ตรวจข้อสอบ > ณัฐนรี ชูอ่อน > รอบที่ 2 | การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ (มัธยมศึกษาตอนต้น) > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 33 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ง. เป็น RNA virus และ สามารถติดเชื้อข้ามสปีชีส์ (cross-species transmission) ได้

เนื่องจากไวรัสโควิด-19 เป็นหนึ่งในไวรัสโคโรน่าซึ่งสามารถแพร่กระจายโรคได้สูง และส่วนใหญ่มีการติดจากสัตว์สู่คน เช่น ค้างคาวสู่มนุษย์

ไวรัสโคโรน่า ในครั้งนี้ มีชื่อทางการว่า Novel Coronavirus 2019 หรือ 2019-nCoV ซึ่งก็เป็นไวรัสในตระกูลเดียวกับ Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus (SARS-CoV) ที่เริ่มต้นจากจีนเมื่อปี 2002 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 813 ราย และ Middle East Respiratory Syndrome Coronavirus (MERS-CoV) ที่เริ่มต้นจากซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี 2012 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 858 ราย คาดว่า Corona เป็นภาษาลาติน แปลว่า Crown หรือ มงกุฎ ซึ่งเป็นรูปร่างของเปลือกหุ้มอนุภาคไวรัสเมื่อส่งด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ไวรัสโคโรน่ามีสารพันธุกรรมเป็น RNA จึงมีโอกาสกลายพันธุ์สูง(Mutation) และสามารถก่อการติดเชื้อข้ามสปีชีส์ได้ โดย SARS-CoV เป็นการข้ามสปีชีส์จาก ค้างคาว -> ชะมด -> คน ส่วน MERS-CoV เป็นการข้ามสปีชีส์จาก ค้างคาว -> อูฐ -> คน และสำหรับ 2019-nCoV มีรายงานว่า น่าจะเป็นการข้ามสปีชีส์จาก ค้างคาว -> งูเห่า -> คน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. พบว่าผู้ป่วยมีเชื้อ COVID-19 จากการตรวจเลือด ประมาณ 7-21 วัน และ เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 ประมาณ 10 วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

เพราะโควิดมีระยะฟักตัวและแสดงอาการหลังรับเชื้อ 11-12วัน

ระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 2-14 วัน หลังจากรับเชื้อ อ้างอิงตามที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (Centers for disease control and prevention: CDC) กำหนดไว้ ค่าเฉลี่ยระยะฟักตัวโควิดอยู่ที่ประมาณ 5 วัน แต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการหลังรับเชื้อมาแล้ว 11-12 วัน และมีโอกาส 1 ใน 100 ที่จะแสดงอาการหลังจากผ่านไป 14 วัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ค. Clinical history + Scientific Treatment + Laboratory investigation

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ไม่สามารถพบได้ เพราะ ไวรัสต้องอาศัยอยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่น จึงเป็นไปได้ยากที่จะอยู่ตามธรรมชาติ

เพราะไวรัสต้องอาศัยในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต

ไวรัสต้องอาศัยอยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่สามารถเติบโตหรือแพร่พันธุ์นอกเซลล์ได้ ไวรัสอาจถือได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กมาก มีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงประการเดียวคือสามารถแพร่พันธุ์ หรือการถ่ายทอดสารพันธุกรรมของตนเองจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ไวรัสชนิดแรกที่ค้นพบคือไวรัสใบยาสูบด่าง(TMV หรือ Tobacco Mosaic Virus) ซึ่งค้นพบโดย มาร์ตินัส ไบเยอรินิค เมื่อปี ค.ศ. 1899 ปัจจุบันมีไวรัสกว่า 5,000 สปีชีส์ ที่ได้รับการบันทึกไว้ในอนุกรมวิธาน วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับไวรัสเรียกว่า วิทยาไวรัส (virology) เป็นสาขาหนึ่งของจุลชีววิทยา (microbiology)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ง. เข็มที่ 1 AstraZeneca เข็มที่ 2 AstraZeneca ระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์

เพราะการฉีด AstraZeneca ควรมีระยะห่างระหว่างเข็ม4-12สัปดาห์

แบบที่ 1 AstraZeneca 1 + AstraZeneca 2 ระยะห่าง4-12 สัปดาห์ (กระทรวงสาธารณสุขแนะน�ำ ห่างกัน 10-12 สัปดาห์ แต่ในพื้นที่ระบาดสูงให้ห่างกัน 8 สัปดาห์) แบบที่ 2 CoronaVac 1(Sinovac 1) + AstraZeneca 2 Pfizer 2 ระยะห่าง3-4 สัปดาห์ แบบที่ 3 Pfizer 1 + Pfizer2 ระยะห่าง 3 สัปดาห์ แบบที่ 4 Moderna1 + Moderna2 ระยะห่าง 2 ครั้งห่างกัน 4 สัปดาห์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


จ. ไม่มีข้อผิด

เพราะทุกข้อที่กล่าวมาถูกต้อง

https://ddc.moph.go.th/vaccine-covid19/getFiles/11/1628849610213.pdf

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ค. เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อ Antigen

เพราะเป็นสารเสริมภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อAntigen

สารเสริมภูมิคุ้มกัน คือสารที่เพิ่มหรือปรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนคำว่า "adjuvant" มาจากคำภาษาละติน: adiuvare ซึ่งหมายถึงการช่วยเหลือ ในวิทยาภูมิคุ้มกัน "สารเสริมกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หมายถึงสารใด ๆ ที่ทำหน้าที่เร่ง ยืดอายุ หรือเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อแอนติเจน เมื่อใช้ร่วมกับแอนติเจนของวัคซีนจำเพาะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


ข. ปัจจุบันงานวิจัยทางคลินิกที่สนับสนุนว่าการรับประทานฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันโควิดได้

เพราะยังไม่มีงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากแผนภูมิมีลักษณะที่ใกล้เคียงกันเมื่อได้รับวัคซีนครบทั้ง2โดส

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ค. กัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica และ กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa

เพราะชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกัญชาและกัญชงสลับกัน

กัญชา (Marijuana) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica ต้นสูงไม่มากหากเทียบกับกัญชง โดยมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร มีลักษณะเป็นต้นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาค่อนข้างมาก ลำต้นเป็นปล้องหรือข้อสั้น ใบสีเขียวจัด มี 5-7 แฉก โดยจะเรียงชิดกัน จะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน และช่อดอกมียางมาก กัญชง (Hemp) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa โดยทั่วไปจะมีลำต้นสูงกว่ากัญชา หรือสูงมากกว่า 2 เมตร มีลักษณะลำต้นสูงเรียว แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ปล้องหรือข้อยาว ใบสีเขียวอ่อน มีประมาณ 7-11 แฉก โดยใบมีการเรียงสลับค่อนข้างห่างอย่างชัดเจน กัญชงจะออกดอกเมื่ออายุมากกว่า 4 เดือน และช่อดอกมียางไม่มาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ข. THC

THC เป็นสารที่ทำให้เมาหรือเคลิบเคลิ้ม

THC เป็นสารที่ทำให้เมาหรือเคลิบเคลิ้ม พบได้มากในกัญชา โดยมีประมาณ 1-20% ส่วนกัญชงมีสารชนิดนี้น้อยกว่า 1% ในทางการแพทย์สาร THC มีประโยชน์ช่วยลดอาการปวด ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร รักษาผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัด แต่การใช้สารชนิดนี้ในการรักษาก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยปากแห้ง ตาแห้ง หรือการตอบสนองช้าลงได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค. สูบดม

พืชกัญชาชนิด cannabis sativa เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า ต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ใบแตกเป็นแฉกคล้ายใบสัมปะหลังหรือใบละหุ่ง ริมใบทุกแฉกมีลักษณะเป็นจักๆ ใบหนึ่งมีราว 5-8 แฉก ในก้านเดียวกัน ออกดอกตามง่ามกิ่งก้าน จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ในกัญชามีสารเคมี cannabinoids อยู่จำนวนหนึ่ง โดยสารสำคัญในกลุ่มนี้ที่เชื่อว่าออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท คือ d9- tetrahydrocannabinol (thc) และสารดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 1 ตาม พระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 การค้นคว้าเกี่ยวกับฤทธิ์ของ thc นำไปสู่การผลิตยา dronabinol (marinol) ซึ่งมีส่วนผสมของ thc สำหรับใช้ในผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดเพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน และทำให้เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยเอดส์ กัญชานิยมเสพโดยการสูบ ฤทธิ์ของกัญชาเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง อาการโดยทั่วไปจะเซื่องซึมลงอย่างช้าๆ แต่บางรายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้เสพกัญชาจะมีอาการเคลิ้มจิต (euphoric “high” or “stoned”) โดยในขั้นต้นๆ มักจะเป็นอาการกระตุ้นประสาท และบางคนจะมีอาการตึงเครียดทางใจหรืออาการกังวล ต่อมาก็มีอาการเคลิ้มจิตเคลิ้มใจ ทำให้ผู้สูบรู้สึกว่า บรรยากาศทั่วๆ ไปเงียบสงบ จากนั้นมักจะมีปฏิกริยาที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เดี๋ยวหัวเราะลั่นเดียวสงบ เพราะฉะนั้นอาการเคลิ้มจิตจึงควรเรียกว่า “อาการบ้ากัญชา″ มากกว่า อาการอื่นๆ ที่พบคือ ผู้เสพจะรู้สึกล่องลอย ปากแห้ง สับสน อยากอาหาร ชีพจรเพิ่มขึ้น ตาแดงขึ้นในขณะที่เสพยา หากเสพเป็นประจำจะทำให้สุขภาพเสื่อมลง ได้แก่โรคหลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบทางเดินหายใจอักเสบ ตะคริว ท้องร่วง โดยรวมแล้ว กัญชามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่คล้ายกับพวกยากระตุ้นประสาท (stimulant) ยากดประสาท (depressant) ยาหลอนประสาท (hallucinogen) ยาแก้ปวด (analgesic) และยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (psychotomimetic) หลายประการในยาตัวเดียวกัน มีรายงานการวิจัยว่า lsd มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทสูงเป็น 160 เท่าของ thc และในขนาดใช้ที่ต่ำแล้ว กัญชาและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์คล้ายกัน คือในขั้นต้นนั้น ทั้งสองตัวมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท แต่หลังจากนั้นจะมีฤทธิ์กล่อมประสาท

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ง. กิ่ง ก้าน, ลำต้น, ใบจริง/ใบพัด, ราก, สารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบ และ มี THC ไม่เกิน 0..2%

เพราะเป็นส่วนที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด

ส่วนต่าง ๆ ของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกินร้อยละ 0.2% และกากที่เหลือจากการสกัดกัญชา ซึ่งต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


ข. Marinol สูตรตำรับมีส่วนผสมของ synthetic THC สามารถใช้บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้ผล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


สูตร THC:CBD 1:1 (ใน 1 มิลลิลิตร ประกอบด้วย THC 27 มิลลิกรัม และ CBD 25 มิลลิกรัม)

เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอย.รองรับ และต้องได้รับการรับรองทางแพทย์เท่านั้น

สารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ สูตร THC:CBD 1:1 ขนาดบรรจุ 5 มิลลิลิตร (ใน 1 มิลลิลิตร ประกอบด้วย THC 27 มิลลิกรัม และ CBD 25 มิลลิกรัม) ข้อบ่งใช้ ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis) หรือใช้ตามแพทย์สั่ง วิธีการใช้ยา ใช้หยดใต้ลิ้น ในขนาดเริ่มต้น: 1-2 หยด และปรับเพิ่มขนาดช้าๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ THC: CBD (1:1) หรือส่วนประกอบใดๆในตำรับ ไม่ควรใช้กัญชาในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองที่รุนแรง หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ที่เป็นโรคจิตมาก่อน หรือมีอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน (concurrent active mood disorder) หรือ โรควิตกกังวล (anxiety disorder) หลีกเลี่ยงการใช้กัญชาในสตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร รวมถึงสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มิได้คุมกำเนิด หรือสตรีที่วางแผนจะตั้งครรภ์เนื่องจาก มีรายงานการศึกษาพบว่ามีทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย รวมถึงพบ cannabinoids ในน้ำนมแม่ได้ ข้อควรระวัง ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาร่วมกับยากล่อมประสาทหรือยาที่ออกฤทธิ์ทางจิตอื่นๆ เนื่องจากเสริมฤทธิ์กดประสาท ส่วนกลางหรือเพิ่มผลกระทบทางจิตประสาท ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีประวัติของการใช้สารเสพติดรวมถึงผู้มีประวัติติดสุรา อาจทำให้ง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย ไม่ควรใช้ ในบุคคลที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ยกเว้นในกรณีที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าผู้ป่วยได้รับประโยชน์มากกว่าเสี่ยง ไม่ควรใช้กัญชาในผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานของตับหรือไตบกพร่องรุนแรง ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะอาจเกิดการติดยาได้ นอกจากแพทย์สั่ง หากใช้เป็นประจำควรประเมินผลการรักษาเป็นระยะ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดใช้ยา เพราะจำเป็นต้องปรับลดขนาดยาลงทีละน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการถอนยา ใช้ภายใต้การควบคุมและสั่งจ่ายโดยแพทย์ที่ได้รับการอบรมแล้วเท่านั้น

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข. การแยกสาร 2 ชนิดขึ้นไปออกจากกัน โดยอาศัยความแตกต่างของ polarity ของตัวทำละลาย 2 ชนิดที่ใช้ละลายสารสำคัญนั้น สารสำคัญที่มี polarity ใกล้เคียงกับตัวทำละลายที่ใช้สกัด จะถูกสกัดแยกออกมา

การสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent extraction) เป็นการแยกสารให้บริสุทธ์ิออกจากสารผสมโดยใชต้วัทา ละลาย

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ค. Alcohol

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 67.6 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา