ตรวจข้อสอบ > ณภัทร ลิมโพธิ์ทอง > คณิตศาสตร์เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Mathematics > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 51 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


3. 8

เริ่มแรกโดยการตัดช้อยที่เป็นไปไม่ได้ก่อน นั่นคือ เลข 9 และ 10 เพราะเมื่อถูกยกกำลังจาก 2 แล้วมาค่าเกิน 510 นั่นเอง และก็เขียนแจกแจงออกมาทั้งหมด สามารถคำนวณออกมาได้เลย เพราะเลขไม่มากเกินไป จะได้คำตอบว่า 2+4+8+16+32+64+128+256 = 510 2^n = 256, n = 8 นั่นเอง

ใช้หลักในการพิจารณาตัวเลขและการตัดตัวเลือก รวมถึงการคำนวณทางคณิตศาสตร์โดยใช้สมการ

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


2. -1/15

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


4. 1690

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


3. 121

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


4. 23/5 หน่วย

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


3. 3/7

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


2. 6

แยกอสมการข้างต้นออกมาเป็น 2 กรณี กล่าวคือ (1) 1-x < -3/7 จะได้ x > 1+(3/7) (2) -3/7 < 7-x จะได้ x < 7+(3/7) เมื่อนำทั้งสองอสมการที่ได้มาประมาณค่า และรวมกันเป็นอสมการเดียวจะได้ 1.4 < x < 7.4 เขียนจำนวนเต็มที่สอดคล้องกับเงื่อนไขจะได้ 2,3,4,5,6,7 ซึ่งมี 6 ตัว

ใช้การแก้สมการ 1 ตัวแปร และวิเคราะห์จากเส้นจำนวน

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


3. 125

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


5. f มีค่าสูงสุดที่ 18

พิจารณาจากผลคูณของคำตอบ และผลบวกของคำตอบ แล้วนำมาแทนในสมการกำลังสอง กล่าวคือ -b/a = (-4)+2 = -2, c/a = (-8) จะได้สมการ 2x^2 +4x-8=0 ซึ่งก็จัดรูปได้รากเป็น (-4,0),(2,0) และจุดตัดแกน y = (0,16) จุดสูงสุดของกราฟคือ (-b/2a, 4ac-b^2/4a) = (-1,18) ตอบ 18 คือค่า y สูงสุดนั้นเอง

สมการกำลังสอง, การแทนค่าตัวแปร, สูตรสมการกำลังสองข้างต้น

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


5. -0.5 กรัม/นาที

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


2. √5/15

ย้าย x มายกกำลังอีกฝั่งของสมการ แล้วก็ย้าย 5 ไปยกกำลังอีกฝั่งของสมการตามสูตร log

แก้สมการทางคณิตศาสตร์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ซื้อกระเป๋ามาใบหนึ่งในราคา 800 บาท ต้องติดราคาเท่าไรเมื่อลดราคา 50% แล้ว ยังกำไรอยู่ 40%

3. 2,240 บาท

เมื่อลดราคาป้ายที่ขาย 50% = ได้กำไร 40% จากราคาที่ซื้อมา (800) ราคาป้ายที่ขาย x 50% = 800 x 140% ราคาป้าย 1120 x 1/50% = 2240 บาท

ใช้สมการในการแก้คำตอบ และความรู้เรื่องเปอร์เซนต์เกี่ยวกับราคา/การลดราคา/กำไร

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ในการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนห้องหนึ่ง ซึ่งมี 40 คน นายปรัณ สอบได้ 65 คะแนน และได้ลำดับที่ 19 นายปราชญ์ สอบได้ 62 คะแนน และได้ลำดับที่ 20 นายปราณ สอบได้ 60 คะแนน และได้ลำดับที่ 21 มัธยฐานของคะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนห้องนี้เท่ากับข้อใดต่อไปนี้

5. 63.5 คะแนน

เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาเรียงตามลำดับ 19, 20, 21 ตามลำดับจะได้ 65,62,60 ซึ่งค่ามัธยฐานคือค่าตรงกลางของข้อมูลที่ถูกเรียงจากน้อยสุดไปมากสุด แต่สามารถพิจารณาจากมากสุดไปน้อยสุดได้เหมือนกัน ซึ่งตรงกลางของข้อมูลคือ 20.5 เมื่อนำคะแนนของคนที่ได้ลำดับที่ 20 กับ 21 มาหาค่าเฉลี่ยจะได้ (62+65)/2 = 63.5 คะแนน

ใช้หลักการประยุกต์ของค่ามัธยฐาน ซึ่งก็คือการหาค่าข้อมูลที่อยู่ตรงกลางเมื่อข้อมูลถูกเรียงจากน้อยสุดไปมากสุด

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


กำหนดให้ A={∅,{∅},0,{0}} จงหาจำนวนสมาชิกของ (A-P(A))×(P(A)-A)

5. 36

สมาชิกของ P(A) จะมีสมาชิก {เซตว่าง} และ {0} แน่นอน นำมาลบกัน ตามเงื่อนไขด้านบนนั่นเอง

พิจารณาพาวเวอร์เซตและคำนวณทางคณิตศาสตร์

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


กล่องใบหนึ่งบรรจุลูกบอลสีขาว 6 ลูก สีแดง 7 ลูก และสีฟ้า 8 ลูก ถ้าสุ่มหยิบลูกบอลจากกล่อง 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ลูก โดยหยิบแล้วไม่ใส่ลูกบอลกลับคืน ความน่าจะเป็นที่ได้ลูกบอลสีฟ้าทั้งสองลูกเท่ากับข้อใดต่อไปนี้

2. 2/15

ความน่าจะเป็นที่จะหยิบได้ลูกบอลสีฟ้าในครั้งแรก 8/21 เพราะมีลูกบอลสีฟ้าอยู่ 8 ลูก และลูกบอลทั้งหมดมีอยู่ 21 (6+7+8) ความน่าจะเป็นที่จะหยิบได้ลูกบอลสีฟ้าครั้งที่สอง 7/20 เพราะมีลูกบอลสีฟ้าเหลืออยู่ 7 ลูก และลูกบอลทั้งหมดเหลืออยู่ 20 (6+7+7) 8/21 คูณ 7/20 = 2/15

ใช้หลักความน่าจะเป็น กล่าวคือ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์นั้น = จำนวนเหตุการณ์ที่สนใจ หารด้วย จำนวนเหตการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมด และใช้กฎการคูณ กล่าวคือ เมื่อเหตุการณ์สองเหตุการณ์เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน สามารถนำความน่าจะเป็นของทั้งสองเหตุการณ์นั้นมาคูณกันได้เลย และใช้การตัดทอนเศษส่วน เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


กำหนดให้ S={1,2,3,…,98,99} ถ้าสุ่มหยิบจำนวนจาก S มาหนึ่งจำนวน แล้วความน่าจะเป็นที่จะได้จำนวนคู่ที่มีเลขโดด 6 อยู่ เท่ากับข้อใดต่อไปนี้

3. 14/99

เมื่อแจกแจงสมาชิกที่มีเลข 6 เป็นองค์ประกอบ รวมถึงเป็นเลขคู่ด้วย จะได้ทั้งหมด 14 ตัว หารด้วยจำนวนตัวทั้งหมด (99) จะได้ 14/99 เป็นความน่าจะเป็น

ใช้หลักความน่าจะเป็น กล่าวคือ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์นั้น = จำนวนเหตุการณ์ที่สนใจ หารด้วย จำนวนเหตการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมด

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


ถ้า a , b, c ∈ {1,2,3,⋯,9} และสอดคล้องกับสมการ (63 × a) + (14 × b) + c = 486 แล้ว a+b+c เท่ากับเท่าใด

1. 13

ใช้ขอบเขตของเซตที่กำหนดให้มาเป็นตัวพิจารณาคำตอบ กล่าวคือ a เป็นค่าที่มาที่สุด คือ 7 เพราะ 63x7 = 441 ซึ่งถ้า 63x8 = 504 จะเกิน 486 ไปแล้วจะไม่มีเลขในเซตที่กำหนดให้มาทำให้สมการเป็นจริง ต่อมา ทดลองใช้ a=7, b สามารถเป็นได้มากที่สุดคือ 3 เพราะ 14x3 = 42 ใกล้เคียงและน้อยกว่า 45 (จาก 486-441) ที่สุด สุดท้าย ค่า c ได้ 3 จากการแก้สมการ สรุปได้ว่าค่าของทั้ง 3 ตัวนี้อยู่ในเซตที่กำหนดให้ จึงสามารถตอบได้

ใช้สมการในการแก้ปัญหา และใช้ความน่าจะเป็นในการพิจารณาขอบเขตของตัวเลขประกอบด้วย

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก ช่วยกันทำงานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 6 วัน แต่ถ้าผู้ชายทำงานเพียงคนเดียวจนเสร็จจะใช้เวลา 24 วัน ถามว่าถ้า 4 วันแรก ทั้งสามคนช่วยกันทำงาน แล้วหลังจากนั้นผู้หญิงและเด็กจะต้องทำงานต่อไปอีกประมาณกี่วัน งานจึงจะเสร็จสมบูรณ์

4. 5 วัน

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


ข้อมูลชุดใดต่อไปนี้ มีฐานนิยม มัธยฐาน และค่าเฉลี่ยเลขคณิต เท่ากัน

2. 5, 6, 7, 7, 7, 8, 9

ใช้วิธีนี้กับทุกตัวเลือก จะได้ว่าข้อที่สอง มีเลขฐานนิยม (เลขที่ปรากฎในตัวเลือกนั้นมากที่สุด) ซึ่งคือ 7, เลขมัธยฐานคือ เลขที่อยู่ตรงกลางเมื่อข้อมูลถูกเรียงจากน้อยสุดไปมากสุด จะได้ 7, และค่าเฉลี่ยเลขคณิต คือการนำผลรวมของข้อมูลที่เป็นตัวเลข หารด้วยจำนวนข้อมูลนั้น 49 หารด้วย 7 เท่ากับ 7 สุดท้ายนี้ได้ 7 ทุก ๆ กรณีจึงตอบข้อ ข ไข่

ใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ กล่าวคือ สูตรการหาค่าฐานนิยม มัธยฐาน และค่าเฉลี่ยเลขคณิต (ในตัวอย่างที่กล่าวว่าข้างต้นในสาเหตุในการตอบ)

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


กำหนดให้ a,b เป็นจำนวนเต็มบวกซึ่งเป็นเลข 3 หลัก ถ้า ห.ร.ม และ ค.ร.น ของ a,b คือ 50 และ 600 ตามลำดับ แล้ว a+b มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้

3. 350

หรม. คูณกับ ครน. ได้เท่ากับเลขสองจำนวนนั้นที่นำมาหา ครน. และ หรม. มาคูณกันได้ 30,000 จากนั้นทดลองเลขที่มี 50 เป็นตัวประกอบเช่น 50,100,150 เมื่อทดลองหาอีกจำนวนตามเงื่อนไขด้านบน จะได้ว่า 150 ใช้ได้กับ 200 พอดี (เข้าตามเงื่อนไขด้านบน) 150+200 = 350

ใช้การตัดตัวเลือก เพื่อความง่ายและรวดเร็วในการหาคำตอบ (สองตัวเลขดังกล่าว)

5

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 48.75 เต็ม 100

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา