| 1 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ได้ โดยจะพบมากในบริเวณที่มีความชื้นที่เหมาะสม และอุณหภูมิตำ่ |
|
อายุขัย COVID-19 แตกต่างกันออกไปตามแต่ละสถานที่โดยสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้หลายชั่วโมงบนพื้นผิวเรียบแต่หากอยู่ในความชื้นที่เหมาะสม ก็สามารถอยู่รอดได้หลายวัน
|
ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิความชื้นและอุณหภูมิ
อากาศ (5 นาที)
ลูกบิดประตู (8 ชั่วโมง)
โต๊ะผิวเรียบ (1-2 วัน)
น้ำ (4 วัน)
ที่อุณภูมิต่ำกว่า 4 องศา (1 เดือน)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ง. เข็มที่ 1 AstraZeneca เข็มที่ 2 AstraZeneca ระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์ |
|
ต้องเป็น 4-12 สัปดาห์
|
จากประกาศ
ครั้งที่ 1 AstraZeneca ครั้งที่ 2 AstraZeneca ต้องเว้นระยะห่าง 4-12 สัปดาห์ (กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ห่างกัน 10-12 สัปดาห์
แต่ในพื้นที่ระบาดสูงให้ห่างกัน 8 สัปดาห์)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
จ. ไม่มีข้อผิด |
|
ทุกข้อเป็นไปตามที่ประกาศได้บอก
|
ทุกข้อเป็นไปตามที่ประกาศได้บอก
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen |
|
สารเสริมฤทธิ์ (adjuvants) คือ สารประกอบหรือระบบนำส่งที่มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มของแอนติเจน
|
สารเสริมฤทธิ์ (adjuvants) คือ สารประกอบหรือระบบนำส่งที่มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มของแอนติเจน สารเสริมฤทธิ์ที่ดีจะต้องไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มีความคงตัว สามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้หลายกลไก
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ก. ปัจจุบันยังไม่มีมีงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานกระชายขาวสามารถป้องกันโควิดได้ |
|
คณะวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า สารสกัดกระชายขาวมีฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคโควิด-19 ได้ในหลอดทดลอง
|
คณะวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า สารสกัดกระชายขาวมีฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคโควิด-19 ได้ในหลอดทดลอง แต่อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม ในด้านความปลอดภัย ปริมาณที่เหมาะสมต่อการบริโภค และข้อบ่งชี้การใช้ในมนุษย์เพื่อการต้านโรคโควิด-19 อย่างเหมาะสม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
มีความแตกต่างกัน ทั้งใน dose 1 และ dose 2 และยังมีช่วงของประสิทธิภาพแตกต่างกันตามสายพันธ์ |
|
เมื่อดูจากกราฟจะเห็นได้ถึงอย่างแรกคือประสิทธิภาพในการฉีดแต่ละโดสนั้นไม่เท่ากัน และยังมีความต่างตามชนิดของสายพันธุ์
|
เมื่อดูจากจำนวน dose ใน dose 1 ประสิทธิภาพของทั้ง Pfizer และ Astrazeneca จะใกล้เคียงกันแต่เมื่อเป็น dose 2 จะเห็นความต่างได้อย่างชัดเจนว่า pfizer มีประสิทธิาภถึง 90% ในขณะที่ Astrazeneca อยู่ในข่วง 60-80%
เมื่อดูสารพันธุ์ด้วยจะเห็นว่า ใน dose 1 ประสิทธิภาพของ Pfizer ต่อสายพันธุ์ delta จะไม่ค่อยแน่นอน แต่ เมื่อเป็น dose 2 จะเห็นว่า Pfizer มีประสิทธิภาพมากกว่าและช่วงของประสิทธิภาพจะแน่นอนกว่า
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ค. กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica และ กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa |
|
กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis Sativa L.Subsp. Sativa
กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis Sativa L.Subsp. Indica
|
กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis Sativa L.Subsp. Sativa
กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis Sativa L.Subsp. Indica
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข. THC |
|
สารในกัญชามีสองชนิดคือ THC และ CBD ถ้ามีการใช้ THC ในปริมาณมากจะทำให้ผู้เสพเกิดการหลอน เคลิ้ม
|
สาร THC ในขนาดที่เหมาะสมจะมีผลในการลดปวด ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดอาการคลื่นไส้ แต่หากได้รับในขนาดสูงจะทำให้มีอาการเมา
เคลิ้ม ใจสั่น หน้ามืด เห็นภาพหลอน
สาร CBD เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอาการเมาเคลิ้มและอาการทางจิตของ THC มีการศึกษาใช้สาร CBD เพื่อควบคุมอาการชักและอาการปวด สาร CBD ยังไม่พบว่าทำให้เกิดการดื้อหรือติด
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ค. สูบดม |
|
ส่วนมากแล้วกัญชาที่ใช้เป็นสารเสพติดจะเสพในรูปของการสูดดม
|
เสพกัญชาจะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการร่าเริง ช่างพูด ตื่นเต้น หัวเราะตลอดเวลา ต่อมาจะมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อน เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากจะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว หวาดระแวง โดยส่วนมากจะใช้วิธีการสูดดม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ง. กิ่ง ก้าน, ลำต้น, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2% |
|
เป็นไปตามประกาศของสาธารณสุข
|
“ส่วนของกัญชา” หมายความว่า ส่วนของพืชกัญชา (Cannabis) ชื่อวิทยาศาสตร์
Cannabis indica Lam. หรือ Cannabis sativa L. ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิต
ในประเทศเท่านั้น ได้แก่
(1) เปลือก ลาต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก
(2) ใบซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ง. ถูกทุกข้อ |
|
สามารถนำมาใช้ในการรักษาได้
|
สามารถนำมาใช้ในการรักษาได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ค. การแยกสาร 2 ชนิดขึ้นไปออกจากกัน โดยอาศัยการทำปฏิกริยาเคมีของสารสำคัญกับตัวทำละลายที่ใช้สกัด |
|
solvent extraction จะอาศัยหลักการของตัวทำละลายและตัวถูกละลาย
|
solvent extraction จะอาศัยหลักการของตัวทำละลายและตัวถูกละลาย
pH และ ค่า polar จะเป็น extraction รูปแบบอื่น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
aspirin |
|
เมื่อ aspirin เสียสภาพจะเกิดกรด acetic
|
Aspirin (Acetylsalicylic Acid, ASA) มีความคงตัวเมื่ออยู่ในสภาพแห้ง แต่สภาวะที่มีความชื้น Aspirin จะเกิดปฏิกิริยาHydrolysis กับน้ำกลายเป็นกรด Salicylic และกรด Acetic
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
hydrolysis ปัจจัยที่มีผลต่อการสลายคือความชื้นบริเวณดังกล่าว |
|
hydrolysis ปัจจัยที่มีผลต่อการสลายคือความชื้นบริเวณดังกล่าว
|
Aspirin (Acetylsalicylic Acid, ASA) มีความคงตัวเมื่ออยู่ในสภาพแห้ง แต่สภาวะที่มีความชื้น Aspirin จะเกิดปฏิกิริยาHydrolysis กับน้ำกลายเป็นกรด Salicylic และกรด Acetic
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
กรด Salicylic |
|
Aspirin (Acetylsalicylic Acid, ASA) มีความคงตัวเมื่ออยู่ในสภาพแห้ง แต่สภาวะที่มีความชื้น Aspirin จะเกิดปฏิกิริยาHydrolysis กับน้ำกลายเป็นกรด Salicylic และกรด Acetic
|
Aspirin (Acetylsalicylic Acid, ASA) มีความคงตัวเมื่ออยู่ในสภาพแห้ง แต่สภาวะที่มีความชื้น Aspirin จะเกิดปฏิกิริยาHydrolysis กับน้ำกลายเป็นกรด Salicylic และกรด Acetic
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|