| 1 |
|
ค. เป็นเชื้อดื้อยา (drug resistance) และ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเองได้ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ก. พบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด 0-10 วัน และ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 7 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย |
|
ขยายความจากกราฟเเสดงให้เห็นว่าพบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด 0-10 วันเจึงค่อยๆลดลงและ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 7 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย(อิงข้อมูลจากกราฟ)
|
อ้างอิงจาก
ระยะแพร่เชื้อโควิด คืออะไร กี่วัน? | HDmallhttps://hdmall.co.th
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ง. Clinical history + Physical Examination + Laboratory investigation |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
สามาร๔พบได้ในธรรมชาติเเละมากที่สุดคือน้ำ |
|
เหตุผลเพราะว่าแหล่งน้ำเป็นสิ่งที่คนใช้มากที่สุดอย่างเช่นผเูคนที่อยู่บนดอยหรือตามธรรมชาติหากมีการใช้น้ำร่วมกันหรือแหล่งเดียวกันอาจจะเกิดการแพร่เชื้อได้
|
อ้างอิงจากสถานการณ์ในปัจจุบัน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
ก. เข็มที่ 1 Sinovac เข็มที่ 2 AstraZeneca ระยะห่างระหว่างเข็ม 3-4 สัปดาห์ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
จ. ไม่มีข้อผิด |
|
ทุกข้อมีที่มาที่ถูกต้อง
|
จากวารสารวิชาการของโรงพยาบาล
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen |
|
การใช้ adjuvant ร่วมกับ antigen จะช่วยให้การตอบสนองต่อ antigen ช้าลง และช่วยให้การพัฒนา antibody ได้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น
|
อ้างอิงจากhttps://bioentist.com/blog/5271-2/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข. ปัจจุบันงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันโควิดได้ |
|
ฟ้าทะลายโจรไม่ควรกินหากยังไม่ได้รับเชื้อโควิด-19เพราะอาจทำให้ส่งผลต่อไต
|
อ้างอิงจากกรมสุขภาพจิต
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
ต่างกัน |
|
ในโดสเเรกโดยรวมเมื่อได้รับวัคซีนเเล้วยังมีประสิทธิภาพเเค่20-55% เเต่เมื่อได้รับโดสที่สองเข้าไปทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น60-95%
|
อ้างอิงจากรูปแสดงประสิทธิภาพในการต้านเชื้อไวรัสโควิด-19
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ค. กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica และ กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa |
|
กํญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าCannabis Sativa ส่วนกัญชามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าCannabis Indica
|
อ้างอิงจากhttps://www.prachachat.net
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ก. CBD |
|
CBD ย่อมาจาก cannabidiol เป็นสารสกัดจากกัญชงซึ่งไม่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท เพราะฉะนั้น การบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีสารดังกล่าวจึงไม่ท าให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มและจิตใจเลื่อนลอย
|
อ้างจาก DITPhttps://www.ditp.go.th
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ค. สูบดม |
|
เพราะงเป็นที่นิยมของหมู่วัยรุ่นเนื่องจากหาซื้อได้ง่ายสะดวกต่อการพกพาเสพได้ง่ายเเละหาอุปกรณ์ในการทำได้ง่ายที่สุด
|
อ้างจากhttps://www.oncb.go.th/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
ง. กิ่ง ก้าน, ลำต้น, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2% |
|
เพราะในส่วนนี้ใช้ในการศึกษาวิจัยเเละถูกกฎหมาย
|
อ้างจากhttps://cannabis.fda.moph.go.th/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ง. ถูกทุกข้อ |
|
เพราะมีบทความบ่งบอกถึงการนำกัญชามาใช้นทางการเเพทย์
|
อ้างอิงจากเว็บไซต์โรงพยาบาล
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
สารสกัดน้ำมันกัญชาสูตร THC:CBD 1:1 |
|
ข้อบ่งใช้คือ ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis)หรือใช้ตามแพทย์สั่ง
หลักฐานการใช้งานคือ เพื่อให้มีการใช้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิผลในการรักษาและปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการผลิตสารสกัดกัญชาเพื่อนำมาใช้ในสถานพยาบาลนำร่อง 12 แห่ง ทั่วประเทศ ให้บริการ “สารสกัดกัญชาทางการแพทย์”
|
อ้างจากhttps://www.gpo.or.th/
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ง. มีข้อถูก 2 ข้อ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
จ. Ester |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
aspirin |
|
ยาแอสไพริน (aspirin) เป็นยาที่มีการใช้มากในผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด การเก็บรักษายาแอสไพรินจำเป็นต้องระวังความชื้นเนื่องจากความชื้นทำให้ยาดังกล่าวสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และกรดอะซิติก (acetic acid) การรับประทานกรดซาลิไซลิกนั้นไม่มีผลต่อการต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด (ผลการรักษา) ซ้ำยังมีอันตรายต่อร่างกายเมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่สูงๆสามารถสังเกตได้จากการดม
|
อ้างจากpharmacy.mahidol.ac.th
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
ปฏิกิริยาOxidation and enzymatic degradation ปัจจัยที่สำคัญคือความชื้น |
|
เพราะความชื้อเกิดจากการปิดถุงซีลไม่เเน่นทำให้มีอากาศเข้าปในถุงยา
|
อ้างจกhttps://pharmacy.mahidol.ac.th
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
กรดซาลิไซลิก (salicylic acid) |
|
เพราะเป็นส่วนผสมของaspirin
|
อ้างจากแอสไพรินhttp://pca.fda.moph.go.th
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|