ตรวจข้อสอบ > ศศลักษณ์ ศรีเทพ > รอบที่ 2 | การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ (มัธยมศึกษาตอนปลาย) > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 81 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เป็น RNA virus และ สามารถติดเชื้อข้ามสปีชีส์ (cross-species transmission) ได้

เชื้อไวรัสโควิดมีสารพันธุกรรมเป็น RNA จึงมีโอกาสกลายพันธุ์ได้สูง และสามารถติดเชื้อข้ามสปีชีส์ได้ได้มากขึ้นในสถานที่ที่มีการรวมตัวกันอย่างหนาแน่น

ผลการตรวจหาลำดับเบสของสารพันธุกรรมRNAส่วนเปลือกของเชื้อโควิดที่ได้จากผู้ป่วย ทำให้ทราบว่าเป็นไวรัสที่เกิดจากการผสมสารพันธุกรรมระหว่างไวรัสโควิดของค้างคาวกับงูเห่า และแพร่เชื้อข้ามสปีชีส์จากงูเห่ามายังคนได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ก. พบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด 0-10 วัน และ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 7 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

เพราะจากกราฟจะเห็นว่าในช่วง0-10วัน จำนวนเซลล์ในเลือดจะเริ่มลดลง แสดงว่ามีการพบเชื้อโควิด19 ในช่วงนี้ และในช่วง 7-10 วัน imflammatory เพิ่มขึ้นสูงมาก แสดงว่าผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการของโรคโควิด 19

พิจารณาจากข้อมูลและกราฟที่โจทย์กำหนดให้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


จ. Clinical history + Physical Examination + Immunologic Tests

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


สามารถพบได้ แบะพบมากในอากาศ

พบได้ในอากาศ โดยผู้ติดเชื้อจะแพร่เชื้อผ่านทางฝอยละอองขนาดใหญ่และขนาดเล็กเข้าไปในทางเดินหายใจของผู้รับเชื้อ

การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด 19

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ง. เข็มที่ 1 AstraZeneca เข็มที่ 2 AstraZeneca ระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์

ระบบภูมิคุ้มกันจะน้อยกว่ากลุ่มที่ฉีด sinovac กับ astrazeneca และ กลุ่มที่ฉีด sinovac กับ pfizer เกือบ 4 เท่า

อ้างอิงจากผลการตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนโควิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ค. Sinopharm และ Sinovac เป็น inactivated vaccine วัคซีนเชื้อตาย ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่ำกว่าวัคซีนชนิดอื่น และ อาจใช้ไม่ได้ผลสำหรับการป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลต้า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen

ในวัคซีนบางชนิดจะมีการเติม adjuvant เข้าไปในปริมาณที่น้อยมากๆ เพื่อช่วยทำให้เกิดการตอบสนองของภูมิคุ้มกันมากยิ่งขึ้น จะมีประโยชน์มากในกลุ่มผู้สูงอายุที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่ดีเท่าที่ควร

อ้างอิงจาก งานวิจัยของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข. ปัจจุบันงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันโควิดได้

การรับประทานฟ้าทะลายโจรสามารถบรรเทาอาการของโรคได้เช่นเดียวกับยาพาราเซตามอล แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถป้องกันโรคโควิด 19 ได้

เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับ การกินฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันโรคโควิด จึงไม่ควรกระทำ เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ค. กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica และ กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa

กัญชา (Marijuana) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica กัญชง (Hemp) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa

จากตัวเลือกชื่อทางวิทยาศาสตร์และประเภทของพืชสลับกันอยู่ จึงเป็นตัวเลือกที่ผิด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข. THC

THC เป็นสารที่ทำให้เมาหรือเคลิบเคลิ้ม พบได้มากในกัญชา

THC เป็นสารที่ทำให้เมาหรือเคลิบเคลิ้ม พบได้มากในกัญชา โดยมีประมาณ 1-20% ส่วนกัญชงมีสารชนิดนี้น้อยกว่า 1%

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค. สูบดม

กัญชาจะนิยมเสพโดยการสูบดม คล้ายกับการสูบบุหรี่

กัญชานิยมเสพโดยการสูบ ฤทธิ์ของกัญชาเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ง. กิ่ง ก้าน, ลำต้น, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2%

พิจารณาจากประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ส่วนต่าง ๆ ของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกินร้อยละ 0.2% และกากที่เหลือจากการสกัดกัญชา ซึ่งต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ง. ถูกทุกข้อ

อ้างอิงจากบทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน กัญชากับการรักษาโรค คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


- สูตร THC:CBD 1:1 ขนาดบรรจุ 5 มิลลิลิตร (ใน 1 มิลลิลิตร ประกอบด้วย THC 27 มิลลิกรัม และ CBD 25 มิลลิกรัม) - ข้อบ่งใช้ ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis) หรือใช้ตามแพทย์สั่ง - อ้างอิงจาก https://www.medcannabis.go.th/

อ้างอิงข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับ สารสกัดน้ำมันกัญชา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ง. มีข้อถูก 2 ข้อ

การสกัดด้วยตัวทำละลาย(solvent extraction) คือการแยกสารโดยอาศัยหลักการละลายระหว่างตัวทำละลายกับสารสำคัญในสมุนไพร

อาศัยหลักการของการละลายความมีขั้ว (Polarity) ของทั้งตัวทำละลายและสารสำคัญ โดยสาร สำคัญจะสามารถละลายในตัวทำละลายได้ก็ต่อเมื่อความเป็นขั้วของตัวสารสำคัญกับตัวทำละลายมีค่าใกล้เคียงกัน (Like Dissolves Like)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ก. Amine

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ยาแอสไพริน

ยาแอสไพรินเมื่อถูกความชื้นจะสลายตัวช้าๆ และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เม็ดยาอย่างช้าๆ คือ ค่อยๆเปลี่ยนคุณภาพเป็นกรดชนิดหนึ่ง โดยจะเกิดผลึกรูปเข็มเกาะอยู่ที่เม็ดยา ถ้ามีผลึกมากจะเปิดขวดได้กลิ่นเปรี้ยวๆคล้ายน้ำส้มสายชู

อ้างอิงจากนิตยสารหมอชาวบ้าน ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับการเสื่อมสภาพของยา ส่งผลให้ยามีกลิ่นเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


เรียกว่าปฏิกิริยา hydolysis มีปัจจัยที่ทำให้เกิดการสลายตัวคือ น้ำ

ในสภาวะที่มีความชื้น Aspirin จะเกิดปฏิกิริยาHydrolysis กับน้ำกลายเป็นกรด Salicylic และกรด Acetic ทำให้มีกลิ่นเปรี้ยว

อ้างอิงจากบทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้อธิบายไว้ว่า ยาแอสไพริน (aspirin) เป็นยาที่มีการใช้มากในผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด การเก็บรักษายาแอสไพรินจำเป็นต้องระวัง ความชื้นเนื่องจากความชื้นทำให้ยาดังกล่าวสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และกรดอะซิติก (acetic acid) การรับประทานกรดซาลิไซลิกนั้นไม่มีผลต่อการต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


กรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และกรดอะซิติก (acetic acid)

- การรับประทานกรดซาลิไซลิกนั้นไม่มีผลต่อการต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด - หากดมเม็ดยาแล้วพบว่ามีกลิ่นเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชูซึ่งกลิ่นที่ว่าก็คือกลิ่นของกรดอะซิติก

อ้างอิงจากบทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้อธิบายไว้ว่า ยาแอสไพริน (aspirin) เป็นยาที่มีการใช้มากในผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด การเก็บรักษายาแอสไพรินจำเป็นต้องระวัง ความชื้นเนื่องจากความชื้นทำให้ยาดังกล่าวสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และกรดอะซิติก (acetic acid) การรับประทานกรดซาลิไซลิกนั้นไม่มีผลต่อการต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 91.15 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา