| 1 |
|
จ. เป็น RNA virus และ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเองได้ |
|
เพราะ ร่างกายของคนเราไม่มีแอนติบอดีที่ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19 จึงทำให้เชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ได้สูงและสามารถแพร่ระบาดในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
|
การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโดยทั่วไปมักเกิดจากการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสในธรรมชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของสารพันธุกรรมไปจากเดิม ส่งผลให้เชื้อไวรัสนั้น ๆ เกิดการกลายพันธุ์หรือมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไป
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
ข. พบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด ประมาณ 0-10 วัน และ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 14 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย |
|
เพราะ เชื้อโควิดจะใช้ระยะเวลาในการกักตัว จากนั้นจึงเริ่มแสดงอาการหลักจากผ่านไปประมาณ 14 วัน นั่นจึงเป็นสาเหตุให้หน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ แนะนำให้ผู้ที่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หรือไม่แน่ใจว่าตนเองติดเชื้อไหม กักตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน
|
ระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 2-14 วัน หลังจากรับเชื้อ อ้างอิงตามที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (Centers for disease control and prevention: CDC) กำหนดไว้ ค่าเฉลี่ยระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 5 วัน แต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการหลังรับเชื้อมาแล้ว 11-12 วัน และมีโอกาส 1 ใน 100 ที่จะแสดงอาการหลังจากผ่านไป 14 วัน จึงเป็นสาเหตุให้หน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ แนะนำให้ผู้ที่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หรือไม่แน่ใจว่าตนเองติดเชื้อไหม กักตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
ง. Clinical history + Physical Examination + Laboratory investigation |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถพบได้ทั่วไปตามแหล่งธรรมชาติ แต่อาจมีโอกาสพบได้หากพื้นที่นั้นมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 |
|
เพราะ หากมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสที่เชื้อจะอยู่ในอากาศได้ 5 นาที แต่ตามแหล่งน้ำอาจไม่พบเชื้อโควิด-19 เพราะ มีการไหลเวียนตลอดเวลา
|
จากข้อมูลโรงพยาบาลศิครินทร์ ได้บอกว่า อายุขัยของ COVID-19 จะแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพแวดล้อมดังนี้ ▪ อากาศ (5 นาที)
▪ ลูกบิดประตู (8 ชั่วโมง)
▪ กระดาษทิชชู่ (12 ชั่วโมง)
▪ โต๊ะผิวเรียบ (1-2 วัน)
▪ โทรศัพท์ (4 วัน)
▪ น้ำ (4 วัน)
▪ ธนบัตร (5 วัน)
▪ ที่อุณภูมิต่ำกว่า 4 องศา (1 เดือน)
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
จ. เข็มที่ 1 Moderna เข็มที่ 2 Moderna ระยะห่างระหว่างเข็ม 4 สัปดาห์ |
|
เพราะ ในสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีน Moderna เข้ามายังประเทศไทย
|
สูตรฉีดวัคซีน COVID-19 ในประเทศไทยปัจจุบัน เริ่มมีการปรับสูตรใช้แพร่หลาย มีทั้งแบบไขว้ในเข็ม 1 และเข็ม 2 รวมทั้งแบบบูสเตอร์เข็ม 3 ดังนี้ Sinovac+AstraZeneca (เว้นห่าง 3 สัปดาห์), Sinovac+Pfizer (เว้นห่าง 3-4 สัปดาห์),
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
|
|
เพราะ จากงานวิจัยพบว่าวัคซีน AstraZeneca เป็นวัคซีนที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
|
จากการที่อังกฤษปรับแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ใหม่ ซึ่งคำแนะนำล่าสุดจากคณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน (JCVI) ของอังกฤษ รายงานว่าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้านั้นเหมาะกับกลุ่มคนที่มีอายุมาก กลุ่มคนที่ต่ำกว่า 40 ปี จะได้รับวัคซีนทางเลือกชนิดอื่น เนื่องจากความกังวลเรื่องลิ่มเลือดอุดตันซึ่งอาจเกิดในกลุ่มคนอายุน้อย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen |
|
adjuvant เป็นสารที่เพิ่มหรือปรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีน
|
สารเสริมภูมิคุ้มกัน คือสารที่เพิ่มหรือปรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีน คำว่า "adjuvant" มาจากคำภาษาละติน: adiuvare ซึ่งหมายถึงการช่วยเหลือ ในวิทยาภูมิคุ้มกัน "สารเสริมกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หมายถึงสารใด ๆ ที่ทำหน้าที่เร่ง ยืดอายุ หรือเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อแอนติเจน เมื่อใช้ร่วมกับแอนติเจนของวัคซีนจำเพาะ"
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
ข. ปัจจุบันงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันโควิดได้ |
|
เพราะ ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันโควิดได้ แต่สามารถช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส
|
ยาฟ้าทะลายโจรไม่ได้มีส่วนช่วยในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด แต่ยังมีความสามารถในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้จึงสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
แตกต่างกัน |
|
โดยวัคซีน Pfizer มีประสิทธิภาพในการป้องกันมากกว่า
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
ค. กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica และ กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa |
|
เพราะ กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa ส่วนกัญชามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica
|
กัญชง หรือ เฮมพ์ (Cannabis sativa L.subsp. sativa) และกัญชา (Cannabis sativa L.subsp. indica) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์เดียวกันคือ Cannabis sativa L. เพราะมีต้นกําเนิดมาจากพืชเดิมชนิดเดียวกัน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
ข. THC |
|
ไฮโดรแคนนาบินอยด์ (THC) สารตัวนี้เป็นสารที่กลุ่มผู้ใช้เพื่อสันทนาการต้องการ เพราะจะทำให้เกิดอาการเมา หรือเรียกว่า เก็ทไฮ และเกิดความผ่อนคลายของร่างกาย ยิ่งมี %THC สูงยิ่งทำให้เกิดอาการเมา
|
สารเดลต้า 9 เตตร้า ไฮโดรแคนนาบินอยด์ (THC) สารตัวนี้เป็นสารที่กลุ่มผู้ใช้เพื่อสันทนาการต้องการ เพราะจะทำให้เกิดอาการเมา หรือเรียกว่า เก็ทไฮ และเกิดความผ่อนคลายของร่างกาย ยิ่งมี %THC สูงยิ่งทำให้เกิดอาการเมา ซึ่งมีผลข้างเขียงจากการเสพตามมามากมาย เช่น อาการปากแห้ง กระหายน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ตอบสนองช้า ตาแดง สูญเสียความทรงจำชั่วขณะ ประสาทหลอน หูแว่ว เหล่านี้ล้วนเป็นผลของการได้รับ THC ในปริมาณมาก THC เป็นสารที่เสพแล้วทำให้ติด ต้องการเสพมากขึ้นเรื่อยๆ
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
ค. สูบดม |
|
ผู้เสพกัญชามักเสพโดยใช้วิธีสูบ ฉีด หรือพ่นเข้าไปในจมูก
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
จ. กิ่ง ก้าน, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2% |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
ก. Sativex สูตรตำรับมีส่วนผสมของ THC+CBD สามารถใช้บรรเทาอาการปวดในมะเร็งระยะรุกราน ที่ไม่ตอบสนองต่อยาในกลุ่ม opioids |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
สูตรที่มีอัตราส่วนสารซีบีดี และทีเอชซี 1 ต่อ 1 (THC : CBD 1:1) |
|
เป็นกัญชาสายพันธุ์ผสม มีฤทธิ์มึนเมาปานกลาง
|
นพ.วิฑูรย์ กล่าวและว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาของ อภ.นั้น ออกแบบมาให้อยู่ในรูปของน้ำมันหยดใต้ลิ้น เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์เร็วขึ้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
ข. การแยกสาร 2 ชนิดขึ้นไปออกจากกัน โดยอาศัยความแตกต่างของ polarity ของตัวทำละลาย 2 ชนิดที่ใช้ละลายสารสำคัญนั้น สารสำคัญที่มี polarity ใกล้เคียงกับตัวทำละลายที่ใช้สกัด จะถูกสกัดแยกออกมา |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
ข. Amide |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
ยา Aspirin |
|
เพราะ ยา Aspirin สลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) และกรดอะซิติก (Acetic acid) ซึ่งจะได้กลิ่นเปรี้ยวที่เหม็นฉุนมาจากกรดอะซิติก ซึ่งคล้ายกับกลิ่นน้ำส้มสายชู
|
ยาแอสไพริน (Aspirin) ที่ช่วยต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด ต้องระมัดระวังความชื้น เนื่องจากความชื้นจะทำให้ยาเกิดการสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) และกรดอะซิติก (Acetic acid) ส่งผลทำให้ใช้ยาแล้วไม่ได้ผลในการรักษา และหากได้รับสารเสื่อมสลายในปริมาณที่สูงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ แต่เราสามารถสังเกตได้จากกลิ่นเปรี้ยวที่เหม็นฉุนมาจากกรดอะซิติก ซึ่งคล้ายกับกลิ่นน้ำส้มสายชู
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
เรียกว่า ปฏิกิริยาHydrolysis ปัจจัยที่ทำให้เกิดการสลายตัว คือ ความชื้น |
|
เพราะ เมื่อยา Aspirin มีความชื้นจะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่น้ำเข้าไปสลายพันธะของตัวยา
|
Aspirin (Acetylsalicylic Acid, ASA) มีความคงตัวเมื่ออยู่ในสภาพแห้ง แต่สภาวะที่มีความชื้น Aspirin จะเกิดปฏิกิริยาHydrolysis กับน้ำกลายเป็นกรด Salicylic และกรด Acetic
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) |
|
เพราะ ในการสลายตัวของ Aspirin จะได้กรดสองตัว คือ
|
กรดซาลิไซลิก เป็นกรดเครื่องสำอางที่ได้จากเปลือกของต้นหลิว เป็นกลุ่มเดียวกับแอสไพริน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|