ตรวจข้อสอบ > ชนม์ชลดา พรเทวบัญขา > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 99 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ต่อต้านการค้าขายก่อนกำหนดของการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

ISCT มีบทบาทในการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานระดับประเทศ เช่น อย. กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเอื้อต่อการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและจริยธรรม

ISCT เน้นจริยธรรมทางการแพทย์ และสอดคล้องกับพันธกิจของ ISCT ในการคุ้มครองผู้ป่วยและสนับสนุนการพัฒนา CGT โดยอาศัยหลักฐานทางทางวิทยาศาสตร์และการกำกับดูแลที่เหมาะสม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เนื่องจากยังไม่ได้ผ่านการทดลองทางคลินิก

การรักษาควรนำมาใช้เมื่อมีการรับรองว่าปลอดภัย มีประสิทธิผลและมีผลประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และการใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อาจขัดต่อหลักจริยธรรมทางการแพทย์เช่นกัน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

พันธกิจหลักของ ISCT คือ ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ CGT ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ, สนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรฐาน ความปลอดภัย และประสิทธิผล, คัดค้านการโฆษณาและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

แนวทางของ ISCT สอดคล้องกับหลักจริยธรรมทางการแพทย์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

FDA และ EMA จะเริ่มจาการศึกษาก่อนเข้าคลินิก จากนั้นจะเข้าสู่การทดลองทางคลินิก หลังจากนั้นหน่วยงานจะประเมินข้อมูลทั้งหมด ก่อนอนุมัติกาวางตลาด

แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ CGT ระบุว่าการอนุมัติต้องอาศัยข้อมูลจากการศึกษาก่อนคลินิกและการทดลองทางคลินิกเพื่อประเมินคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

จากบทความได้กล่าวว่าลักษณะของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ คือ เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ชัดเจน , ขาดข้อมูลpreclinical , อาศัยคำรับรองหรือประสบการณ์ของผู้ป่วย , เรียกเก็บค่ารักษาสูง

การอนุมัติผลิตภัณฑ์ CGT ต้องอาศัยหลักฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลจากการศึกษาก่อนคลินิกและการทดลองทางคลินิก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

บทความได้เน้นว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ อาจก่อให้เกิด ความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างร้ายแรง

U.S. Food and Drug Administration เตือนว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการอนุมัติอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อ ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน และผลไม่พึงประสงค์อื่น ๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ผลิคภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์ต้องผ่านการประเมินและได้รับอนุญาตก่อนวางตลาดจากหน่วยงานที่กำกับดูแล

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์ควรผ่านการประเมินและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนการทำตลาด และคัดค้านการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

การบำบัดด้วยเซลล์หรือยีนส์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลที่ม่ครบถ้วน การให้ความยินยอมจึงไม่เป็น การแจ้งความยินยอมโดยรู้ข้อมูงครบถ้วน ซึ่งเป็นหลักจริยธรรมทางการแพทย์

การโฆษณาโดยตรงถึงผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดและบั่นทอน กระบวนการแจ้งความยินยอม (informed consent)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

จากบทความแนะนำให้รายงานผลข้างเคียงผ่านระบบเฝ้าระวังของหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นช่องทางที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคไม่มีบทบาทในหน้าที่นี้

ISCT Position Paper (2023) ระบุว่าผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ควรรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ผ่านระบบของหน่วยงานกำกับดูแล เช่น MedWatch, EudraVigilance และระบบที่เทียบเท่าในประเทศต่าง ๆ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

ผู้ให้บริการ การบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ (unproven cell therapies) มักใช้ "symbols of scientific legitimacy" หรือ "สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์" เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าการรักษามีความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอ

บทความด้านจริยธรรมและการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่อ้างถึงในเอกสารของ ISCT ยังชี้ให้เห็นว่าการใช้สัญลักษณ์หรือภาษาวิทยาศาสตร์โดยไม่มีหลักฐานรองรับอาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดและบั่นทอนกระบวนการ informed consent

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

ความเข้าใจภาษา เป็นความสามารถที่ต้องอาศัยการเข้าใจความหามยของปนะโยค คำ และบริบท ซึ่งทารกแรกเกิดยังไม่มีพัฒนาการเพียงพอ

ทารกแรกเกิดมีความสามารถในระดับที่ 1 และเริ่มมีพื้นฐานของการเรียนรู้ภาษา แต่ ยังไม่มีความเข้าใจภาษาอย่างแท้จริง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

EEG ช่วยให้นักวิจัยศึกษาการได้ยินและการทำงานของสมองของทารกตั้งแต่ช่วงแรกเกิด แม้ว่าทารกจะยังไม่สามารถตอบสนองด้วยการพูดได้

Electroencephalography เป็นเทคนิคมาตรฐานสำหรับการศึกษาการตอบสนองของสมองต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส รวมถึงเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาสุ่มระหว่างเสียง

ภาวะไม่ต่อเนื่อง คือ การนำเสนอเสียงที่มี ช่วงเวลาระหว่างเสียงไม่สม่ำเสมอหรือเปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม

งานวิจัยในทารกและผู้ใหญ่ใช้การเปรียบเทียบ regular vs. irregular sequences เพื่อศึกษาการรับรู้จังหวะ การเรียนรู้รูปแบบของเสียง และการตอบสนองของสมองด้วย EEG หรือ ERP

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดเป็นความสามารถพื้นฐานของสมองในการตรวจจับรูปแบบของเวลาและจังหวะของเสียง

นักวิจัยเชื่อว่าความสามารถในการรับรู้จังหวะตั้งแต่วัยแรกเกิดเป็น พื้นฐาน (foundation) สำหรับการพัฒนาทักษะด้านจังหวะและเวลาในอนาคต แต่ ไม่ใช่ตัวทำนายโดยตรงของความสามารถทางดนตรีเฉพาะด้าน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท

การขึ้นรถไฟประสาท เป็นกระบวนการที่เซลล์ปรพสาทหรือคลื่นสมองทำงานซิงโครไนซ์กับจังหวะสิ่งเร้าภายนอก เช่น ดนตรีหรือเสียงเคาะ

งานวิจัย EEG ด้าน rhythm perception และ sensorimotor synchronization แสดงให้เห็นว่าคลื่นสมองสามารถปรับให้ตรงกับจังหวะของเสียง และสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับจังหวะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพกระวนกระวายใจ

สภาพกระวนกระวายใจ เป็นช่วงเวลาระหว่างเสียงถูกทำให้ไม่สม่ำเสมอ ทำให้จังหวะไม่ชัดเจน การตอบตอบสนองต่อเสียงที่ตรงจังหวะ และผิดจังหวะ จึงไม่แตกต่างในทารกแรกเกิด

เมื่อจังหวะถูกทำให้ไม่สม่ำเสมอ (jittered) การคาดการณ์เวลาจะลดลง จึงไม่เกิดความแตกต่างของการตอบสนองต่อเสียงที่ตรงหรือผิดจังหวะ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

เรียนรู้ที่จะทำนายเหตุการณ์ในอนาคตโดยอาศัยการวิเคราะห์ทางสถิติ

สมองมีความสามารถในการตรวจจับรูปแบบ ความถี่ และความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลำดับของเสียง แล้วใช้ข้อมูลนั้นเพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป แม้ว่าทารกจะยังไม่เข้าใจภาษา แต่สามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ทางสถิติของเสียงได้

งานของ Jenny Saffran และคณะ แสดงให้เห็นว่าทารกสามารถใช้ข้อมูลทางสถิติของพยางค์เพื่อเรียนรู้โครงสร้างของภาษาได้ตั้งแต่วัยแรกเริ่ม

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

MMR เป็นกาตอบสนองของสมองที่ตรวจวัดได้เมื่อมีเสียงที่แตกต่างจากรูปแบบหรือความสม่ำเสมอที่สมองได้เรียนรู้ไว้

งานวิจัยด้าน EEG และพัฒนาการการได้ยินของทารกอธิบายว่า MMR เป็นหลักฐานของการสร้างแบบแผนเสียงและการตรวจจับสิ่งเร้าที่เบี่ยงเบนจากแบบแผนนั้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด predictive coding และการเรียนรู้ทางสถิติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

จากงานวิจัย นักวิจัยใช้ EEG เพื่อติดตามการตอบสนองของทารกแรกเกิดโดยเปรียบเทียบสภาวะ จังหวะสม่ำเสมอ และ จังหวะไม่สม่ำเสมอ จากนั้นวิเคราะห์ MMR ที่วัดได้จาก EEG เพื่อแยกการตอบสนองจากการรับรู้จังหวะ และการเรียนรู้ความสัมพันธ์เชิงสถิติของเสียง

งานวิจัยด้านการรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดใช้ EEG และ Mismatch Response (MMR) เพื่อเปรียบเทียบการตอบสนองในสภาวะ isochronous และ jittered ซึ่งช่วยแยกผลของ beat perception ออกจาก statistical learning

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

จากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า แม้ทารกยังไม่มีประสบการณ์ทางดนตรี แต่สองสามารถตอบสนองต่อจังหวะที่สม่ำเสมอได้

งานวิจัยในทารกแรกเกิดใช้ EEG เพื่อแสดงว่าระบบประสาทสามารถรับรู้จังหวะได้ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Neural Entrainment ที่สมองสามารถซิงโครไนซ์กับจังหวะของเสียงได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 119.75 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา