุลขึ้นไป เรียกว่า พอลิเพปไทด์นี้ว่า โปรตีน
|
แหล่งอ้างอิง: เอกสารประกอบคำบรรยาย วิชาเคมี ของโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษภาคฤดูร้อน Brands's Summer Camp'95 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
A คือFe Bคือออกซิเจน(O2) CคือFe |
|
เป็นปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก สามารถพบได้ง่าย กับสิ่งก่อสร้างต่างๆเกิดขึ้นอย่างช้าๆแต่กินเวลายาวนาน เกิดขึ้นเมื่อเหล็กสัมพันธ์น้ำและความชื้น
|
งานวิจัยนี้ศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเกิดสนิมของเหล็กและเหล็กเคลือบผิวด้วยสังกะสีด้วยวิธีจุ่มร้อน และทาสีสังกะสีเหลวในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยดำเนินการเตรียมตัวอย่างคอนกรีตที่สัดส่วนผสมแตกต่างกันทั้ง อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน และชนิดของวัสดุประสานการเกิดสนิมในเหล็กเสริมจะถูกเร่งโดยการขังสารละลายโซเดียมคลอไรด์ และดำเนินการวัดการเกิดสนิมของเหล็กเสริมที่เวลาต่างๆ กันโดยการตรวจวัดค่าความหนาแน่นกระแสการกัดกร่อน (Corrosion current density) และค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์ (Half-cell potentials) เมื่อเหล็กเสริมเริ่มเกิดสนิม จะดำเนินการเก็บผงตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทำการวิเคราะห์หาค่าคลอไรด์วิกฤติของเหล็กเสริมแต่ละชนิด ซึ่งผลในการศึกษาสามารถวิเคราะห์หาผลกระทบของอัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน ชนิดของวัสดุประสานต่อค่าคลอไรด์วิกฤติของเหล็กเสริม และเหล็กเสริมเคลือบผิวด้วยสังกะสี เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และกำหนดวิธีการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ข้อ จ. |
|
น้ำมันที่มีโอกาสทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากที่สุด คือน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวเป็นองค์ประกอบมากที่สุด โดยน้ำมันชนิดนี้ควรใช้ประกอบอาหารโดยการใช้ไฟอ่อน การทดสอบของโจทย์เป็นการทดสอบความไม่อิ่มตัวของไขมันองค์ประกอบ โดยไอโอดีนที่หยดลงไปจะเข้าทำปฏิกิริยาการเติมที่พันธะคู่ของกรดไขมันไม่อิ่มตัว ทำให้เกิดการฟอกจางสีของไอโอดีน ดังนั้น ยิ่งต้องใช้จำนวนหยดของไอโอดีนมากขึ้นเท่าไหร่ จำนวนของพันธะคู่หรือความไม่อิ่มตัวของกรดไขมัน ที่ทดสอบก็จะมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข้อ ง. |
|
น้ำมันที่แข็งตัวง่ายจะมีจุดหลอมเหลวที่สูง มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก และเหม็นหืนได้ยาก ส่วนน้ำมันที่แข็งตัวยากนั้นเป็นน้ำมันที่ยังไม่อิ่มตัว จะมีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ จึงยังคงทำให้เป็นของเหลวอยู่ เกิดการเหม็นหืนได้ง่าย เนื่องจากไวต่อการทำปฏิกิริยากับอากาศ
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ก. น้ำมันหมูประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าไขวัว |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต |
|
สารx การเติมCuSO4 เป็นสีม่วง คือโปรตีน
สารy การเติมสารละลายเบเนดิกต์ เป็นสีแดงอิฐ คือน้ำตาล
สารz ทดสอบแล้วจะมีกลิ่นฉุน
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ข. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
ข้อ1และข้อ3ถูกต้อง
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
X การย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร
Y การย่อยอาหารในลำไส้เล็ก
Z การย่อยอาหารในลำไส้เล็ก |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
3ชนิด |
|
ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของเพปไทด์จะตดั ที่พนั ธะเพปไทด์ ด้าน C=O จะได้รับ OH จากนํา้ สว่ นด้าน N จะได้รับ H
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
ข. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ค. ไข่ขาว อะซีตาลดีไฮด์ แป้ง |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ง. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แอลกอฮอล์ กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
ข. W, X และ Z |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
จ. กรดอะมิโน |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
3. พืชไม่สามารถเกิดปฏิกิริยา photolysis จึงทำให้ไม่เกิด O2 ขึ้น |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 21 |
|
2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้ |
|
|
|
10 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 22 |
ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส
|
ง. อะไมเลส เปลี่ยนสีสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟตเป็นสีม่วงในสภาวะที่เป็นเบส |
|
|
|
6 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 23 |
|
3. Gene นี้พบใน prokaryote |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 24 |
|
5. mRNA |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 25 |
|
2. Inducer |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|