| 1 |
|
ก. เป็นเชื้อดื้อยา (drug resistance) และ มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง |
|
การมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมทำให้สามารถแพร่กระจายได้ทั่วอย่างรวดเร็วโดยไม่ตาย
การดื้อยาทำให้เชื้อไม่ตายต่อยาที่นำมากำจัด
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ก. พบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด 0-10 วัน และ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 7 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย |
|
จากกราฟB-cellและT-cellซึ่งเป็นแอนติบอดีพุ่งสูงตั้งแต่0วัน นั่นแปลว่าผู้ป่วยติดเชื้อแล้วร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้ออยู่
|
B-cellและT-cellเป็นlymphocyte
B cells ทำหน้าที่ผลิตภูมิคุ้มกันชนิดสารน้ำที่เรียกว่า แอนติบอดี โดยที่ B cell จะถูกกระตุ้นด้วยแอนติเจน แล้วจึงเปลี่ยนเป็น plasma cells เพื่อสร้างแอนติบอดีจำเพาะต่อแอนติเจนนั้น
T cells ทำหน้าที่ด้านการตอบสนองทางด้านเซลล์ เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือจุลชีพ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
จ. Clinical history + Physical Examination + Immunologic Tests |
|
clinical historyคือการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่แพทย์จำเป็นต้องทำ
Physical Examination คือ การซักประวัติคนไข้เพื่อให้ทราบได้ว่าเคยติดเชื้อใดมา มีอาการผิดปกติอย่างไรทำให้วินิจฉัยได้
immunological test เพื่อตรวจหาแอนติเจนและแอนติบอดีทำให้สามารถรู้ว่าเคยติดเชื้อมาหรือไม่
|
clinical historyคือ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งได้จากการสัมภาษณ์ สังเกต ตรวจร่างกาย ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ระบุภาวะสุขภาพ วินิจฉัยแยกโรค
Physical Examination คือ การซักประวัติคนไข้ ว่าเป็นหวัดบ่อยไหม มีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
immunological test คือ การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อโรคต่างๆและตรวจหาแอนติบอดีซึ่งผลการตรวจสามารถวินิจฉัยได้ว่าเคยติดโรคมาก่อนหรือไม่
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
ถ้ำค้างคาว |
|
มีงานวิจัยของ ดร. อเล็กซองดร์ ฮัซซานินบอกว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้น อาจเป็นการรวมตัวกันของพันธุกรรมจากไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาวและตัวนิ่ม
|
เว็บไซต์วิชาการ The Conversation ซึ่งเขียนโดย ดร. อเล็กซองดร์ ฮัซซานิน นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติว่าด้วยประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (MNHN) ของฝรั่งเศส ออกมาระบุถึงผลวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่ชี้ว่า เชื้อไวรัสโรคโควิด-19 อาจเป็น "ไคมีรา" (Chimera) สิ่งมีชีวิตแบบเดียวกับสัตว์ประหลาดในเทพนิยายกรีก ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์จากสัตว์ต่าง ๆ หลากหลายชนิด แต่ในกรณีของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้น อาจเป็นการรวมตัวกันของพันธุกรรมจากไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาวและตัวนิ่ม
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ง. เข็มที่ 1 AstraZeneca เข็มที่ 2 AstraZeneca ระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์ |
|
ง.ผิดเพราะการฉีดเข็มแรกด้วยAstraZenecaและเข็มที่2AstraZenecaต้องเว้นระยะห่าง4-12สัปดาห์
|
จากการแถลงในThan digitalจากช่องฐานเศรษฐกิจ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
จ. ไม่มีข้อผิด |
|
ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
|
จากการศึกษาผ่านเว็บไซท์และงานวิจัยต่างๆ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen |
|
Adjuvants เป็นสารที่เข้าสู่ร่างกายร่วมกับ Ag ช่วยให้เกิด immune response ต่อ Ag ได้ดีขั้น ซึ่งเกิดจาก ทำให้ Ag อยู่ได้นานขึ้น ส่งเสริม co-stimulatory signal โดย adjuvant มักก่อให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่ซึ่งจะทำให้ antigen presenting cells (APC) มาบริเวณที่ฉีดเพื่อที่จะรับเอา Ag เข้าสู่ cell และก่อให้เกิดการกระตุ้น lymphocyte แบบไม่จำเพาะ
|
จากเว็บไซท์ที่ดร.รัตนรุจิ พุ่มวิเศษ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
รศ.พญ.กมลวิช เลาประสพวัฒนา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้ความรู้ไว้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ก. ปัจจุบันยังไม่มีมีงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานกระชายขาวสามารถป้องกันโควิดได้ |
|
จากงานวิจัยในหลอดทดลอง พบว่า สารสกัดกระชายขาว มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) ได้ที่ปริมาณความเข้มข้นในระดับน้อย ๆ โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ โดยสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งไวรัส คือ แพนดูราทิน เอ (Panduratin A) และพินอสทรอบิน (Pinostrobin)
|
สารสกัดของกระชายสามารถแสดงฤทธิ์ในการต้านไวรัสซาร์ส ในระยะหลังการติดเชื้อและยังพบว่าสารแพนดูราทิน (pan-duratin) ของกระชายขาวมีฤทธิ์ในการต้านไวรัสทั้งในระยะก่อนและหลังการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเชื้อเอดส์ ต้านไวรัสไข้เลือดออกในกลุ่ม Flaviviridae family และยังยั้งเชื้อพิโคร์นาไวรัส (picornaviruses) ซึ่งก่อโรคมือเท้าปาก โดยสารสำคัญทั้ง 2 ตัวที่อยู่ในกระชายขาว คือ Pandulatin A , Pinostrobin เพราะจากงานวิจัยในหลอดทดลอง พบว่า สารสกัดกระชายขาว มีประสิทธิผลในการยับยั้ง 2 รูปแบบ
รูปแบบแรกคือ Pandulatin A สามารถที่จะลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อได้
ส่วนที่สองคือ Pinostrobin การยับยั้งในการผลิตตัวไวรัสออกจากเซลล์ ซึ่งตรงนี้พบว่า สารสกัดจากกระชายขาวเอง ยับยั้งได้ ก็คือเซลล์นั้นไม่สามารถที่จะผลิตตัวไวรัสตัวใหม่ออกมาจากตัวเซลล์ได้เลย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ต่างกันpfizer ดีกว่า Astrazeneca |
|
จากการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโควิดของวัคซีน Pfizer-BioNTech หลังฉีดโดสที่ 2 ผ่านมา 1 เดือน จะสูงกว่า 90% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ก่อนจะลดลงเหลือ 85% หลังผ่านไป 2 เดือน และ 78% หลังผ่านไป 3 เดือน
ขณะที่วัคซีนจาก AstraZeneca มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อหลังฉีดโดสที่ 2 ได้ 1 เดือน อยู่ที่ 67% และลดลงเหลือ 65% และ 61% หลังผ่านไป 2 และ 3 เดือน
|
ผลการศึกษาวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ที่ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อวานนี้ (19 สิงหาคม) ระบุว่าวัคซีนต้านโควิดจาก Pfizer-BioNTech มีประสิทธิภาพลดลงเร็วกว่าวัคซีนจาก AstraZeneca หลังจากที่ฉีดครบ 2 โดส โดยในช่วงต้นนั้นวัคซีนจาก Pfizer-BioNTech มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ขณะที่วัคซีนทั้ง 2 ตัวต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาลดลงหลังผ่านไป 3 เดือน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ค. กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica และ กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa |
|
กัญชงชื่อวิทยาศาสตร์ว่าCannabis sativa L.subsp. sativaส่วนกัญชาชื่อวิทยาศาสตร์ว่าCannabis sativa L.subsp. indica
|
แหล่งข้อมูลจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข. THC |
|
สารสำคัญในกัญชา อีกชนิดคือสารเดลต้า 9 เตตร้า ไฮโดรแคนนาบินอยด์ (THC) สารตัวนี้เป็นสารที่กลุ่มผู้ใช้เพื่อสันทนาการต้องการ เพราะจะทำให้เกิดอาการเมา หรือเรียกว่า เก็ทไฮ และเกิดความผ่อนคลายของร่างกาย ยิ่งมี %THC สูงยิ่งทำให้เกิดอาการเมา
|
จากงานวิจัยของผศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบร
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ค. สูบดม |
|
กัญชานิยมเสพโดยการสูบ ฤทธิ์ของกัญชาเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง อาการโดยทั่วไปจะเซื่องซึมลงอย่างช้าๆ แต่บางรายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
|
ข้อมูลตามกองควบคุมวัตถุเสพติดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ง. กิ่ง ก้าน, ลำต้น, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2% |
|
อย. เผยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนของกัญชา กัญชงที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก กิ่ง ก้าน ลำต้น เปลือก ราก และเมล็ดกัญชง รวมถึงสารสกัด CBD และกากที่เหลือจากการสกัดซึ่งต้องมีปริมาณ THC ไม่เกิน 0.2% และน้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย และการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งนี้ ต้องได้มาจากสถานที่ปลูกหรือผลิตในประเทศที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
|
จากที่อย. เผยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ลงราชกิจจานุเบกษา
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ง. ถูกทุกข้อ |
|
Sativa และ Indica คือพืชในตระกูลแคนนาบิส ซึ่งจัดเป็นพืชดอกชนิดหนึ่ง ที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวส่วนดอกและส่วนต่าง ๆ มาใช้ด้านเกษตรกรรม, ด้านอาหาร, ด้านการแพทย์ และเพื่อความเพลิดเพลิน โดยสารสำคัญต่าง ๆ ที่ออกฤทธิ์ในแคนนาบิสนั้น เรียกว่า ‘แคนนาบินอยด์’ ที่มักจะได้ยินกันคือ Tetrahydrocannabinol (THC) เป็นตัวการที่ออกฤทธิ์ความรู้สึกที่เคลิบเคลิ้ม หรืออาการเมา ‘high’ และ Cannabidiol (CBD) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ระงับประสาท ‘sedative’ มีประโยชน์ในการทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและรักษาอาการปวดเรื้อรัง และสารนี้ไม่มีการออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท (non-psychocative)
โดยแคนนาบิสสามารถแบ่งการใช้ประโยชน์ได้เป็น 2 ส่วนคือ กัญชา(Marijuana) เป็นแคนนาบิสที่เพาะปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวดอกมาใช้ (ทั้งด้านการแพทย์และเพื่อความเพลิดเพลิน) และกัญชง (Hemp) เป็นแคนนาบิสที่เพาะปลูกเพื่อใช้ด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและมีค่า THC ต่ำกว่า 0.3% ตามหลักกฎหมาย
|
จากเว็บreadalert
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
สารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ สูตร THC:CBD 1:1ขนาดบรรจุ 5 มิลลิลิตร (ใน 1 มิลลิลิตร ประกอบด้วย THC 27 มิลลิกรัม และ CBD 25 มิลลิกรัม)
ข้อบ่งใช้ ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาท
เสื่อมแข็ง (multiple sclerosis)หรือใช้ตามแพทย์สั่ง
แหล่งอ้างอิงระบบสืบค้นข้อมูลกัญชา(อย.)เว็บไซท์กัญชาทางการแพทย์ จากกระทรวงสาธารณะสุข
|
|
วิธีการใช้ยา
ใช้หยดใต้ลิ้น ในขนาดเริ่มต้น: 1-2 หยด และปรับเพิ่มขนาดช้าๆ ตามคำแนะนำของแพทย์
ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ THC: CBD (1:1) หรือส่วนประกอบใดๆในตำรับ
ไม่ควรใช้กัญชาในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองที่รุนแรง หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
ผู้ที่เป็นโรคจิตมาก่อน หรือมีอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน (concurrent active mood disorder) หรือ โรควิตกกังวล (anxiety disorder)
หลีกเลี่ยงการใช้กัญชาในสตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร รวมถึงสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มิได้คุมกำเนิด หรือสตรีที่วางแผนจะตั้งครรภ์เนื่องจาก มีรายงานการศึกษาพบว่ามีทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย รวมถึงพบ cannabinoids ในน้ำนมแม่ได้
|
จากระบบสืบค้นข้อมูลกัญชา(อย.)เว็บไซท์กัญชาทางการแพทย์ จากกระทรวงสาธารณะสุข
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ง. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
การสกัดด้วยตัวทำละลาย คือการแยกสารโดยอาศัยหลักการละลายระหว่างตัวทำละลายกับสารสำคัญใน
สมุนไพร ทั้งนี้จะอาศัยหลักการของการละลายความมีขั้ว (Polarity) ของทั้งตัวทำละลายและสารสำคัญ โดยสาร
สำคัญจะสามารถละลายในตัวทำละลายได้ก็ต่อเมื่อความเป็นขั้วของตัวสารสำคัญกับตัวทำละลายมีค่าใกล้เคียงกัน
(Like Dissolves Like) คือตัวถูกละลายที่มีขั้วจะละลายในตัวทำละลายที่มีขั้วเพราะแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลมีขั้ว
เป็นแรงไดโพล-ไดโพล (Dipole-Dipole) ในทางตรงข้ามตัวถูกละลายที่ไม่มีขั้วจะละลายในตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว
เพราะแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลไม่มีขั้วเป็นแรงแวนเดอวาลส์ (Van der Waals Force) เหมือนกัน
ิธีแรก(รูป 1-1 ก) ทา ไดโ้ดยแช่พืชที่ตอ้งการสกดัในตวัทา ละลายที่เหมาะสมที่อุณหภูมิห้อง ทิ้งไวจ้นกระทงั่
สารประกอบอินทรียท์อยู่ในพืชน้นั ออกมาให้มากที่สุด (สามารถสังเกตไดจ้ากเมื่อเปลี่ยนตวัทา ละลายใหม่แลว้ต้งัทิ้งไว้
ปรากฎวา่ สารละลายใสเกือบไม่มีสี)แสดงวา่ สารอินทรียถ์ ูกสกดัออกมาหมดแลว้ แลว้จึงกรอง หลังจากนั้นนำสารละลายที่
กรองได้ (filtrate) มาระเหยเอาตัวทำละลายออกด้วยเครื่องระเหยแห้ง (rotary evaporator) จะได้สารประกอบอินทรีย์หลาย
ชนิดปนกนัอยแู่ ละไม่บริสุทธ์ิในสารสกดั เรียกวา่ สารสกดัหยาบ (crude extract)
เพราะฉะนั้นตอบข.และค.
|
แหล่งอ้างอิง รัตนา อินทรานุปกรณ์. 2547. การตรวจสอบและการสกัดแยกสารสำคัญจากสมุนไพร. กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ข. Amide |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
สลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และกรดอะซิติก (acetic acid) |
|
|
https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/193/service-knowledge-article.php
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
active pharmaceutical ingredients |
|
|
https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/193/service-knowledge-article.php
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
กลิ่นของกรดอะซิติก |
|
|
https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/193/service-knowledge-article.php
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|