ตรวจข้อสอบ > เศรษฐวิชญ์ โพธาวิจิตร > การแข่งขันและทดสอบความถนัดทางการแพทย์ | ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 45 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


ISCT มีบทบาทอย่างไรในบริบทของการบำบัดเซลล์และยีน

ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลเช่นเดียวกับ อย. (FDA)

ISCT เป็นองค์ที่คอยควบคุมคุณภาพ เกี่ยวกับเทคโนโยลีเซลล์และยีนบำบัดที่นำมารักษาโรคได้อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐาน ซึ่งมีหน้าที่เหมือนหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง FDA

ISCT หรือ International Society for Cell & Gene Therapy เป็นองค์กรที่ีรบทบาทในการขับเคลื่ยนวงการแพทย์ขั้นสูงที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีการบำบัดด้วยเซลล์และยีน โดยมีบทบาทหลักในด้าน กำหนดมาตรฐานสากล ผลักดันจากห้องแลปสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ การประสานงานด้านกฎระเบียบข้อบังคับ และเป็นศูนย์กลางเครือข่ายและการศึกษา เช่น การประชุมวิชาการระดับโลก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


อะไรคือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์?

ความเสี่ยงต่อผลกระทบร้ายแรง

การใช้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์จะทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงเนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นการเข้าไปยุ่งกับระบบทางพันธุกรรมและเซลล์ในร่างกาย

ผลิตภัณฑ์ CGT เป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปยุ่งกับเกี่ยวกับระบบทางพันธุกรรมและเซลล์ในร่างกาย เป็นการใช้เซลล์ที่มีชีวิตเข้าไปในร่างกายเพื่อรักษาดัดแปลง เพื่อรักษาโรคให้หายขาดโดยเฉพาะโรคที่รักษาได้ยาก

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


เป้าหมายหลักของ ISCT ในด้านการบำบัดด้วยเซลล์และยีนตามที่กล่าวไว้ในบทความคืออะไร

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และต่อต้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์

ISCT เป็นองค์กรที่คอยควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีบำบัดด้วยเซลล์และยีน ให้ปลอดภัย มีมาตรฐาน

แนวคิดสำคัญของ ISCT 1.หลักการแพทย์เชิงประจักษ์ (Evidence-Based Medicine - EBM) 2.มาตรฐานการำกำกับดูแลการแปรผลสู่คลินิก (Transltoon & Regulatory Standards)

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA และ EMA จะรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ CGT ได้อย่างไร

โดยต้องมีการทดลองทางคลินิกก่อนการตลาดอย่างเข้มงวด

ผลิตภัณฑ์ CGT เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน และเสี่ยงสูง โดย FDA และ EMA จึงมีการตรวจสอบที่เข้มงวดมากโดยผู้พัฒนาต้องส่งผลการทดลองทางคลินิกในมนุษย์หลายระยะเพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ก่อนที่จะอนุญาตให้วางจำหน่ายได้

ใช้หลักการ Pre-market Approval (PMA) และ Evidence-Based Regulation ของหน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุข

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตามที่กล่าวไว้ในบทความ

การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์ที่ unproven CGTs มักมีลักษณะ เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ชัดเจน ขาดข้อมูลก่อนคลินิก ใช้คำรับรองจากผู้ป่วยในการโฆษณา เรียกเก็บค่าใช้จ่ายสูงจากผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่ยังไม่ได้พิสูจน์

จากบทความ ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์ จะต้องผ่านกระบวนการแสดง คุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนได้รับ Marketing authorization

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ซึ่งเน้นไว้ในบทความ

ศักยภาพของความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์อาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงเนื่องจากผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับการเข้าไปยุ่งกับระบงพันธุกรรมและเซลล์ในร่างกาย

จากบทความ ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ไม่มีหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอด้านความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพ ก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วย อาจก่ออันตรายร้ายแรงได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


คุณลักษณะหลักใดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ CGT ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ตามมาตรฐานกฎระเบียบ

การอนุญาตก่อนการตลาดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตก่อนการตลาด โดยหน่วยงานกำกับดูแล แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิผล คุณภาพและความปลอดภัยแล้ว

จากบทความระบุว่า สิ่งที่แยก CGT ที่ได้รับการพิสูจน์ออกจากที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ คือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการประเมินอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล และเมื่อได้รับการพิสูจน์จึงจะได้ Marketing Authorization

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


การพิจารณาด้านจริยธรรมประการใดที่ถูกท้าทายโดยการตลาดโดยตรงสู่ผู้บริโภคสำหรับการบำบัดด้วยเซลล์และยีนที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

กระบวนการแจ้งความยินยอม

ผลิตภัณฑ์ CGT มักใช้โฆษณาเกินจริงผู้ป่วยอาจตัดสินใจโดยไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งความจริงผู้ป่วยควรได้รับข้อมูลที่ครบถ้วยก่อนได้รับความยินยอม

การตลาดแบบ DTC ของผลิตภัณฑ์ CGT ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์มักใช้โฆษณาเกินจริง คำรับรองจากผู้ป่วย การสร้างความหวัง ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจโดยไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน จึงผิดจริยธรรมเรื่อง Informed Consent ที่ผู้ป่วยทุกคนต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


จากบทความ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกการรายงานที่ได้รับการยอมรับสำหรับผลข้างเคียงจากการบำบัดด้วยเซลล์และยีน

ClinicalTrials.gov

ClinicalTrials.gov เป็นคลังข้อมูลออนไลน์ที่ใช้ลงทะเบียนแผนการทดลองทางคลินิก ซึ่งมักถูกกลุ่มธุรกิจ CGT นำไปใช้เป็นเครื่องมือบังหน้าเพื่อสร้างความเชื่อถือ

จากแนวคิด Tokens Of Scientific Legitimacy ของบทความระบุว่า ClinicalTrials.gov มักถูกนำมาเคลมเพื่อกลอกหลวงผู้บริโภค ทั้งที่หลักฐานของตัวเองไม่ได้เป็นสิ่งยื่นยันความปลอดภัยหรือผลลัพธ์

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


คำใดที่ใช้อธิบายลักษณะที่ปรากฏของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการตลาดการบำบัดด้วยเซลล์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์

สัญลักษณ์แห่งความชอบธรรมทางวิทยาศาสตร์

กลุ่มธุรกิจมักใช้เครื่องหมายกรือรูปแบบที่เหมือนวิทยาศาสตร์มาบังหน้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจงใจให้ผู้ปาวยคอดว่าผลิตภัณฑ์ของตัวเองปลอดภัยและได้รับการรับรองแล้ว

จากแนวคิดเรื่อง Tokens of Scientific Legitimacy อธอบายว่า กลยุทธ์นี้เป็นเครื่องมือโน้มน้าวใจที่พบได้บ่อยในการตลาดแบบ Direct-to-consumer

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


คุณลักษณะการได้ยินใดที่ไม่ได้รับการศึกษาโดยตรงในการวิจัยการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความเข้าใจภาษา

งานวิจัยต้องการดูว่าทารกสามารถจับจังหวะเน้น ของดนตรีด้วยดลไกของสมองที่มีมาแต่กำเนิดหรือการเรียนรู้ทางสถิติจำเสียงซ้ำๆ

จากทฤษฎี Statistical Learning Framesork คือกลไกที่สมองใช้จรวจจับแพทเทิร์นของสิ่งเร้าที่เกิดขึ้นบ่อยๆ และ Beat Induction Theory

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


จุดประสงค์หลักของการใช้ EEG ในการศึกษาการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิดคืออะไร

บันทึกการตอบสนองของสมองต่อเสียง

งานวิจัยศึกษาเรื่องการแยกแยะ Beat processing และ Statistical learning ในทารกแรกเกิด วิธีแม่นยำที่สุดในการศึกษาคือการวัดการประมวลผลของสมองโดยตรง

จากทฤษฎี Electroencephalography, Event-Relates Potentials และ Non-invasive Auditory Cognitive Neuroscience

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


ภาวะที่ไม่ต่อเนื่องในการศึกษาทางการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับอะไร?

ช่วงเวลาระหว่างเสียงที่สม่ำเสมอ

การศึกษาว่าสมองของทารกตอบสนองต่อ Omission ได้มั้ย ตัวกระตุ้นกลักควรอยู่ในหลัก ความสม่ำเสมอของเวลา

จากทฤษฎี Isochrony และ การบวนการตรวจจับการเว้นเสียง

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


การรับรู้จังหวะในทารกแรกเกิดสัมพันธ์กับความสามารถทางดนตรีในภายหลังอย่างไร

เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการประสานงานจังหวะและเวลา

จุดประสงค์ของการศึกษา คือ การพิสูจน์ว่าทารกแรกเกิดมีความสามารถในการแยกแยะเสียงจังหวะ เป็นกลไกจากระบบประสาทที่มีแต่กำเนิด

จากแนวคิดทฤษฎีกลไกการรับรู้จังกวะแต่กำเนิด เสนอว่าความสามารถในการตรวจจับโครงสร้างจังหวะเป็นลักษณะทางวิวัฒนาการของมนุษย์ซึ่งเป็นระบบพื้นฐาน

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


กลไกทางประสาทใดที่คิดว่ารองรับการเคลื่อนไหวให้ตรงกันกับจังหวะ

การขึ้นรถไฟประสาท

กระบวนการขึ้นรถไฟประสาท คือ กระบวนการที่คลื่นสมองปรับจังหวะการยิงสัญญาณประสาทให้เข้าคู่และสอดคล้องกับสิ่งเร้าภายนอก ทำให้มนุษย์สามารถรับรู้ตรงจังหวะได้

จากทฤษฎีการปรับคลื่นสมองตามจังหวะ ที่เสนอว่า กลุ่มเซลล์ประสาทในสมองส่วนรับรู้และการเคลื่อนนไหว มีคุณสมบัติแกว่งเป็นรอบ เมื่อได้ยินเสียงดรตรีที่มีจังหวะสม่ำเสมอ ทำให้สาทารถคาดเดาจังหวะตกล่วงหน้าได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


สภาวะใดในการศึกษา EEG ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างการตอบสนองแบบจังหวะและการตอบสนองที่ผิดปกติในทารกแรกเกิด

สภาพกระวนกระวายใจ

ในงานวิจัยสภาวะกระวนกระวายใจ(Jittered condition) สมองของทารกไม่แสดงปฎิกิริยาตองสนองต่อที่แตกต่างกันต่อจังหวะ

จากทฤษฎี Mismatch Negativity ในสภาวะสม่ำเสมอสมองจะคาดเดาล่วงหน้าได้ แต่ในสภาวะ Jittered สมองไม่สามารถสร้าง MMN ที่จังหวะตกได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


คำว่า "การเรียนรู้ทางสถิติ (Statistical Learning)" หมายถึงอะไรในบริบทของการประมวลผลการได้ยินในทารกแรกเกิด?

การจดจำความถี่และระยะเวลาของเสียง

การเรียนรู้เชิงสถิติในทางความหมายนี้หมายถึงกลไกที่สมองส่วนรับทำการเก็บข้อมูบและตรวจจังรูปแบบซ้ำๆของสัญญาณที่ป้อนเข้ามา

จากทฤษฏี Auditory Statistical Learning เป็นกลไกที่มนุษย์มีมาตั้งแต่เกิดเพื่อตรวจจับความสม่ำเสมอเขิงสถิติ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


การตอบสนองที่ไม่ตรงกัน (MMR) ในการศึกษา EEG บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับการประมวลผลการได้ยินของทารกแรกเกิด

ความไวต่อการละเมิดความสม่ำเสมอในลำดับเสียง

เมื่อทารกฟังลำดับเสียงสม่ำเสมอสมองก็จะสร้างรูปแบบมาอัตโนมัติ เมื่อทำให้เกิดความผิดปกติ สมองของทารกจะตรวจจับได้ว่าคสามสม่ำเสมอหายไป สัญญาณ MMR เลยเลยเกิดขึ้นมนผบ EEG

จากทฤษฎี Predictive Conding Framework ระบุว่าสมองมนุษย์ทำงานเป็น Predictive machine ที่คอยสร้างโมเดลคาดเดาสิ่งเร้าในอนาคตเสมอความสัญญาณที่ได้ยินเป็นประจำ

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จากการวิจัย ทารกแรกเกิดใช้วิธีทดลองตามข้อใดในการแยกแยะการรับรู้จังหวะจากการเรียนรู้ทางสถิติในทารกแรกเกิด

การติดตามการทำงานของสมองโดยใช้ EEG ในระหว่างการกระตุ้นการได้ยิน

ควรใช้เครื่อง EEG คอยตรวจจับคลื่นไฟฟ้าสมองและวัดสัญญาณการตอบสนองที่สัมพันธ์กับ ERP เพื่อดูว่าสมองของทารกมีการตอบสนองต่อสภาวะที่มีการควบคุมเวลาและสถิติอย่างไร

จากระเบียบวิจัย Infant Congnitive Neuroscience เนื่องจากทารกแรกเกิดยังมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมการใช้เครื่องมือวัดสัญญาณระบบประสาท จึงเป็นมาตรฐานในการศึกษาการรับรู้สิ่งเร้า

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


ข้อใดต่อไปนี้อธิบายแนวคิด การรับรู้จังหวะ (Beat Perception) ได้ดีที่สุดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการได้ยินของทารกแรกเกิด

การแยกจังหวะที่สม่ำเสมอจากลำดับเสียง

Beat Induction ในทารกแรกเกิด คือ ความสามารถตามธรรมชาติจองสมองที่ตรวจจับคาบเวลาและจังหวะเคาะที่สม่ำเสมอออกมาจากลำดับของเสียงดนตรีหรือเสียงเคาะที่ได้ยิน

จากทฤษฎี Periodic Pulse Extraction สมองมนุษย์มีความสามารถในการหาระเบียบทางเวลา เมื่อทารกแรกเกิดได้ยินเสียงที่มีรูปแบบโครงสร้างจัวหวะ สมองจะสามารถคาดเดาว่าจังหวะเน้นถัดไปจะมาเมื่อไหร่ได้

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 126.5 เต็ม 140

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา