ตรวจข้อสอบ > อัจฉริยาพร ใจหงอก > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 45 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

เพราะร่างกายไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารและไม่ให้พลังงาน แต่ถูกย่อยได้ด้วยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตได้เองจากตับอ่อน ทำหน้าที่หลักในการควบคุมสมดุลของการ เผาผลาญคาร์โบไฮเดรต เเละการทานพวกเเป้งเเละน้ำตาลโดยพื้นฐานหากทานในปริมาณที่มากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายดี

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ง. เอนไซม์ช่วยให้เจลาตินแข็งตัวเร็วขึ้นในpHที่เหมาะสม

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ง. เพปไทด์ท่ีประกอบด้วยกรดอะมิโนท้ัง 3 ชนิดข้างต้นโดยไม่มีกรดอะมิโนที่ซ้ํากันมีทั้งหมด3ชนิด

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ก ข ง

ก.เพปไทด์3พันธะ ในทางเคมี 3 มีคำอ่านที่อ่านว่าไตร ดังนั้น พันธะเพปไทด์3พันธะ จึงจะได้ว่าคือไตรเพปไทด์ ข.เป็นโครงสร้างที่เกิดจากกรดอะมิโน ((amino acid) ที่อยู่ภายในสายโพลีเปปไทด์เดียวกัน ทำปฏิกิริยากันด้วยพันธะไฮโดรเจน ซึ่งเกิดขึ้นในตำแหน่งที่เว้นระยะห่างสม่ำเสมอทำให้เกิดโครงสร้างสามมิติของโปรตีนที่ มี 2 รูปแบบหลัก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


Aคือกลีเซอรอล Bคือกรดไขมัน Cคือไขมันเเละน้ำมัน

ปฏิกิริยาการเกิดไขมันเป็นปฏิกิริยาการเกิดเอสเทอร์ (esterification) นั่นเอง เช่น ปฏิกิริยาการเกิดไตรกลีเซอไรด์จากกลีเซอรอล 1 โมเลกุลรวมกับกรดไขมัน 3 โมเลกุล จะได้ไตรกลีเซอไรด์ (หรือไตรเอซิลกลีเซอรอล) 1 โมเลกุล กลีเซอรอล(glycerol) กรดไขมัน(fatty acid) ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมัน)(triglyceride) ไขมันหรือไตรกลีเซอไรด์ที่มีหมู่ R1 , R2, R3 เหมือนกันเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์อย่างง่าย (simple triglyceride) แต่ถ้า 2 หรือ 3 หมู่ต่างกันก็จะเรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ผสม (mix triglyceride) ไขมันและน้ำมันในธรรมชาติจะเป็นไตรกลีเซอไรด์ผสมเป็นส่วนใหญ่

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


2

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ก. ไข่ขาว , น้ำตาลทราย , เอทิลแอซิเตต

ไข่ขาวมีโปรตีน ที่หากนำไปทดสอบเเล้วจะเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงหากมีโปรตีน น้ำตาลหากนำไปทดสอบกับเบเนดิกต์ที่เป็นสีฟ้าจะเปลี่ยนสีเป็นสีส้มหรือเเดงอิฐ ตามตารางการทดลอง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ก. ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดียว

1.ถูก เพราะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาจักรฟังใจนี้เรียกกันทั่วๆไปว่า เห็ดรา มีลักษณะสำคัญคือ ผนังเซลล์เป็นสารพวกไคทิน (Chitin) หรือไคทิน+เซลลูโลส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ง. ถูกทุกข้อ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


x คือปฏิกิริยานินไฮดริน yคือปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส zคือปฏิกิริยาของไตรกลีเซอไรด์

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


64

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


ข. กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ง. ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แอลกอฮอล์ กรดไขมันไม่อิ่มตัว กลูโคส

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ก. W, X และ Y

เพราะทั้ง3เป็นน้ำตาลที่หากทดสอบกับเบเนดิกต์เเล้วจะเปี่ยนจากสีฟ้าเปนสีส้มหรือเเดงอิฐ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ก. กรดไขมัน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


5. Ferredoxin และ plastoquinone ถูกสร้างออกมามากขึ้นเพื่อทดแทนการทำงาน cytochrome ในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

จ. อะไมโลส และอะไมเลสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายนินไฮดริน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


4. Lactose เป็น induce molecule

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


3. DNA polymerase

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


5. Glucose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 27.85 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา