| 1 |
|
4. การสลาย Pyruvate 1 โมเลกุล ต้องอาศัยน้ำ 7 โมเลกุล และมี Aconitase เป็น Key Enzyme ตัวหนึ่งในวัฏจักร TCA |
|
เพราะ โดยปกติแล้ว การถ่ายทอดอิเล็กตรอน
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 2 |
|
2. Heterochromatin เมื่อย้อมสีจะติดสีเข้มข้น เป็นที่อยู่ของยีนจำนวนมาก (exon) |
|
เพราะบริเวณที่มีการย้อมสีและมีสีเข้มของ Heterochromatin จะไม่มียีนอยู่
|
การย้อมสีของโครมาทินจะติดสีที่มีความเข้มต่างกัน ซึ่งส่วนที่ติดสีเข้มจะเป็นส่วนที่ไม่มียีนอยู่หรือมีก็น้อยมาก ส่วนที่ย้อมติดสีจาง คือ ยูโครมาทิน ซึ่งเป็นส่วนของตำแหน่งของยีน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 3 |
|
2. ระยะ Gastrulation ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเริ่มจากเซลล์เกิด Epiboly จาก Animal Pole เคลื่อนลงมาสู่บริเวณที่จะเกิด Blastopore อยู่ที่ขอบล่างของ Gray Crescent |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 4 |
|
3. คนหมู่โลหิต AB มีประมาณ 41,925 คน |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 5 |
|
3. Protobiont หรือ Protocell เป็นกลุ่มสารอินทรีย์ที่สามารถดึงสารที่อยู่บริเวณข้างเคียงมาใช้ประโยชน์ได้ |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 6 |
|
3. การเกิด Chloride shift เป็นการรักษาสมดุลประจุบวก (HCO3+) และเกิดการแปลกเปลี่ยน Cl- กับเซลล์เม็ดเลือดแดงกับของเหลวในพลาสมา |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 7 |
|
4. ปลาการ์ตูนสามารถเปลี่ยนเพศได้ โดยตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย |
|
เพราะ เมื่อปลาการ์ตูนมีความสามารถที่จะเปลี่ยนเพศในการสืบพันธุ์ เมื่อเพศใด เพศหนึ่งตาย
|
หลักการผสมพันธุ์ของปลาการ์ตูนนั้นคือ จะมีจ่าฝูงที่เป็นตัวผู้และตัวเมียอยู่แล้ว แต่เมื่อตัวเมียตาม จ่าฝูงตัวผู้จะกลายเป็นตัวเมีย และปลาการ์ตูนตัวผู้อื่นๆ ก็จะมาทำหน้าที่แทน
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 8 |
|
3. Estrogen |
|
เพราะ Estogen เป็นฮอร์โมนที่มีส่วนต่อร่างกายของผู้หญิง และมีส่วนน้อยที่เกี่ยวข้องตอนปฏิสนธิ
|
Estogen เป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ร่างกายผลิตขึ้นเองจากรังไข่เป็นหลัก มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการทำงานในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง ซึ่งหน้าที่หลักๆ คือ การปรับเปลี่ยนร่างกายให้พร้อมต่อการสืบพันธุ์ และมีส่วนน้อยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสนธิกับไข่ที่เกิดการผสมแล้ว
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 9 |
|
4. ไวรัสตับอักเสบซี (HCV) มีไวรัส HIV เป็น Co-Infectious virus และปัจจุบันยังไม่มียารักษา ยกเว้น Interferon |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 10 |
|
|
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 11 |
|
1. การถ่ายทอดไม่เป็นไปตามกฎของเมนเดล |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 12 |
|
4. เป็นไปตามกฎของของเมนเดล |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 13 |
|
4. สร้าง ATP ด้วยกลไก Phosphorylation |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 14 |
|
2. 55 cc |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 15 |
|
1. ปั่นเอาเฉพาะ Erythrocyte หมู่เลือด B Positive จ่ายแก่ผู้ป่วย |
|
เพราะเป็นการให้เลือดที่ตรงกับหมู่เลือดของผู้ป่วย และไม่สามารถใช้ Erythrocyte หมู่เลือด A Positive จ่ายแก่ผู้ป่วยได้ เนื่องจากไม่ตรงกับหมู่ที่สมารถรับเลือดได้
|
การรับเลือดของหมู่ B Positive นั้น ต้องได้รับจาก B+ B- O+ O- เท่านั้น และผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุ และเสียเลือดมากจึงควรให้ Erythrocyte แก่ผู้ป่วย เพื่อให้มีเม็ดเลือดเพียงพอต่อการขนส่งแก๊สออกซิเจนภายในร่างกาย
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 16 |
|
4. พาราเซตามอล |
|
เพราะเป็นยาที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับยาชนิดอื่น
|
การรักษาไข้จากโรคไข้เลือดออกนั้น ควรใช้ยาลดไข้ที่ใช้ต้องไม่กัดกระเพาะหรือทำให้เลือดออกง่าย ยาที่ค่อนข้างปลอดภัย ซึ่งก็คือ ยาพาราเซทตามอล แต่แอสไพริน และไอบูโพรเฟน เป็นยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ถ้าใช้อาจจะทำให้เลือดออกมากขึ้น
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 17 |
|
4. สิ่งมีชีวิตถ้าเกิด Crossing Over จะสร้าง Gamete ได้ 4 ชนิดได้แก่ Ab, aB, AB, ab |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 18 |
|
3. เข้าทำลาย Complex IV ของระบบถ่ายทอดอิเล็กตรอน |
|
เพราะ Cytochrome C เป็นส่วนช่วยในการถ่ายทอดอิเล็กตรอน ซึ่งไซยาไนต์ สามารถส่งผลทำให้เกิดการยับยั้งการถ่ายทอดอิเล็กตรอนได้
|
Cytochrome C เป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่ง พบที่ไมโทคอนเดรีย มีหน้าที่ในการขนส่งอิเล็กตรอนและรีดิวซ์โมเลกุลของออกซิเจนให้เป็นน้ำ ซึ่งเมื่อไซยาไนต์เข้าไปในเซลล์ เซลล์จะไม่ได้ถูกทำลาย แต่เป็นการยับยั้งการถ่ายทอดอิเล็กตรอน ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในเซลล์ได้
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 19 |
|
2. ฮอร์โมน CCK |
|
เพราะฮอร์โมน CCK เป็นตัวช่วยให้กระตุ้นการย่อยไขมันและโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริเวณถุงน้ำดี หรือ gallbladder
|
ฮอร์โมน CCK ทำหน้าที่กระตุ้นการย่อยไขมันและโปรตีน ซึ่งไปช่วยกระตุ้น gallbladder ให้บีบตัว นำน้ำดีไปย่อยไขมันให้แตกตัวก่อนเข้าสู่ลำไส้เล็กต่อไป
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|
| 20 |
|
5. IgG |
|
|
|
7 |
-.50
-.25
+.25
เต็ม
0
-35%
+30%
+35%
|